เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แช่แข็งซีอีโอ 13 รัฐวิสาหกิจ บินไทยเคว้ง “ปตท.-กฟผ.” ฝุ่นตลบ

05 ก.พ. 2561 | 13:27น.

คสช.จัดแถวซีอีโอผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ 13 แห่ง เจ้าของสัมปทานยักษ์ ใช้อำนาจ ม.44 ปรับ ปลด โยกย้าย เสียบหัว “รักษาการ” ขั้นตอนรับคนใหม่ใช้ระบบ “เครือข่ายพิเศษ” เปิด-ขยายรับสมัครจนกว่าจะได้ตัวจริง ดีดีบินไทย ถ่างสรรหา 5 รอบยังไม่ได้ ปตท.-กฟผ.ฝุ่นตลบลูกหม้อเข้าชิงดำ เก้าอี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เดือด 8 ผู้สมัครรุมแย่ง แบงก์รัฐวุ่นหาคนสางขาดทุน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.คนใหม่ตัดเชือกโปรเจ็กต์ 3.9 แสนล้าน ขสมก.ไร้หัวต้องหาคนล้างหนี้ 1 แสนล้าน

การจัดแถวแต่งตั้งผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ที่สำคัญต่อโครงการลงทุน และเชื่อมต่อกับองค์กรธุรกิจเอกชน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนใหญ่เป็นการปรับ-ปลด โยกย้าย โดยการใช้อำนาจพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อไปดำรงตำแหน่งแทนแบบ “รักษาการ” ไปพลางก่อน

ในขณะที่บางองค์กร บางตำแหน่ง เปิดให้มีการสรรหา แต่ผู้เข้ารับการสรรหาขาดคุณสมบัติ หรือเป็นบุคคลที่ไม่มีสายสัมพันธ์กับคณะนายทหารระดับสูงใน คสช. และไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ทำให้รัฐวิสาหกิจที่สร้างรายได้จากสัมปทาน รัฐวิสาหกิจที่ต้องให้บริการประชาชนทั้งด้านขนส่ง ด้านพลังงาน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และองค์กรกำกับตลาดทุนยังไร้ผู้บริหารตัวจริง

แหล่งข่าวจากองค์กรกำกับรัฐวิสาหกิจ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐหลายแห่งยังไม่มีผู้บริหารสูงสุดตัวจริง ต้องใช้วิธีการตั้งรักษาการแทนผู้บริหารสูงสุด เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายที่แต่งตั้งคนใหม่

คลังรับหาผู้บริหารรัฐวิสาหกิจอืด

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ก็มีการเร่งดำเนินการสรรหาผู้บริหารสูงสุด หลายรัฐวิสาหกิจที่ยังอาจจะช้าอยู่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ขณะนี้ สคร.ได้ดำเนินการตามแนวทางการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เมื่อเดือน ก.ค. 2560 เช่น ต้องนำสมรรถนะหลักและความรู้ที่จำเป็น (skill matrix) มาใช้พิจารณาสรรหา

บินไทยเปิดรับสมัคร 5 รอบ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีการเปิดสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมได้ ทำให้นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) หน่วยธุรกิจบริการการบิน ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของการบินไทย ตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง ดีดี การบินไทย กว่า 1 ปีเต็มที่ผ่านมา มีการเปิดรับสมัคร 2 ครั้ง มีการขยายระยะเวลาในการรับสมัครถึง 5 ครั้ง โดยครั้งแรกเปิดรับสมัครเมื่อ 19 กันยายน-31 ตุลาคม 2559 และขยายเวลาถึง 2 ธันวาคม 2559 ครั้งนั้น มีผู้สมัครเข้ามาหลายรายแต่ไม่ผ่านการพิจารณา คณะกรรมการสรรหาจึงประกาศยกเลิกไปเมื่อมิถุนายน 2560

ครั้งที่ 2 เปิดรับสมัครอีกครั้งโดยกำหนดให้ผู้สนใจสมัครระหว่าง 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2560 และได้ขยายเวลาไปถึง 20 ตุลาคม 2560 และเปิดให้ขยายเวลารับสมัครอีกครั้งจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 จากนั้นได้ขยายเวลาอีกครั้งด้วยการยืดเวลารับสมัครไปจนถึง 29 ธันวาคม 2560 กระทั่งล่าสุดได้ขยายเวลารับสมัครอีกครั้ง ตั้งแต่ 24 มกราคม-23 กุมภาพันธ์ 2561

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ดีดี บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นแค่ 2 ราย จากที่มีผู้สมัครเข้ามาทั้งสิ้น 7 ราย โดยใช้ทั้งวิธีการทาบทามบุคคล และเฮดฮันเตอร์ช่วยหา

2 แบงก์รัฐตั้งรักษาการ

ด้านธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่หลังจากเปิดรับสมัครกรรมการผู้จัดการหลายรอบ ก็ยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมได้ สุดท้าย จึงตั้งนายวิทัย รัตนากร รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่นั่งเป็นกรรมการไอแบงก์อยู่ ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้จัดการ มาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560

นอกจากนี้ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (บสก.หรือ BAM) ที่มีนายสมพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ เป็นประธานกรรมการสรรหา หลังจากเปิดรับสมัครรอบแรก ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.-22 ม.ค. 2561 เพื่อหาผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนเก่าที่ลาออกไป แต่การเปิดรับสมัครรอบแรก พบว่ายังมีผู้สมัครน้อยราย ทำให้คณะกรรมการสรรหาต้องขยายเวลาออกไปอีกเป็นวันที่ 23 ม.ค.-22 ก.พ.นี้ โดยแต่งตั้งนายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บสก. รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ไปก่อน

8 ตัวเลือก ผจก.ตลาดหุ้น

การสรรหากรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คนใหม่ นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานคณะอนุกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ตลท. เปิดเผยว่าจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งผู้รักษาการแทน

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผยว่า มีผู้ยื่นสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯประมาณ 8 ราย ส่วนใหญ่ทำงานในวงการตลาดเงินและตลาดทุน แต่หลายรายที่ไม่ได้เป็นบุคลากรที่ทำงานในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่างจากช่วงแรกที่บุคลากรในตลาดหลักทรัพย์ฯยื่นใบสมัคร เช่น ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน ฯลฯ

ลูกหม้อแห่ชิงเก้าอี้ กฟผ.

ขณะที่รัฐวิสาหกิจเกรดเอ อย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับ บมจ.ปตท. ก็อยู่ในช่วงต้องปรับเปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดเช่นเดียวกัน เนื่องจากนายกรศิษฐ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. จะครบวาระในเดือน เม.ย. 2561 ซึ่ง กฟผ.ได้ประกาศรับสมัครผู้ที่สนใจตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ปรากฏมีเพียงคนวงในมาสมัคร คือ 1.นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ปฏิบัติงานที่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ EGCO ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

2.นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการ กฟผ.พัฒนาธุรกิจ 3.นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระชัย รองผู้ว่าการ กฟผ.พัฒนาระบบส่ง และ 4.นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ กฟผ. ปฏิบัติงานที่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า ราชบุรีโฮลดิ้ง หรือ RATCH ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

เป็นที่น่าสังเกตว่าในระดับรองผู้ว่าการ กฟผ.ที่ถูกส่งไปนั่งบริหารบริษัทลูก อย่าง EGCO/RATCH ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเกษียณในตำแหน่งนั้น ๆ แต่ครั้งนี้กลับพร้อมใจกันลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการกันเอง จากเดิมผู้ที่อยู่ในตำแหน่งรองผู้ว่าการที่อายุงานเหลือมากกว่า 2 ปีเท่านั้นที่ลงสมัคร สำหรับงานท้าทายผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่ คือ การขยายโครงข่ายระบบสายส่งทั่วประเทศ

ภารกิจเร่งด่วนว่าที่ CEO ปตท.

ส่วน ปตท. ซึ่งนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จะครบวาระในเดือน พ.ค. 2561 ล่าสุด คณะกรรมการสรรหาที่มีพลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธาน จะประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ 5 ก.พ.-26 ก.พ.นี้ และมีกระแสข่าวว่าการชิงตำแหน่ง CEO ของ ปตท.ครั้งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ คาดว่าจะมีผู้บริหารลงสมัครไม่น้อยกว่า 5 คน แต่คู่ชิงน่าจะเป็นนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย กับนายวิรัตน์ เอื้อนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ

โจทย์สำคัญที่ CEO คนใหม่ต้องสานต่อคือ การนำกลุ่มธุรกิจน้ำมันเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR และการลงทุนตามแผน 5 ปี (2561-2565) มูลค่ารวม 3.4 แสนล้านบาท รวมถึงการหาธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S curve ของ ปตท.

สกรีนว่าที่บิ๊ก กปภ.เร่งงานยักษ์

ด้านนายธงชัย ระยะกุญชร ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร และโฆษกการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า นับแต่นายเสรี ศุภราทิตย์ ลาออกเดือน ก.ค. 2560 นายสมชาย มนต์บุรีนนท์ รองผู้ว่าการ (วิชาการ) เป็นรักษาการผู้ว่าการ กปภ.มาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดการเปิดรับสมัครบุคคลดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กปภ. โดยคณะกรรมการสรรหาที่มีนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ เปิดรับสมัครตั้งแต่ 1-20 ธ.ค. 2560 โดยผู้ยื่นใบสมัครเป็นคนใน 2 ราย กับบุคคลภายนอกอีกส่วนหนึ่ง

ระหว่างนี้รักษาการผู้ว่าการ กปภ.และทุกฝ่ายยังทำงานเดินหน้าโครงการวางท่อลอดทะเลจากฝั่งสุราษฎร์ธานีไปเกาะสมุย จะแล้วเสร็จ เม.ย.นี้ โครงการก่อสร้างขยายเขตการทำงานในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

ส่วนองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) ที่อยู่ระหว่างขยายเวลารับสมัครผู้อำนวยการรอบที่ 2 ของปีนี้ รอบแรกแม้มีผู้สมัครจำนวนหนึ่ง แต่ต้องขยายเวลาเพิ่มเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสม หลังตำแหน่งผู้อำนวยการ อจน.ว่างเว้นมากว่า 2 ปีแล้ว

“อาคม” ชี้งานไม่สะดุด

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ไม่มีผู้บริหารตัวจริงมาผลักดันโครงการลงทุน มีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หลังนายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ครบวาระผู้ว่าการเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2560 โดยตั้งนายฤทธิกา สุภารัตน์ รักษาการแทน ระหว่างมีการสรรหา ซึ่งนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ลูกหม้อ รฟม.เป็นผู้ได้รับคัดเลือก ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ

ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เนื่องจาก คสช.มีคำสั่ง ม.44 ให้นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พ้นจากตําแหน่ง และให้ไปดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2560 และออกคำสั่ง ม.44 แต่งตั้งนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ มารักษาการผู้ว่าการแทนจนถึงปัจจุบัน หากจะแต่งตั้งหรือสรรหาคนใหม่จะต้องใช้ ม.44 มาล้างคำสั่ง

ทั้งนี้ การรถไฟฯมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ ทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง วงเงินรวม 393,376.7 ล้านบาท ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย, จิระ-อุบลราชธานี, ขอนแก่น-หนองคาย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา, เด่นชัย-เชียงใหม่ ทางคู่สายใหม่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และบ้านไผ่-นครพนม ซึ่งสายชุมพร-สุราษฎร์ธานี และสุราษฎร์านี-หาดใหญ่-สงขลา ร.ฟ.ท.เสนอมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว

ส่วนรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กม.วงเงิน 269,338 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอ ครม.ในเดือน มี.ค. 2561 ด้านรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) คาดว่าจะได้เอกชนดำเนินการในเดือน ส.ค.-ก.ย. 2561 ส่วนแผนฟื้นฟูอยู่ระหว่างปรับปรุงเสนอ คนร.

ส่วนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีคำสั่งให้นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน เม.ย. 2560 แต่งตั้งนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การรักษาการแทน ซึ่งเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 ได้เซ็นซื้อรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน วงเงิน 4,261 ล้านบาท กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO (บมจ.สแกนอินเตอร์ และ บมจ.ช ทวี) และในเร็ว ๆ นี้เตรียมจะซื้อรถเมล์ไฟฟ้าและเร่งทำแผนฟื้นฟูล้างหนี้ 1 แสนล้านบาท

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) หลังนายณรงค์ เขียดเดช ถูกย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อกลางปี 2560 เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องคุณสมบัติของนายณรงค์ที่มีผู้ร้องเรียนว่าทำผิดเงื่อนไขสัญญาจ้าง โดยแต่งตั้งนายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดินรักษาการแทนจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง กทพ.ปีนี้มีแผนจะประมูลสร้างทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.7 กม. วงเงิน 31,244 ล้านบาท และทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือช่วง N2 และ N3 ระยะทาง 10.5 กม. เงินลงทุน 14,382 ล้านบาท

ยังมีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ว่างเว้นผู้อำนวยการมา 1 ปี นับจากเรือเอก สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ลาออกเมื่อเดือน มิ.ย. 2560 โดยแต่งตั้งเรือตรีทรงธรรม จันทประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสายวิศวกรรมรักษาการแทน ล่าสุดกำลังประกาศสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่ ในปีงบประมาณ 2561 มีงบฯลงทุน 11,075.918 ล้านบาท และยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงินกว่า 3.5 หมื่นล้าน และพัฒนาที่ดินย่านท่าเรือคลองเตย 2.3 พันไร่ เป็นแลนด์มาร์กใหม่ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ทั้งการรถไฟฯ และ รฟม. ยังไม่มีผู้บริหารตัวจริง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าโครงการให้สะดุดหรือล่าช้า ซึ่งรักษาการทั้ง 2 หน่วยงานยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้กระทรวงอยู่ในกระบวนการจัดหาผู้มาดำรงตำแหน่ง โดยตำแหน่งผู้ว่าการ รฟม.ผลสรรหาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ