กงสุลใหญ่สหรัฐ ประจำเชียงใหม่ เผย รัฐบาลสหรัฐทุ่มงบฯ 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าภาคเหนือ หนุนใช้เทคโนโลยีทันสมัยและดาวเทียมในการหาพิกัดจุด Hotspot พร้อมเร่งเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เตรียมจัดอีเวนต์ทุกเดือนตลอดปี 2566 ในโอกาสครบรอบ 190 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ
วันที่ 18 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลิสา เอ. บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังจากการเข้าเยี่ยมคารวะ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งกงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่
โดยระบุถึงความร่วมมือในประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ การพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (MUSP) เป็นต้น
นางลิสา เอ. บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันไฟป่าของภาคเหนือ เป็นประเด็นที่สหรัฐฯให้ความสำคัญอย่างมาก ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นประเด็นที่ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ด้วย
โดยล่าสุด รัฐบาลสหรัฐได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ เพื่อทำการศึกษาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ โดยจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาแก้ปัญหา อาทิ การใช้ดาวเทียมระบุหาพิกัดจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อลดจำนวนการเผาและแก้ไขปัญหาไฟป่า
นอกจากนี้ ได้มีการมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณในการซื้อเครื่องกรองอากาศให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อเป็นห้องปลอดฝุ่นให้นักเรียนสามารถเรียนได้ตามปกติ โดยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศ เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่และเตรียมทำงานร่วมกับ NARIT และสถาบันการศึกษา ในการจัดการแก้ปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
นางลิสา เอ. บูเจนนาส กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญคือ ความร่วมมือการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยการพัฒนาจะมองในกรอบใหญ่ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ซึ่งภาคเหนือก็อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงเช่นกัน ตามกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ (MUSP) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีโอกาสการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการเชื่อมโยงการตลาดใหม่ ๆ โดยได้ร่วมมือกับ STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการส่งเสริมผู้ประกอบการผู้หญิง เพิ่มโอกาสการพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพมากขึ้น เป็นต้น
ทั้งนี้ การได้มาดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ เป็นเวลา 3 ปี ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายคือ การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา และในปี 2566 จะเป็นปีที่ครบรอบความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ 190 ปี ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่มีมาอย่างลึกซึ้งยาวนานในด้านต่าง ๆ ทั้งการเป็นหุ้นส่วนทางการค้าในกรอบทวิภาคี ที่สหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของประเทศไทย และมีมูลค่าทางการค้าสูงถึง 63,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รวมถึงยังมีความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ อาทิ ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ เป็นต้น สำหรับกิจกรรมในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ 190 ปี ในปี 2566 สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ได้เตรียมแผนจัดกิจกรรมในแต่ละเดือนตลอดปี 2566
ทั้งนี้ นางลิสา เอ. บูเจนนาส กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ เริ่มต้นวาระดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2565 โดยก่อนหน้านี้ ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณชนสัมพันธ์ พร้อมกับตำแหน่งหัวหน้าผู้ช่วยเอกอัครราชทูตสหรัฐ ณ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ในกรุงปักกิ่ง
โดยนางบูเจนนาส เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการด้านการเมืองที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับสูงของนักการทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสำนักงานกิจการปากีสถาน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในส่วนของการประจำการในต่างประเทศ เคยปฏิบัติหน้าที่ในคณะผู้แทนสหรัฐ ประจำสหภาพยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์
รวมทั้งเคยประจำการในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน 2 ครั้ง และในกรุงเทพฯ ประเทศไทยด้วย โดยก่อนที่จะเข้ารับราชการกับกระทรวงการต่างประเทศ คุณบูเจนนาสเคยเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการ โดยดูแลทีมงานขนาดใหญ่ที่ดำเนินโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในอิรัก
นางบูเจนนาส เป็นชาวเทกซัส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย University of Texas at Austin และปริญญาโทบริหารธุรกิจสาขาการเงินระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัย George Washington University กงสุลใหญ่บูเจนนาสประจำการที่ประเทศไทยพร้อมด้วยบุตรชายหนึ่งคน ตลอดจนสามารถพูดภาษาจีนกลางและภาษาไทยได้