คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์
ดิ อีโคโนมิสต์ สื่อนิตยสารดังของอังกฤษ ออกหนังสือฉบับพิเศษวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์โลกเป็นประจำทุกปี
The World Ahead 2023 เป็นเหมือนเป็นคู่มือให้เหล่านักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ นักรัฐศาสตร์ และนักการเมืองไว้ศึกษาเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่คาดคะเนได้
โดยเฉพาะบทสรุป 1 หน้ากระดาษจากบรรณาธิการ ทอม สแตนเดจ ที่บอกธีมและเทรนด์ของปี 2566 ไว้ 10 เรื่อง
1.ทุกสายตาจับจ้องยูเครน เพราะชะตาขององค์ประกอบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะขาดแคลนอาหาร ล้วนขึ้นอยู่กับสงครามครั้งนี้ โดยรัสเซียมีแนวโน้มจะยื้อศึกออกไป ด้วยความหวังว่าภาวะขาดแคลนพลังงาน และกระแสการเมืองในอเมริกาเปลี่ยน จะบั่นทอนการสนับสนุนยูเครนของชาติตะวันตก
2.เศรษฐกิจถดถอยใกล้เข้ามา ประเทศเศรษฐกิจหลัก ๆ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ อเมริกาน่าจะเจอสภาพถดถอยอย่างเบา ๆ แต่ยุโรปจะสาหัส และทั่วโลกเดือดร้อนทุกหัวระแหง การแข็งค่าของเงินดอลลาร์จะทำร้ายชาติยากจนที่กระอักกับราคาอาหารที่พุ่งสูงอยู่แล้ว
3.มุมบวกสำหรับสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าหลายประเทศหวนกลับไปหาพลังงานฟอสซิลก่อมลพิษ แต่ในระยะกลาง สงครามจะกลายเป็นตัวเร่งให้นานาประเทศหันเข้าหาพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เช่นเดียวกับพลังงานจากลม แสงอาทิตย์ นิวเคลียร์ และไฮโดรเจน จะได้รับประโยชน์ด้วย
4.จีนผ่านจุดพีก ? เป็นไปได้ว่าเดือนเมษายน อินเดียจะมีประชากรแซงจีนที่ 1,430 ล้านคน ขณะที่จีนมีประชากรลดลง และเศรษฐกิจเจอมรสุม จนมีการพูดกันว่า จีนผ่านจุดพีกมาหรือยัง หากเศรษฐกิจชะลอตัว นั่นหมายถึงขนาดเศรษฐกิจจีนจะไม่แซงอเมริกา
5.อเมริกาแตกแยก แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะมีผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่แย่กว่าที่คาด แต่ก็ยังส่งผลให้สังคมและวัฒนธรรมอเมริกันแบ่งแยกมากกว่าเดิม ไม่ว่าปมทำแท้ง อาวุธปืน และอื่น ๆ ที่มาจากการชี้ขาดของศาลฎีกา ยิ่งเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2024 อีก ยิ่งเร่งสุมเชื้อเพลิงในกองไฟ
6.เรื่องร้อนที่ต้องจับตา หลังสงครามยูเครนเกิดได้ ศึกอื่น ๆ ก็เป็นไปได้หมด รวมถึงจีนที่อาจไม่ต้องรอหาฤกษ์งามยามดีสำหรับก่อศึกไต้หวัน ขณะที่ความตึงเครียดชายแดนหิมาลัยระหว่างจีน-อินเดีย ก็คุกรุ่น และตุรกีอาจบุกยึดเกาะในทะเลอีเจียนจากกรีซก็เป็นได้
7.เปลี่ยนขั้วพันธมิตร ภูมิรัฐศาสตร์กดดันทำให้พันธมิตรต้องปรับตัว เช่น นาโต้ต้อนรับสมาชิกใหม่ 2 ประเทศ เนื่องจากศึกยูเครน ส่วนซาอุดีอาระเบียจะญาติดีกับกลุ่มข้อตกลงอับราฮัม ที่มีอิสราเอลหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม AKUS ที่อเมริกาต้านทานจีน ไปจนถึงกลุ่ม t2U2 ที่อินเดียไปรวมกับอิสราเอล ยูเออี และอเมริกา
8.ท่องเที่ยวล้างแค้น หลังผ่านพ้นการล็อกดาวน์ จะทำให้เงินใช้จ่ายสะพัดเกือบเท่าปี 2019 ที่สูงกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ แต่เพราะมาจากเงินเฟ้อ ทำให้ข้าวของแพง ส่วนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะถึง 1,600 ล้านทริป น้อยกว่าช่วงก่อนโควิดที่สูง 1,800 ล้านทริป ธุรกิจท่องเที่ยวจึงยังอ่อนแออยู่ เมื่อบรรดาบริษัทต้องตัดลดค่าใช้จ่าย
9.ทบทวนเมตาเวิร์ส ปี 2023 น่าจะทำให้บิ๊กเทคได้คำตอบแล้วว่า โลกเสมือนจะไปได้ไกลกว่าวิดีโอเกมหรือไม่ เมื่อแอปเปิลจะออกเฮดเซตแรก ส่วนเมตาฯจะตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือไม่ หลังราคาหุ้นดิ่งลง เรื่องที่ซับซ้อนน้อยกว่า คือน่าจะมีการใช้พาสคีย์ แทนที่พาสเวิร์ด
10.ปีใหม่-ศัพท์ใหม่ ปี 2023 จะมีคำใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่คำเดิม เช่น NIMBYS แทน YIMBYS หรือ cryptography แทน cryptocurrencies ไปจนถึงคำว่า ขัดแย้งแช่แข็ง (frozen conflict) หรือ synfuel เชื้อเพลิงที่สังเคราะห์จากถ่านหินหรือเศษพลาสติก เป็นต้น ขอให้ติดตามกันต่อไป
โดยรวมแล้ว เรื่องราวที่คาดไม่ถึงจะกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับปี 2023