ธปท.ชี้คนไทยผวาสกรีมมิ่ง หันใช้บัตรเดบิตชิปการ์ดพุ่ง
สมาคมธนาคารไทยเผยยอดบัตรเดบิตชิปการ์ดพุ่งแตะ 40 ล้านใบแล้ว คาดสิ้นปี’61 ขยับใกล้ 100% จากยอดบัตรเอทีเอ็ม-เดบิตรวม 60 ล้านใบ ธปท. เชื่อคนกังวลความปลอดภัยจึงตื่นตัวเปลี่ยนบัตร ระบุสิ้นปี’62 คนยังไม่เปลี่ยนใช้บัตรชิปการ์ด แบงก์ต้องแจง
นายยศ กิมสวัสดิ์ หัวหน้าคณะทำงานระบบชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ความคืบหน้าการเปลี่ยนบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต จากที่เป็นแถบแม่เหล็กและใช้รหัส PIN เพียง 4 หลัก เปลี่ยนมาเป็นระบบชิปการ์ด ที่ใช้รหัส PIN 6 หลัก เพื่อยกระดับความปลอดภัยมากขึ้น ล่าสุด พบว่าธนาคารต่าง ๆ มีความตื่นตัวกันค่อนข้างมาก เห็นได้จากตู้เอทีเอ็มกว่า 80% ของจำนวนตู้เอทีเอ็มทั้งระบบ 60,000 ตู้ ได้เปลี่ยนระบบมารองรับชิปการ์ดแล้ว
ส่วนการปรับตัวของประชาชนผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต ในปัจจุบันมียอดใช้บัตรชิปการ์ดแล้วราว 60% หรือเกือบ 40 ล้านใบ จากจำนวนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตในระบบราว 60 ล้านใบ
“ภายในสิ้นปีนี้ คาดยอดใช้บัตรเดบิตชิปการ์ดจะเพิ่มขึ้น 80% ของจำนวนบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ ซึ่งก่อนที่จะหมดเวลาให้เปลี่ยน ทางสมาคมและธนาคารจะมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบอีกครั้ง และอาจมีแคมเปญมากระตุ้นให้ประชาชนหันไปเปลี่ยนชิปการ์ด”
ส่วนกรณีประชาชนที่หันไปใช้พร้อมเพย์ และโมบายแบงกิ้งมากขึ้น จะส่งผลให้ความต้องการบัตรเดบิตน้อยลงหรือไม่นั้น นายยศกล่าวว่า ในช่วง 1 ปีนับจากนี้ ประชาชนยังมีความต้องการใช้บัตรเดบิตอยู่ แม้จะมีการให้บริการทางออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากยอดลงทะเบียนโมบายแบงกิ้งของทั้งระบบมีอยู่เพียง 20 ล้านบัญชีเท่านั้น เมื่อเทียบกับบัตรเดบิตที่มีถึง 60 ล้านใบ ซึ่งสะท้อนว่ายังมีส่วนต่างอีกมากที่ต้องการถือบัตรเดบิต โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด
แต่ในระยะยาว มีโอกาสที่บัตรเดบิตในระบบจะลดลงได้ เนื่องจากปัจจุบันก็มีผู้ถือบัตรซ้ำซ้อนอยู่ค่อนข้างมาก เช่น 1 คนถือ 2-3 ใบ ซึ่งกลุ่มนี้อาจสวิตช์มาใช้โมบายแบงกิ้ง และลดการถือบัตรเหลือแค่ 1 ใบเท่านั้น เพื่อลดภาระจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีของการถือบัตรเดบิตให้แก่ธนาคาร
นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประชาชนมีการตื่นตัวค่อนข้างมาก โดยประเมินจากการเปลี่ยนมาใช้บัตรชิปการ์ดแล้วกว่า 50% ของจำนวนบัตรทั้งระบบ ซึ่งบางส่วนขอเปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดทั้งที่บัตรยังไม่หมดอายุ เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย อาทิ การสกิมมิ่งบัตร
“คาดว่าก่อนสิ้นปี 2562 ทุกบัตรน่าจะรองรับชิปการ์ดได้ทั้งหมด แต่หากมีบางแบงก์ที่ลูกค้ายังไม่มาเปลี่ยน ตามกำหนด ธนาคารที่รับผิดชอบ ก็ต้องมาชี้แจงกับ ธปท.ให้ได้ ว่าสาเหตุที่ลูกค้าไม่เปลี่ยนมาจากสาเหตุใด” นางฤชุกรกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 ของ ธปท.พบว่า บัตรเอทีเอ็มมียอดคงค้างอยู่ที่ 9.72 ล้านใบ ลดลงต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปี 2569 ที่มี 12.25 ล้านใบ ส่วนบัตรเดบิต (รวมที่เป็นชิปการ์ด) อยู่ที่ 52.75 ล้านใบ จากช่วงเดียวกันปี 2569 ที่มี 48.05 ล้านใบ
ขณะที่นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้บริการสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบัน ลูกค้าของธนาคารเปลี่ยนใช้บัตรที่เป็นชิปการ์ดแล้วราว 2 ล้านใบ จากจำนวนฐานบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตทั้งหมดที่มีอยู่ราว 4 ล้านใบ ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2561 นี้น่าจะเห็นเพิ่มเป็น 3 ล้านใบ ส่วนตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ขณะนี้รองรับระบบชิปการ์ดได้ทั้งหมดแล้ว 100%
นายอมร สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บัตรชิปการ์ดแล้วราว 51% ของฐานบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิตทั้งหมดของธนาคาร (ณ สิ้นปี 2560 มียอดบัตรรวมอยู่ที่ 12.3 ล้านใบ)