Skip to content

ระเบิดเวลา แรงงานขาดแคลน

24 ธ.ค. 2565 | 18:55น.
ระเบิดเวลา แรงงานขาดแคลน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

อีกไม่กี่วันก็จะข้ามจากปี 2565 ไปสู่ปี 2566 ซึ่งน่าจะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ หลังคนไทยปรับตัวอยู่กับโควิด-19 มาจนคุ้นเคยกันพอสมควรแล้ว

ทั้งการงานและการใช้ชีวิต ขยับปรับโหมด เป็นวิถีปกติใหม่ (นิวนอร์มอล) เราอยู่กับโควิดได้สบายใจขึ้นมาก (แม้จะยังมีข่าวการกลับมาระบาดในบางประเทศให้หวั่นไหวบ้าง)

ทั้งคนไทยและต่างชาติ เริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น หลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวหนาตามากขึ้นมาก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหลายจังหวัด แม้ไม่เท่าก่อนโควิด แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

การท่องเที่ยวเริ่มฟื้น โรงแรม และภาคบริการในหลายจังหวัด โดยเฉพาะตามหัวเมืองหลัก เช่น ภูเก็ต, หาดใหญ่, เชียงใหม่ กลับมาเปิดให้บริการแล้ว แต่ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานแทบในทุกตำแหน่งงาน ตั้งแต่แม่บ้าน, เด็กยกกระเป๋า, พนักงานหน้าฟรอนต์ ไปจนถึงเชฟ

เรียกว่า ขาดตั้งแต่งานบริการด่านหน้า ไปจนถึงหลังครัวกันเลยทีเดียว

เฉพาะในจังหวัดภูเก็ต “ธเนศ ตันติพิริยะกิจ” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต บอกว่า การท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงไฮซีซั่นปีนี้ค่อนข้างคึกคัก โดยในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากกว่า 1 แสนคน ส่งผลให้สถานประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก รวมกว่า 2 หมื่นตำแหน่ง ทำให้หลาย ๆ โรงแรมที่อยากกลับมาเปิดกิจการให้ได้ 100% ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแรงงานไม่เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า

หลายโรงแรมใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเพิ่มชั่วโมงการทำงานของพนักงานที่มีอยู่เดิมให้นานขึ้น โดยยอมจ่ายค่าล่วงเวลา บ้างก็ให้พนักงาน 1 คน ทำงานหลายหน้าที่ รวมไปถึงการจ้างพนักงานชั่วคราว โดยยอมจ่ายค่าจ้างสูงกว่าเดิม 1-2 เท่า เช่น ตำแหน่งแม่บ้านให้สูงถึง 1,000-1,500 บาทต่อวัน พร้อมอาหารฟรี 2 มื้อ แม้แต่พนักงานยกกระเป๋า (bell boy) ก็รายได้ดีขึ้น ช่วงที่มีลูกค้าเข้ามาก ๆ โรงแรมบางแห่งยอมจ่ายให้ถึงวันละ 1,000 บาทก็มี

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในบ้านเรา แต่เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่่อหลายเดือนก่อนที่ประเทศแถบยุโรปเริ่มเปิดประเทศ ก็มีปัญหากระเป๋าโดนกองทิ้งไว้ในสนามบิน เพราะหาคนทำงานไม่ได้

ส่วนหนึ่งเพราะธุรกิจโรงแรมและภาคบริการทั้งหลาย ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดหนักและยาวนานกว่าธุรกิจอื่น ทำให้พนักงานจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจกลับถิ่นฐาน และเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ถ้าจะให้กลับมาอีกก็ยังกังวล และกลัวว่าจะไม่มั่นคง จากตัวเลขทางการเมื่อ 2 ปีก่อน พบว่ามีแรงงานออกจากระบบประกันสังคมเกินกว่า 50,000 คน

ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว หรือแม้แต่ภาครัฐเองก็คาดการณ์ และวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว เช่น มีการทำข้อตกลงกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยปรับหลักสูตรให้นักศึกษาปี 3-4 สาขาการโรงแรมเข้ามาฝึกงานในจังหวัดภูเก็ต โดยเป็นการฝึกงานแบบมีค่าจ้าง พร้อมที่พัก อาหาร และรถรับส่งให้ด้วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็คงไม่ต่างกันนัก ขนาด “ภูเก็ต” จังหวัดเดียวยังขนาดนี้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัว 3.8% ต่อปี มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 21.5 ล้านคน

ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ที่ดูท่าจะหนักขึ้นแน่ ๆ เมื่อผู้ประกอบการกลับมาเปิดเพิ่มขึ้น เปรียบได้กับ “ระเบิดเวลา” ที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่ง (เคย) มีธุรกิจท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว แรงงาน โรงแรม