เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ไขรหัส “ศาสตร์พระราชา” “คุ้งกระเบน” คลังปัญญา ศก.พอเพียง

12 ก.พ. 2561 | 00:07น.
4,741 โครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริ ตลอดรัชสมัย 70 ปี แห่งการขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (ร.9) ประจักษ์แก่สายตาพสกนิกรชาวไทย-ชาวโลก

 

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พาสัญจร-ไขรหัส “ศาสตร์พระราชา” ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 1 ใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เปรียบเสมือนดั่ง “คลังปัญญา” แห่ง “ศาสตร์พระราชา” อันเป็นมรดกของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งยังคงเป็นศาสตร์แห่งภูมิปัญญา-สร้างปราชญ์ชาวบ้านทั่วทุกพื้นที่-ทั่วทุกภูมิภาค

นายนเรศ แสงอรุณ นักประชาสัมพันธ์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฉายภาพพระราชดำริของในหลวง ร.9 ให้มีศูนย์การศึกษาทั่วทุกภูมิภาคว่า การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และตามภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมวิทยา ในนิสัยใจคอของคน จะไปบังคับคนให้คิดอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้นพระองค์ท่านจึงยึดหลักของภูมิสังคม

“พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสชัดเจนว่า จุดประสงค์ของการตั้งศูนย์ศึกษาเพราะต้องการให้เป็นสถานที่สำหรับการค้นคว้า วิจัยในท้องที่ เพราะแต่ละท้องที่ฝนฟ้าอากาศและประชาชนในท้องที่แตกต่างกัน”

นอกจากการตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ตามภูมิสังคมในท้องถิ่นนั้น ๆ แล้ว อีก 1 จุดประสงค์ คือ การพัฒนาที่ทำกินของราษฎรให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น โดยการพัฒนาที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูป่า โดยใช้หลักทางวิชาการเกษตรในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

“การตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเพื่อการศึกษา ทดลอง วิจัยแล้ว ให้ขยายผลสู่ประชาชน รวมกลุ่มจัดเป็นหลักสูตรอบรม และจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขยายออกไปอีก เพื่อสร้างปราชญ์ชาวบ้านเพื่อเผยแพร่ให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ”

พระราชดำริในการตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนในวันนั้น เป็น “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งสามารถนำมาแก้ปัญหาการกีดกันทางการค้าได้ทั้งในปัจจุบัน-อนาคต หลักคิด-หลักพัฒนาของในหลวง ร.9 กว่า 37 ปีเต็ม เพื่อส่งเสริมอาชีพการเกษตรในพื้นที่รอยต่อป่าชายเลนและเชิงเขา โดยการศึกษา-ทดลอง-วิจัยและทดสอบพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยปลอดจากภัยสารพิษ อาทิ การปลูกผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษ เช่น ชมพู่ทับทิมจันทร์ ละมุดพันธุ์ละลายทอง หม่อนพันธุ์แม่ลูกดก ซึ่งผ่านการทดลอง-วิจัยแล้วว่า เหมาะกับภูมิประเทศ

“เนื่องจากพื้นที่เป็นดินตะกอนทรายจากทะเลและเค็ม เนื่องจากอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ไม่สามารถนำต้นอะไรมาปลูกก็ได้ จึงต้องปลูกพืชใบหนา เป็นมัน เติบโตในดินทรายและเค็ม”

1 ในประเด็นท้าทายเศรษฐกิจโลกในอนาคต คือ การกีดกันทางการค้า โดยใช้ประเด็น “ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เป็นการกีดกันทางการค้าทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันประเทศไทยยังคงถูกสหภาพยุโรป (อียู) ให้ “ใบเหลือง” ในการทำประมงผิดกฎหมาย

ในอดีตจังหวัดชายฝั่งภาคตะวันออก จันทบุรี เป็นแหล่งอัญมณีและผลไม้สำคัญ รวมถึงทรัพยากรด้านการประมงลำดับต้น ๆ ของประเทศ แต่เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น ความก้าวหน้าที่เทคโนโลยี เครื่องมือประมงในการจับสัตว์น้ำ ส่งผลให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ-ป่าชายเลนถูกทำลาย

“งานประมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกุ้งทะเล ปลาเก๋า ปลากะพงขาว ให้ได้มาตรฐานการเลี้ยงกุ้งอย่างปลอดภัยไร้สารพิษ หรือระบบโค้ดออฟคอนดักต์ (code of conduct) หรือซีโอซี (COC) และ good aquaculture practice (GAP) เพื่อให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ การให้บริการคลินิกโรคสัตว์น้ำ ตรวจโรคสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรเลี้ยงกุ้งและปลาในโครงการ”

สัตว์น้ำทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่ได้รับการส่งเสริมในด้านวิชาการเกษตร การวิจัย-พัฒนา อาทิ กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย ปลากะพงขาว ปลาเก๋า ปลาแขยงกง หอยหวาน ได้รับการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐานสากล-พ้นระดับการกีดกันทางการค้าของต่างประเทศ

เมื่อปี 2530 มีการส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งกุลาดำรอบอ่าวคุ้งกระเบน โดยจัดสรรพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรมรอบอ่าวคุ้งกระเบน จำนวน 728 ไร่ เพื่อให้ประชาชนที่มีฐานะยากจนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำ อย่างไรก็ตาม การสูบน้ำในทะเลเพื่อเลี้ยงกุ้งและสูบออกลงทะเลโดยตรง ไม่บำบัด จึงเกิดการปนเปื้อนของน้ำทะเล ส่งผลกระทบต่อหญ้าทะเล แนวปะการัง ป่าชายเลน และเกิดโรคระบาดรอบอ่าวคุ้งกระเบน รวมถึงการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร

“พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำริว่า มีวิธีที่ทำให้การเลี้ยงกุ้งทะเลเป็นรายได้และไม่มีมลพิษ และสามารถส่งออกกุ้งจำนวนมากและมีคุณภาพสูง จึงเป็นที่มาของมาตรฐาน COC และ GAP เนื่องจากต่างประเทศสร้างเงื่อนไขเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าว่า การเลี้ยงกุ้งเป็นการทำลายป่าชายเลนและสิ่งแวดล้อม”

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงมีพระราชดำริการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ “ชลประทานน้ำเค็ม” โดยการบำบัดน้ำเลี้ยงกุ้งก่อนใช้ประโยชน์ต่อไป-ลงทะเล

ท่ามกลางคลื่นลมเศรษฐกิจทุนนิยมโลก-โลกาภิวัตน์ และภัยเศรษฐกิจรูปแบบใหม่-การกีดกันทางการค้า “ศาสตร์แห่งพระราชา” จึงเป็น “หลักชัย” ยึดเหนี่ยวไม่ตกเทรนด์โลก