เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“สมาร์ทกริด” โมเดลใหม่ ปลุกลงทุน 2.7 แสนล้านใน 5 ปี

04 ม.ค. 2566 | 09:19น.
สมาร์ทกริด

ปัจจุบันการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเป็นนโยบายที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งการผลิตพลังงานทดแทนเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานนั้น จะต้องวางระบบผลิต คู่ขนานไปกับการสร้างเครือข่ายการส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทไมโครกริด

ซึ่งจะเชื่อมโยงไฟฟ้าจากจุดผลิตกระจาไปยังผู้ใช้ และเชื่อมโยงไปเก็บในระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) สร้างเสถียรภาพให้กับระบบ ลดความผันผวนของระบบไฟฟ้าภายในพื้นที่

โรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ นับได้ว่าเป็นต้นแบบระบบไฟฟ้าชุมชนแบบอัจฉริยะขนาดเล็ก ที่ผสมผสานระหว่างไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงและไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เข้าเก็บในแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) โดยใช้ระบบสมาร์ทไมโครกริด

ผลิตไฟป้อนโครงการหลวง

รศ.ดร.สุทธิชัย เปรมฤดีปรีชาชาญ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง มีกำลังการผลิต 210 MW ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 1,200,000 กิโลวัตต์ต่อปี มีฝายอยู่บนน้ำตกสูงจากโรงไฟฟ้า 160 เมตร ทำให้น้ำมีแรงดันสูงและสามารถปั่นกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าได้

กฟผ.จึงได้ปรับปรุงระบบควบคุม เป็ผนสมาร์ทไมโครกริดเริ่มตั้งแต่ปี 2562 งบฯลงทุน 20 ล้านบาท สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปัญหาของโรงไฟฟ้ประเภทพลังงานหมุนเวียนที่พบ คือเกิดไฟตก ไฟดับ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่า

เมื่อมีต้นไม้หักโค่นพาดสายไฟจะทำให้ไฟดับเวลานาน อีกทั้งเมื่อโรงไฟฟ้าไม่มีระบบควบคุมแบบ Island Mode จึงทำให้โครงการหลวงไฟดับบ่อยครั้ง

สมาร์ทกริด

โครงการนี้ได้พัฒนาระบบเป็นแบตเตอรี่แบบใหม่ (ลิเทียม) ที่ไม่ระเบิดและไม่ติดไฟ และไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันไฟตกและดับได้ในทันที

นอกจากจะสามารถทดแทนเชื้อเพลิงดีเซลในการผลิตไฟฟ้าและต้นทุนที่สูงได้แล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซ 11.904 ตัน และช่วยการจ่ายไฟให้โครงการหลวงดอยอินทนนท์ และประชาชน 500 ครัวเรือน ได้อย่างต่อเนื่อง

“ในช่วงไฟขัดข้อง ระบบสมาร์ทไมโครกริดมีความสามารถควบคุมการทำงานแบบอัตโนมัติ ช่วยจ่ายไฟให้โครงการหลวงได้ตลอด 8 ชั่วโมงที่ไฟดับทันที โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ร่วมจ่ายกับ Hydro หลังจากไฟกลับมาระบบชาร์จแบตเพื่อมีระดับ SOC กลับมาที่ 80% ซึ่งระบบสมาร์ทกริดนี้ลดทั้งต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันดีเซล และลดปล่อยก๊าซ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

แก้ไฟฟ้าตกดับพื้นที่ห่างไกล

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเป็นถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก หรือเป็นพื้นที่ป่าเขา ยากต่อการวางระบบสาธารณูปโภค ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอหรือปัญหาไฟตกดับ ทาง สนพ.ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาระบบสมาร์ทกริด ที่บ้านขุนกลาง

วัฒนพงษ์ คุโรวาท
วัฒนพงษ์ คุโรวาท

เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และการจัดการทรัพยากรในระบบจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชุมชนให้มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ โดยล่าสุดได้ติดตั้งสายส่งไฟฟ้าจากพื้นราบแล้ว แต่ด้วยสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา หากเกิดฝนตกหนักหรืออุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อระบบสายส่งและเกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน

ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานต่าง ๆ ในโครงการหลวง รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน จึงร่วมกันพัฒนาติดตั้งระบบสมาร์ทไมโครกริดบ้านขุนกลาง พร้อมแบตเตอรี่ประเภท Li-Ion ขนาด 100 kW/150 Kwh. สามารถช่วยแก้ปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับในพื้นที่ได้อย่างน้อย 95% เป็นเวลานานกว่า 8 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง

“ระบบสมาร์ทไมโครกริดมีระบบกักเก็บพลังงาน หรือแบตเตอรี่ ซึ่งเปรียบเสมือน power bank ที่ช่วยกักเก็บพลังงานที่ได้นำพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำและแสงอาทิตย์มาสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น ลดความผันผวนของระบบไฟฟ้าภายในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี”

ลุย PDP2022 ฉบับใหม่

สำหรับการพัฒนาระบบสมาร์ทกริดนั้นสอดรับกับแผนของ สนพ. ในการจัดทำแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP2022) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพลังงานชาติ ระบบกักเก็บพลังงานถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้ได้ตามแผน และคาดว่าจะอยู่ในสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 50%

ซึ่งระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่จะช่วยแก้ไขปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานทดแทนอย่างลงตัว และช่วยส่งเสริมระบบไมโครกริด ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าขนาดเล็กที่รวมเอาระบบผลิตไฟฟ้า โหลดไฟฟ้า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สมาร์ทกริด

รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานและระบบควบคุมอัตโนมัติเข้าไว้ด้วยกัน โดยสามารถลดภาระในการบริหารจัดการไฟฟ้าและต้นทุนของระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก ทำให้ระบบมีความมั่นคงขึ้น

“ระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีพลังงานเป็นอย่างมาก ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและระบบสมาร์ทกริด นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า

ซึ่งภาครัฐได้เตรียมการออกมาตรการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และการใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการใช้พลังงานสะอาดตามกรอบแผนพลังงานชาติได้เป็นอย่างดี”

5 ปี Grid Modernization

แผนบูรณาการลงทุนและการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระยะ 5 ปี (Grid Modernization) ได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อเดือนมิถุนายน 2564

เป้าหมายเพื่อให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านนโยบาย หน่วยงานด้านการกำกับดูแล และหน่วยงานปฏิบัติการ กำหนดแผนการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

สมาร์ทกริด

เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน และไม่ให้เป็นภาระต้นทุนส่วนเกินกับประชาชน

“ล่าสุดภาพรวมแผนงานการลงทุน Grid Modernization ในระยะ 5 ปี (2565-2570) ฉบับร่าง ณ เดือนธันวาคม ระบุว่า ได้ปรับปรุงแผนจากการหารือร่วมกัน ทำให้มีการลงทุนเหลือ 34 โครงการ เม็ดเงิน 272,090.59 ล้านบาท จากหลักเกณฑ์เดิมวางไว้ 55 โครงการ เม็ดเงิน 380,665.78 ล้านบาท”

โดยแบ่งเป็นส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 19 โครงการ 104,403 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 2 โครงการ 47,361.8 ล้านบาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 16 โครงการ 120,325.79 ล้านบาท

โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการ ครั้งที่ 1/2566 ภายในไตรมาส 1

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจไฟฟ้า