เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยย่ำฐาน 1,600 จุด ยืนได้ก็ไปต่อ แรงหนุนเก็งกำไรงบฯ

28 ต.ค. 2565 | 10:31น.
ลงทุนหุ้น

ลงทุนหุ้น

บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ย่ำฐาน 1,600 จุด ยืนได้ก็ไปต่อบริเวณ 1,610-1,615 จุด รับแรงหนุนเก็งกำไรงบฯ “บริโภค-ท่องเที่ยว” ขยายตัวต่อ เงินต่างชาติสัปดาห์นี้ไหลกลับซื้อสุทธิ ตลาดถูกกดดันจากเซนติเมนต์ภายนอกไม่สดใส

วันที่ 28 ตุลาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index ย่ำฐาน 1,600 จุด หากยืนได้ก็มีลุ้นไปกันต่อที่บริเวณ 1,610-1,615 จุด แรงหนุนมาจากภายในทั้งการเก็งกำไรงบฯ ประสานการบริโภคและท่องเที่ยวขยายตัวต่อ พร้อมมาตรการรัฐกระตุ้นต่างชาติเข้ามาลงทุน เร่งเยียวยาน้ำท่วม และค่าครองชีพ อีกทั้งต่างชาติสัปดาห์นี้ซื้อสุทธิในหุ้น-ฟิวเจอร์สต่อเนื่อง

แต่เซนติเมนต์ภายนอกไม่สดใสนักอาจฉุดให้ย้ำฐานแถว 1,600 จุด (บวกลบ) ก่อนไปต่อโดยดัชนีสำคัญหุ้นสหรัฐปิดไว้ทิศทาง หลัง GDP ไตรมาส 3 ออกมาสูงกว่าคาด พอดูไส้ในโตจากตัวเลขการค้า แต่การบริโภคขยายตัวชะลอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ดิ่ง จึงต้องลุ้นเงินเฟ้อ PCE สหรัฐเพื่อหาสัญญาณเศรษฐกิจและการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดระยะต่อไป

สำหรับปัจจัยบวกคือ 1.ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC เติบโตขึ้น 23% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้เติบโต 15% สะท้อนภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวและกำลังซื้อเพิ่ม

2.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ทำหนังสือด่วนถึง 6 กระทรวงหลัก เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการวางแผนให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

3.กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือนพฤศจิกายน พิจารณาราคา LPG และค่าไฟฟ้า รวมถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่

4.แคทเธอร์ พิลลาร์ บริษัทคอมแคสต์และแมคโดนัลด์ รายงานกำไรและรายได้ไตรมาส 3 สูงกว่าคาด

ส่วนปัจจัยลบคือ 1.กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวลดลงในอัตราเร็วขึ้นโดย -2.3% ในช่วง 9 เดือนแรกเมื่อเปรียบเทียบกับ -2.1% ในช่วง 8 เดือนแรก

2.ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และยังส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

3.GDP ไตรมาส 3 สหรัฐขยายตัว 2.6% เทียบจากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.4% และพลิกจากครึ่งปีแรกที่ GDP หดตัว 0.6% หนุนความวิตกเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม

4.ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐเดือนกันยายนหากยังเร่งตัวต่อจากเดือนสิงหาคมที่ระดับ 6.2% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน อาจเป็นสัญญาณความร้อนแรงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเช่นกัน

โดยกลยุทธ์ลงทุนแนะนำธีม 1.ท่องเที่ยวเปิดเมือง BEM, CPN, CPALL, AAV, MINT, AEONTS, KTC 2.งบฯไตรมาส 3/65 อย่าง BDMS, MTC, RS, TU 3.มาตรการรัฐ HMPRO, GLOBAL, LH, SPALI, AMATA 4.น้ำมันขึ้น PTTEP, SPRC, TOP และ 5.แผน PDP อย่าง GYLF, GPSC

โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำซื้อ CPN แนวรับ 65.50-67 บาท ราคาเป้าหมาย 70.50-72 บาท และ KBANK แนวรับ 140-141.50 บาท ราคาเป้าหมาย 143.50-145.50 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย