ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินสหรัฐ-ความร่วมมือลดกำลังผลิตกลุ่มโอเปกที่ยังอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินสหรัฐฯ และความร่วมมือลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกที่ยังอยู่ในระดับสูง
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงในวันก่อนหน้า หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้เปิดเผยความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสัปดาห์ก่อนหน้าพบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 ขึ้นไปแตะระดับ 9.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน
+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากความร่วมมือของกลุ่มโอเปกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลในเดือนมกราคม 2561 ระบุว่าความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 138 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอล่า ที่ยังคงประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งส่งผลทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตน้ำมันดิบได้
– อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8 ล้านบาร์เรลขึ้นไปแตะระดับ 418.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากปรับตัวลดลงติดต่อกัน 10 สัปดาห์ก่อนหน้านี้
– ระดับการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 9.92 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งใกล้เคียงกับระดับการผลิตสูงสุดของสหรัฐฯในปี 2513 ที่ระดับ 10.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12 แท่นขึ้นมาแตะระดับ 759 แท่น ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ระดับการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2562

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์อุปทานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค อย่างไรก้ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศไนจีเรีย ปากีสถาน และศรีลังกา
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในภูมิภาคปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาก่อนเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ปรับตัวลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาค
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 62 – 67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 67 – 72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
จับตามองกำลังการผลิตของประเทศเวเนซุเอลา หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ลดลงมากกว่า 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 2559 มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเวเนซุเอลาได้เผชิญหน้ากับราคาน้ำมันตกต่ำตั้งแต่ในปี 2557 และภาวะเงินเฟ้อที่สูง ส่งผลให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ได้ยืมจากต่างประเทศได้
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติได้สิ้นสุดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สามารถกลับมาเริ่มขุดเจาะได้ตามปกติ
