คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ
เช้านี้ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังมีฝนอยู่บ้างประปราย ตก ๆ หยุด ๆ ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน
เมื่อวันที่10 ต.ค. วันออกพรรษา หลาย ๆ คนคงมีโอกาสได้ไปทำบุญตักบาตรที่วัดตามประเพณี แต่บางคนอาจจะออกไปทำบุญที่วัดไม่ได้ เพราะฝนตกในหลาย ๆ พื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมถึงหลาย ๆ จังหวัดในอีสาน
คนโบราณ คนเฒ่าคนแก่มักจะบอกว่า ฝนตกในช่วงวันออกพรรษา ถือเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าใกล้จะสิ้นสุดฤดูฝน และกำลังจะย่างเข้าหน้าหนาว
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ก็ทยอยแจ้งเตือนเป็นระยะ ๆ ว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป ฝนจะเริ่มน้อยลง และอากาศเย็นอากาศหนาวกำลังจะเข้ามาแทนที่ อุณหภูมิอาจจะลดลง 1-3 องศา
ต้องยอมรับว่าหน้าฝนปีนี้ ฝนตกหนักมาก และทำให้หลาย ๆ จังหวัดเริ่มประสบปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.เป็นต้นมา
เริ่มจากผลกระทบของพายุโซนร้อน มู่หลาน ที่แม้จะอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชั่น แต่จังหวัดภาคเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง พิษณุโลก ฯลฯ ก็อ่วมไม่น้อย
หลังมู่หลานผ่านไป ปลาย ส.ค.ก็ถึงคิวพายุโซนร้อน หมาอ๊อน ครั้งนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึง 24 จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง
ถัดมาผลจากอิทธิพลร่องมรสุมพัดผ่านภาคเหนือ-อีสานตอนบน บวกกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันตก ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทย สมทบกับพายุโนรู ที่เข้าไทยในช่วงปลายเดือน ก.ย. ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน มีจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมเสียหายขยายตัวเป็นวงกว้างมากกว่า 40 จังหวัด
ล่าสุด (11 ต.ค.) กรมชลประทาน สรุปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 52 จังหวัด ตอนนี้มีจังหวัดที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 20 จังหวัด ส่วนอีก 32 จังหวัด สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ
ส่วนคนเมืองกรุงก็หนักไม่น้อย เข็ดขยาดไปตาม ๆ กัน วันไหนที่ฝนตกฟ้ารั่ว สิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำท่วมทั่วทุกมุมเมือง รถราติดยาวเหยียดไม่ขยับ กว่าจะกลับถึงบ้านต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง บ่นเมาท์มอยกันข้ามวัน
ช่วงนี้ฝนกำลังหมดลง สำหรับพี่น้องในภาคอีสาน โดยเฉพาะตอนนี้ที่อุบลราชธานี มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ขอนแก่น รวมถึง 7-8 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็คงจะเริ่มโล่งอก ใจชื้นขึ้นมาบ้างระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านจมน้ำมาเป็นแรมเดือน ไม่เพียงแต่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยเท่านั้น เรือกสวนไร่นาที่เป็นหัวใจสำคัญของแหล่งรายได้หลักก็เสียหายหนัก นาข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ เสียหายหมด และนี่ยังไม่รู้ว่า น้ำท่วมครั้งนี้จะท่วมขังลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. หรือไม่
ตอนนี้เกษตรกรชาวไร่ชาวสวนทั้งในอีสานและภาคกลาง กำลังเอามือก่ายหน้าผาก เพราะการลงทุนทำนาทำไร่ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ค่าแรง ฯลฯ ล้วนมาจากการกู้หนี้ยืมสิน เมื่อเรือกสวนไร่นาเสียหาย หนี้สินยิ่งพอกพูน
งานนี้ นอกจากน้ำจะท่วมแล้ว หนี้ก็ยังท่วมด้วย
ที่ผ่านมาแม้ ธ.ก.ส.จะผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปอีก 6-12 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ ขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือมาให้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคงต้องรออีกระยะหนึ่ง
แต่ความช่วยเหลือนี้ก็คงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่งเท่านั้น
ถึงวันนี้ในฐานะประชาชนคนไทยด้วยกันก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้เกษตรกรผู้ประสบภัยผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
คิดบวกเอาไว้ จะเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มอีกสัก 2-3 ปี ก็ช่างหัวมัน ไม่เป็นไร
แต่อย่าให้เจ็บป่วยไข้ และอย่าได้ตายเชียวนา เดี๋ยวเจ้าหนี้เขาจะแช่งตามหลังเอา
น้ำท่วมปีนี้ทุกข์สาหัสจริง ๆ
- น้ำท่วมถล่มเศรษฐกิจอีสาน-กลาง กทม.รอลุ้น-รัฐจัด 2 หมื่นล้านเยียวยา
- กรมอุตุฯเตือนฉบับสุดท้าย อากาศแปรปรวน ใต้ฝนตกหนัก กลาง-กทม.ฝนเพิ่ม
- ประยุทธ์ เตรียมจัดงบกลาง 2.3 หมื่นล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- นนทบุรี ประกาศพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่มอีก 3 อำเภอ
- เปิดรายละเอียด ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน-น้ำท่วม รัฐช่วยอะไรบ้าง