เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
World อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
Finance YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
Politics ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
กกต. มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ สมัย 2
Politics กกต. มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ สมัย 2
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวหลังเจ้าหน้าที่เฟดยังหนุนขึ้นดอกเบี้ย

18 พ.ย. 2565 | 20:12น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 14-18 พฤศจิกาย 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/11) ที่ระดับ 35.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 36.00/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ยังคงถูกกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนธันวาคม ภายหลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคมที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้นักลงทุนพากันเทขายดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจีนส่งสัญญาณเปิดประเทศโดยประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ในวันศุกร์ (11/11) ด้วยการปรับลดระยะเวลาการกักตัวของผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ รวมทั้งยกเลิกระบบลงโทษสายการบินในกรณีที่พบผู้โดยสารติดเชื้อโควิด นอกจากนั้นแล้วนักลงทุนยังให้ความสนใจกับการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ในประเทศอินโดนีเซีย โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ย้ำในการแถลงข่าวหลังพูดคุยกับนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีนว่า จะไม่มีสงครามเย็นเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ดี นายไบเดนบอกว่า เขาได้ย้ำกับนายสีว่านโยบายของสหรัฐเรื่องไต้หวันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย และเขาอยากให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างสันติ ขณะที่ในเรื่องของยูเครน สื่อของจีนรายงานว่า นายสีบอกว่าเขากังวลมากเรื่องสถานการณ์การสู้รบในยูเครนที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งจีนได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียยับยั้งชั่งใจแต่ก็ไม่ได้ถึงกับประณามรัสเซียซึ่งเป็นคู่ค้าของตน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในวันอังคาร (15/11) หลังจากที่นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดออกมาระบุว่าเฟดจะยังคงเเดินหน้าต่อสู้กับเงินเฟ้อ โดยกล่าวว่า เฟดจะไม่ผ่อนคลายมาตรการต่อสู้กับเงินเฟ้อ แม้ว่าเงินเฟ้อปรับตัวต่ำกว่าคาดในเดือนตุลาคม เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวมาจากข้อมูลเพียงชุดเดียว และเฟดจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงอย่างแท้จริง นอกจากนั้นแล้วค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากที่รัสเซียมีการยิงขีปนาวุธไปตกในพื้นที่ของประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) อย่างไรก็ดีในเวลาต่อมา นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ออกมากล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ขีปนาวุธที่มีการยิงตกใส่ชายแดนโปแลนด์ อาจเป็นขีปนาวุธของระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน จึงทำให้ตลาดเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีออกมาระหว่างสัปดาห์นั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือนตุลาคม ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 8.0% ในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.3% และชะลอตัวจากระดับ 8.4% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.2% ในเดือนกันยายน ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบรายปีชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายเดือน อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) สูงกว่าคาด โดยดีดตัวขึ้นสู่ระดับ +4.5 ในเดือนพฤศจิกายนสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -6.0 จากระดับ -9.1 ในเดือนตุลาคม โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวลง ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือนตุลาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อนหน้าและสูงกว่าที่มีการคาดการณ์ที่ระดับ 1.0% โดยตัวเลขดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวสูงขึ้นของยอดขายรถยนต์และราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งเพิ่มยอดขายของสถานีบริการน้ำมัน สำหรับยอดค้าปลีกพื้นฐานไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 0.6%

สำหรับปัจจัยภายในประทศ ในช่วงต้นสัปดาห์ น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาการแข็งค่าของเงินภูมิภาคสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับดีขึ้น จากการคาดการณ์แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าอาจผ่อนคลายความเข้มงวดลงได้บ้าง โดยเฉพาะหลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐชะลอลงมากกว่าคาด รวมถึงเริ่มเห็นสัญญาณการผ่อนคลายมาตรการ Zero Covid-19 จากทางการจีนส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐปรับอ่อนค่าลงกว่า 3% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินภูมิภาคและปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากสิ้นเดือนตุลาคมประมาณ 5% โดยทาง น.ส.ชญาวดี มองว่า ความผันผวนในตลาดการเงินยังมีแนวโน้มที่จะทรงตัวในระดับสูงในระยะถัดไป ภาคเอกชนจึงควรบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกไม่ได้กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2565 จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 3% โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2565 และไตรมาส 3/2565 2.5% และ 2.2% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของ ธปท.ที่คาดว่าเศรษฐกิจปี 2565 จะขยายตัวได้ 3.3% ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.53-36.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 35.85/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (14/11) ที่ระดับ 1.0329/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 1.0257/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดยังคงวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ หลังสำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี (FSO) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนีซึ่งได้รับการปรับค่าเพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับดัชนีราคาผู้บริโภคเฉลี่ย (HICP) ของสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มขึ้นแตะ 11.6% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี CPI ที่ไม่ได้รับการปรับค่านั้นอยู่ที่ 10.4% นอกจากนี้ ค่าเงินยูโรยังคงได้รับแรงหนุนหลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มซบเซามากกว่าที่ IMF คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อพิจารณาจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และวิกฤตพลังงานที่เลวร้ายลงในยุโรปจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อที่สูงเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้เริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์หลังศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -36.7 ในเดือนพฤศจิกายนโดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -59.0 จากระดับ -59.2 ในเดือนตุลาคมโดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงในไม่ช้า ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ค่าเงินยูโรมีกรอบระหว่าง 1.0270-1.0480 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 1.0372 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/11) ที่ระดับ 139.57/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 140.51/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์โดยได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2565 ที่หดตัวลง 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 1 ปี และสวนทางกับการคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาในหมวดอาหารสด พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี ในเดือนกันยายน อย่างไรก็ดี ยอดส่งออกของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 20 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของยอดส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของยอดนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น 53.5% จากการนำเข้าน้ำมันดิบ, ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเหลว ส่งผลให้ยอดขาดดุลการค้าประจำเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 2.16 ล้านล้านเยน (1.55 หมื่นล้านดอลลาร์) ถือว่าเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และขาดดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 138.46-140.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 139.99/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ