เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

อนาคต “คริปโตเคอร์เรนซี” หลัง “เอฟทีเอ็กซ์” ล้มละลาย

29 ธ.ค. 2565 | 20:26น.
FTX
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

บริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี “เอฟทีเอ็กซ์” ยื่นขอควาคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกาไปเมื่อไม่นานมานี้ “แบงก์แมน-ฟรีด” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอฟทีเอ็กซ์ ถูกจับกุมที่บาฮามาส ก่อนถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังสหรัฐอเมริกา ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงมูลค่ามหาศาลที่นั่น ก่อนได้รับการประกันตัวออกไปด้วยวงเงินมหาศาล สูงกว่า 250 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา

จอห์น เจย์ เรย์ ที่ 3 ที่ได้ชื่อว่าเป็น “มืออาชีพ” ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าทำหน้าที่ควบคุม “เอฟทีเอ็กซ์” โดยมีภารกิจหลักก็คือ ติดตามเงินลงทุนที่สูญหายไปในเงื้อมมือของแบงก์แมน-ฟรีด กลับมาให้ได้

เอฟทีเอ็กซ์กับบริษัทลูกอย่างอลาเมดา รีเสิร์ช ที่เป็นบริษัท เฮดจ์ ฟันด์ ดำเนินกิจการทั้งหมดจากบาฮามาส หนึ่งในแดนสวรรค์ของการฟอกเงินที่ไม่มีการกำกับดูแลใด ๆ จากภาครัฐ ทั้งสองบริษัทคือกลไกที่แบงก์แมน-ฟรีด ใช้ในการยักยอกเงินลงทุนในคริปโตจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ตนเอง และกลายเป็นที่มาของการล้มละลายในที่สุด

จนถึงขณะนี้ มีเม็ดเงินรวมแล้วอย่างน้อย 8,000 ล้านดอลลาร์หายไปในกรณีนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการ

ตามมาด้วยคำถามที่ว่า อนาคตของคริปโตเคอร์เรนซี นับจากนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร ?

ฟรานเซส คอปโปลา นักการเงินอิสระและนักวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจชาวอเมริกัน เชื่อว่า กรณีเอฟทีเอ็กซ์จะส่งผลให้คริปโตเคอร์เรนซี “ในรูปแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้” จะถึงกาลอวสานลงในที่สุด

เธอให้เหตุผลว่า ตลอด 14 ปีที่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมมาจนถึงบัดนี้ คริปโตไม่เคยถูกนำมาใช้ให้เห็นถึงมูลค่าที่แท้จริงในโลกที่เป็นจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยกเว้นจากการนำไปใช้ในแวดวงอาชญากรรมเท่านั้น

คอปโปลายืนยันว่า คริปโตเป็นเพียงแค่ “การลงทุนเพื่อเก็งกำไร” ซึ่งจะมีผลจริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีเงินในโลกที่เป็นจริงเข้าไปอยู่ในระบบเก็งกำไรที่ว่านั้นด้วยเสมอ ไม่มีเงินจริง ๆ หนุนหลัง คริปโตเคอร์เรนซีก็อยู่ไม่ได้

ที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก ส่งผลให้มี “เม็ดเงินต้นทุนต่ำ” ไหลเข้ามาในตลาดมหาศาล ตอนนี้ดอกเบี้ยแพงขึ้น เงินกำลังไหลออก และส่วนที่จะเหือดแห้งก่อนใครก็หนีไม่พ้นกลุ่ม “สินทรัพย์เสี่ยง” ทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งคริปโตก็คือหนึ่งในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงที่ว่านั้น

คอปโปลาเชื่อว่า นับแต่นี้มูลค่าของคริปโตมีแต่จะลดลงเรื่อย ๆ ไม่มีวันกลับคืนสู่สภาพเหมือนปีหรือสองปีที่ผ่านมาอีกแล้ว

“แคโรล อเล็กซานเดอร์” ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ เห็นด้วย แต่ไม่คิดว่า คริปโตเคอร์เรนซีจะหายไปทั้งหมด เธอชี้ให้เห็นตัวอย่างเช่น ตลาดน็อนฟันจิเบิล โทเค็น (เอ็นเอฟที) ที่น่าจะอยู่รอดได้ตราบเท่าที่เมตาเวิร์สยังถูกพัฒนาอยู่ต่อไป

แต่ “ชาร์ลส์ ไวต์เฮด” ศาสตราจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลในนิวยอร์ก กลับบอกว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า คริปโตจะถึง “ตาย” หรือไม่
แต่ในเวลาเดียวกันก็เชื่อว่า ตอนนี้ถ้าคิดจะเข้าไปวางกฎเกณฑ์ควบคุมคริปโตก็ดูออกจะสายเกินไปแล้วเช่นกัน

นิโคลาส วีฟเวอร์ นักวิจัยด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กเลย์ ระบุว่า ในทางทฤษฎีแล้ว คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “ระบบชำระเงิน” ที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น แต่กลับมาเป็นสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรกันเพราะ “ความคาดหวัง” ที่ว่า มูลค่าของมันจะถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่กระโจนเข้ามาลงทุนในคริปโตเกิดจากความโลภ ต้องการร่ำรวยอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องมีประสบการณ์ ไม่ต้องเสี่ยง ซึ่งเย้ายวนใจเหลือหลาย ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง

วีฟเวอร์ชี้ให้เห็นว่า ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตทุกแห่งก็เหมือนกับเอฟทีเอ็กซ์ คือเต็มไปด้วยความเสี่ยง

“ผมคิดว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า เอฟทีเอ็กซ์เป็นตลาดที่ปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ไม่มีตลาดคริปโตแห่งใดเลย อยู่ในการกำกับดูแลมากพอและดีพอที่จะทำให้เชื่อว่าจะปลอดภัยได้” เขายืนยัน

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า ในทางทฤษฎีถึงที่สุดแล้วตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตทุกแห่งคงถึงกาลล้มละลาย เพราะถือทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินจริงอยู่ในมือ ในขณะที่ความต้องการในตลาดเหือดหายไป แต่ต้องรับผิดชอบตามมูลค่าดังกล่าวเมื่อนักลงทุนเกิดต้องการขายขึ้นมา

หากเป็นจริงตามทฤษฎีที่ว่านี้ อนาคตของคริปโตเคอร์เรนซีก็อาจหมายถึงบริษัทคริปโตอีกเป็นจำนวนมากต้องล้มละลายตามเอฟทีเอ็กซ์ไปด้วยในอีกไม่ช้าไม่นาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

FTX คริปโตเคอร์เรนซี