เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ภารกิจ ผู้ตรวจฯ “ทรงศัก” ตรวจการแผ่นดิน รับร้อง 3 พันเรื่อง/ปี

16 ธ.ค. 2565 | 07:12น.
ทรงศัก สายเชื้อ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman) ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2540 เมื่อปี 2543 กระทั่งในปี 2550 เปลี่ยนมาเป็นองค์กรอิสระ ปัจจุบันรวมระยะเวลา 22 ปีแล้ว “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายทรงศัก สายเชื้อ” ในบทบาทการทำงานหลังจากดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินครบ 1 ปี

ขอบเขตงานและการดูแล

ผู้ตรวจการแผนดินของไทยทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน สร้างความเป็นธรรม ลดภาระที่ไม่จำเป็นทั้งระหว่างภาคประชาชน-หน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ

การแก้ปัญหาทำได้ 2 ลักษณะ จากการรับเรื่องร้องเรียน หรือลักษณะที่ 2 ผู้ตรวจการแผ่นดินริเริ่มเอง มี 2 ลักษณะ คือ ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราเห็นว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ขนาดใหญ่ มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก และอีกลักษณะคือ การหยิบยก การดำเนินการเชิงระบบมา และยังมีหน้าที่ที่ 3 ซึ่งเกิดใหม่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เราสามารถไปตรวจการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐที่ระบุในรัฐธรรมนูญ หมวด 5 มีอยู่ 10 กว่ามาตรา และหน้าที่ที่ 4 เป็นหน้าที่เกี่ยวกับการให้คำแนะนำ สนับสนุนส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ลดภาระที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมสนับสนุนตามหลักธรรมาภิบาล

“ผู้ตรวจการแผ่นดินทำหน้าที่เหมือนเป็นคนกลาง ระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ผู้ใดได้รับความไม่เป็นธรรมความเดือดร้อนในเรื่องใด เราจะเข้าไปดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร พยายามหาทางออก ให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีของการดำเนินการตามหมวด 5 เสนอไปที่ ครม. ให้ ครม.รับทราบและสั่งการให้หน่วยงานนำไปแก้ไข ปฏิบัติ นี่คือบทบาทหน้าที่หลัก”

ท็อป 5 เรื่องร้อน

ในทางปฏิบัติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คนจะมีการแบ่งงานกัน เช่น ท่านประธานจะดูด้านสังคม อีกท่านจะดูเศรษฐกิจ ส่วนผมจะดูกลุ่มความมั่นคง และด้านยุติธรรม และอีกส่วนแต่ละท่านจะแบ่งงานตามขอบเขตพื้นที่จังหวัด 76 จังหวัดแบ่งเป็น 3 กลุ่มจังหวัด เพื่อลดความซ้ำซ้อน สับสน แต่ตามจริงทุกท่านจะมีอิสระสามารถหยิบเรื่องอะไรก็ได้

“เรื่องร้องเรียน แต่ละปีมีเฉลี่ย 3,000 เรื่อง มีทั้งตั้งแต่ปีที่แล้วที่ยกยอดเข้ามาและเข้ามาใหม่ ปัจจุบันมี 1,500-1,600 เรื่องดำเนินการแล้วเสร็จ 50-60% ส่วนใหญ่เรื่องร้องเรียนอันดับ 1.จะเป็นเรื่องตำรวจ 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.กระทรวงมหาดไทย 4.กระทรวงคมนาคม 5.กระทรวงศึกษาธิการ 6.กระทรวงสาธารณสุข ตามลำดับ”

ยกเคส “มาตรฐานสินค้าเกษตร”

ตอนนี้เราอาศัยหมวด 5 มาตรา 61 รัฐต้องคุ้มครองผู้บริโภค โดยได้ยกเรื่องสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรอินทรีย์ขึ้นมา ตั้งโจทย์หลักไว้ว่าเราจะคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ
ให้มี food safetyสินค้าเกษตร ขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพในการทำการตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ

“สมมุติฐานของเรา สินค้าเกษตรที่บริโภคภายในประเทศ และสินค้าเกษตรที่เราส่งออกมันต่างกัน ทำอย่างไรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในอนาคต เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคคนไทยได้รับประทานของดี และปลอดโรค ปลอดสารเคมี ซึ่งเป็นสาเหตุโรคภัยต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้คงไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะมีเรื่องต้นทุน ต้องมีการสนับสนุนมีงบประมาณต่าง ๆ ก็คงต้องใช้เวลา แต่หากไม่มีแผนก็คงจะไม่สามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรที่บริโภคภายใน มาตรฐานส่งออก เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ จึงต้องมีเป้าหมายในอนาคต ซึ่งเรากำลังดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน จากนั้นจะขยายเฟสที่ 2 สู่สินค้าเกษตรนำเข้า”

ตอนนี้ได้ประชุมหน่วยงานส่วนกลางไป 10 หน่วยงานเป็นครั้งแรก และมีส่วนของภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ต่อไปในครั้งหน้ามีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้ามาร่วมมากขึ้น

โจทย์ 5 หลัก

“เรื่องสินค้าเกษตรนี้ต้องมีการอ้างอิงมาตรฐานต่างประเทศว่าเขาดำเนินการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก หรือ FAO หรือมาตรฐานแต่ละประเทศ และปรับเพื่อใช้ในการบริหารจัดการของเรา เช่น ปัจจุบันไทยกำหนดมาตรฐานตั้งแต่ฟาร์ม GAP มาตรฐานโรงงาน GMP และมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ใช้ภายในประเทศ PGS มาตรฐาน Organic Thailand เพื่อส่งออก และมาตรฐานสากลเกษตรอินทรีย์”

โจทย์สำคัญ คือ จะทำให้เกิดระบบการตรวจสอบย้อนกลับและการเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างไร จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา หน่วยงาน ฟาร์มที่ทำเรื่องนี้ได้ เข้ามาช่วย การตรวจสารเคมีตกค้างเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งกระทรวงเกษตรฯ สาธารณสุข อุตสาหกรรม จนกระทั่งองค์การอาหารและยา (อย.) ไปสู่ผู้บริโภค ถ้ามีการเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นระบบ

“หัวใจสำคัญของความปลอดภัยทางด้านอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงตลาดวางขาย เข้าปากผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่การผลิต ทุกจุด จะต้องมีแผนในระดับที่บูรณาการจนถึงระดับชาติ”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องระบบข้อมูลทางด้านการเกษตรพบว่ามีแอปพลิเคชั่นอย่างน้อย 25 ระบบ เกษตรกรไม่รู้จะเข้าไปในระบบไหน อาจต้องทำ application ส่วนกลาง และประเด็นเรื่องการสื่อสารกับผู้บริโภค ควรจะต้องมีการติดฉลากสินค้า ประเด็นการจัดการฟาร์มสมัยใหม่ (สมาร์ทฟาร์มมิ่ง) นำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัย ประเด็นเกี่ยวกับความสามารถทำการตลาดขายสินค้าทั้งตลาดภายในประเทศและไปสู่ตลาดส่งออกได้ดีขึ้น และเรื่องสุดท้ายคือการบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ยก “ชุมพร” จังหวัดนำร่อง

เราได้กำหนดให้จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดนำร่อง ตั้งเป้าหมายให้เป็นมหานครเกษตรอินทรีย์ และเป็นมหานครไม้ผล โดยได้ตั้งกรรมการความปลอดภัยอาหารเกษตรอินทรีย์ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และตัวแทนจากหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน สมาคมเกษตรกร สมาพันธ์เกษตรยั่งยืน เข้ามาร่วมบูรณาการร่วมกัน และมีส่วนร่วมกับประชาชน ให้ทำแผนเสนอแผนและกรอบระยะเวลาทำงานมาก

“การที่จะปรับเป็นเกษตรอินทรีย์เลย อาจต้องใช้ระยะเวลา เพราะชุมพรมีพื้นที่ทางการเกษตร 2 ล้านไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 3.7 ล้านไร่ product champion คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน กาแฟ และกล้วยหอมทอง ซึ่งพืชเศรษฐกิจหลักยังมีการใช้สารเคมี เราจึงเสนอว่าให้ปรับเป็นมหานครเกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ คู่กันไป”

โดยกำหนด product champion อย่างน้อย 5-6 รายการ เช่น กล้วยหอมทอง พืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพส่งออกไปญี่ปุ่น 30 ปีแล้ว แต่ยังใช้สารเคมีอยู่บ้าง,​ กาแฟจะมีกาแฟเขาทะลุ และกาแฟถ้ำสิงห์ ที่มีปริมาณไม่มากแต่ทำตลาดดีมาก โดยเฉพาะตลาดในประเทศแต่ยังส่งออกไม่ได้, ทุเรียนมีพื้นที่ปลูก 5 แสนไร่ ยังมีการใช้สารเคมี ควรทำ bubble zone เกษตรกรที่ใช้สารเคมีต้องมีส่วนรับผิดชอบเพราะสารเคมีอาจกระจายไปสู่คนอื่น ต้องช่วยกันลงทุนเหมือนกล้วย

พร้อมกันนี้เราเสนอชุมพรเป็นศูนย์กลางด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร ศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรในภาคใต้ เป็นเทรดดิ้งฮับ และศูนย์กลางอำนวยความสะดวกด้านการส่งออกก่อนที่จะขยายไปจังหวัดอื่นๆ ต่อไป