Skip to content

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค. 2565 อยู่ที่ระดับ 46.1 สูงสุดรอบ 10 เดือน

10 พ.ย. 2565 | 14:24น.
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค. 2565 อยู่ที่ระดับ 46.1 สูงสุดรอบ 10 เดือน

หอการค้าไทย เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคตุลาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 46.1 ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดรอบ 10 เดือน คาดจะดีต่อเนื่องถึงสิ้นปี จากปัจจัยเศรษฐกิจ ค่าแรงดีด ราคาพืชผลขึ้น

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 46.1 จากเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ระดับ 44.6 โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และสูงสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 40.0 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 43.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 54.8

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. 65

สำหรับปัจจัยบวก ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19, ครม.เห็นชอบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 65, การส่งออกเดือน ก.ย.ขยายตัว 7.83% และราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น เป็นต้น

ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ผู้บริโภคยังกังวลว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง, ความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด, ความกังวลสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น, เงินบาทปรับตัวอ่อนค่า และความกังวลต่อการระบาดของโควิด-19 ที่ยังเกิดขึ้นทั่วประเทศ เป็นต้น

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. 65

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2565 นี้ ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทุกรายการ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มกลับมาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

“ประเทศไทยกำลังหลุดพ้นจากวิกฤตโควิด-19 และเศรษฐกิจไทยกำลังเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ 3.3-3.5% ส่วนในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5-4%”

ทั้งนี้ หากไม่มีเหตุการณ์ใดที่รุนแรงเข้ามาเพิ่มเติมอีก ก็เชื่อว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน 2 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ และหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงท้ายปี จะเป็นอีกแรงที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคในช่วงปลายปีนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเริ่มดีขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วงกลางปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 2/66

“จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นกลับขึ้นมาได้ราว 5% จากที่ติดลบในปี 2563 และเชื่อว่าในปีหน้า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 3.5-4% ซึ่งจะเทียบเท่ากับช่วงก่อนที่จะเกิดโควิด เราประเมินว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเข้ามาอีก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน 2 เดือนข้างหน้าจะดีขึ้น และดีขึ้นเด่นชัดในกลางปี 2566”

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. 65

อย่างไรก็ดี การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 เนื่องจากผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าจากวิกฤตโควิด-19 อัตราเงินเฟ้อสูง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเข้ามาซ้ำเติม ยิ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้