เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า หลังนักลงทุนคาด เฟดขึ้นดอกเบี้ยแตะ 5% มีนาคมปีหน้า

31 ต.ค. 2565 | 19:16น.

ดอลลาร์แข็งค่า หลังนักลงทุนคาด เฟดขึ้นดอกเบี้ยแตะ 5% ในเดือนมีนาคมปีหน้า เพิ่มขึ้น 0.25% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุเหตุจากเงินเฟ้อสูงจนน่ากังวล และเฟดต้องการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/10) ที่ระดับ 38.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อศุกร์ (28/10) ที่ระดับ 37.85/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กและรอยเตอร์รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยจนแตะระดับ 5% ในเดือนมีนาคมปีหน้า เพิ่มขึ้น 0.25% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมสัปดาห์นี้ จากนั้นอีก 0.50% ในการประชุมเดือนธันวาคมต่อด้วย 0.25% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ และ 0.25% ในการประชุมเดือนมีนาคม ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมปีหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 5%

นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ให้เหตุผลที่ทำให้คาดการณ์เช่นนี้ว่าเป็นเพราะเงินเฟ้อที่สูงจนน่ากังวล และต้องการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจเมื่อการกวดขันทางการเงินสิ้นสุดลงและรายได้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันก็พยายามเลี่ยงไม่ให้สภาวะทางการเงินผ่อนคลายก่อนถึงเวลาสมควร ด้าน Few Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันในการประชุมนโยบายวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ และให้น้ำหนัก 51.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือน ธ.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ย. 65 เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยภาคบริการฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับมูลค่าการส่งออกสินค้าปรับเพิ่มขึ้นหลังจากที่ลดลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในประเทศค่อนข้างทรงตัวจากเดือนก่อน

ด้านเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ขณะที่เครื่องชี้้การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลงเล็กน้อยตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อน

ด้านตลาดแรงงานฟื้นตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลตามดุลการค้า ประกอบกับดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลงตามรายจ่ายค่าระวางสินค้าที่ลดลงเป็นสำคัญ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 37.98-38.075 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 38.02/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/10) ที่ระดับ 0.9947/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/10) ที่ระดับ 0.9743/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงวิ่งอยู่ในกรอบ หลังไร้ปัจจัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยทิศทางของดอลลาร์สหรัฐที่ยังคงแข็งค่า ทำให้ยูโรยังคงมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงในระยะสั้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโร เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 0.9966 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 0.9933/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/10) ที่ระดับ 148.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อศุกร์ (28/10) ที่ระดับ 147.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในเดือน ก.ย.ร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผลผลิตในอุตสาหกรรมที่ซบเซา แม้ผลผลิตในไตรมาส 3/2565 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ข้อมูลระบุว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง 1.6% ในเดือน ส.ค.หลังจากที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน ลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลง 0.8% โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากผลผลิตรถยนต์ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งได้ฉุดรั้งการเติบโตโดยรอบที่ 1.85% ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.46-148.40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.25/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค.จากเฟดสาขาดักลัส (31/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล (1/11), ดัชนีภาคการผลิตเดือน ต.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (1/11), ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (2/11), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค. (3/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7/6.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7/-5.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ