เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
Tech Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
Business เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
SD ‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Economic เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
ดูทั้งหมด

ฟ้อง “บิ๊กเทค” จำเลยภัยร้ายต่อเด็ก

15 ม.ค. 2566 | 17:13น.
โซเชียลมีเดีย
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

คดีฟ้องร้องกับบิ๊กเทคดูจะเป็นของคู่กัน แต่ล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ผู้ฟ้องไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจ หรือผู้คุมกฎ แต่กลับเป็นโรงเรียนที่ฟ้องบริษัทเจ้าของโซเชียลมีเดีย ข้อหาเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤตสุขภาพจิตในเด็กนักเรียน และทำให้โรงเรียนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนในการให้การศึกษากับเยาวชนได้เต็มประสิทธิภาพ

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เขตการศึกษาประจำเมืองที่มีโรงเรียนในสังกัดกว่า 100 แห่ง และดูแลเด็กนักเรียนกว่า 5 หมื่นคนในซีแอตเติล ตัดสินใจจัดการกับบิ๊กเทค โซเชียลมีเดียทั้ง Alphabet (Google, YouTube) Meta (Facebook, Instagram), Snap (Snapchat) และ ByteDance (TikTok)

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต้นเดือนมกราคมไม่ใช่เพียงเพราะเป็นคดีแรกที่โรงเรียนเป็นโจทย์ยื่นฟ้องบิ๊กเทค แต่เพราะเป็นความท้าทายใหม่ที่บิ๊กเทคต้องรับมือ

หลังจากมีอดีตพนักงาน Meta ออกมาแฉว่าผู้บริหารปล่อยให้แพลตฟอร์มเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เช่น คอนเทนต์การลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ก่อให้เกิดกระแสคลั่งผอมในวัยรุ่น

นับจากนั้น คณะกรรมาธิการของรัฐสภาก็เรียกบิ๊กเทคเจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาสอบถาม พร้อมกดดันให้หาทางแก้ ขณะเดียวกัน CBSnews.com รายงานว่า เมื่อช่วงปี 2021 มีผู้ปกครองกว่า 1,200 ครอบครัวในอเมริกายื่นฟ้องบิ๊กเทคเจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok Snapchat YouTube Roblox Facebook และ Instagram หลังพบว่าลูกของตัวเองเสพติดโซเชียลจนซึมเศร้าและบางรายถึงขั้นฆ่าตัวตาย

เขตการศึกษาซีแอตเติลระบุในคำฟ้องว่า บริษัทเจ้าของโซเชียลมีเดียใช้ความเปราะบางของเด็กเป็นเครื่องมือในการสร้างกำไร และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตสุขภาพในเยาวชน โดยเด็กที่มีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และอาการทางจิตอื่น ๆ มีแนวโน้มจะหยุดเรียนและหันมาเสพยาเสพติดสูงกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งทางเขตขอให้ศาลสั่งลงโทษเจ้าของแพลตฟอร์ม ในฐานะสร้างความเดือดร้อนให้สาธารณะ รวมทั้งให้จ่ายค่าเสียหาย พร้อมจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและรักษาปัญหาสุขภาพในเด็กต่อไป

ในบรรดาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหมด TikTok ดูจะเป็นที่จับตามากที่สุดในสายตานักจิตวิทยา ที่มองว่า TikTok อาจมีผลต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น เพราะมีระบบอัลกอริทึ่มที่ฉลาดมากในการเสาะหาคอนเทนต์ที่โดนใจมาป้อนผู้ใช้งานแต่ละรายแบบ nonstop รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานกว่าพันล้านคนที่ต้องดู TikTok เฉลี่ยวันละชั่วโมงครึ่งทุกวัน (ข้อมูล :SensorTower)

จีน ทเวน นักจิตวิทยาบอกกับ CNN ว่า ความน่ากลัวของ TikTok คือ การเสพติดที่สร้างขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งาน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ยิ่งใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะมีอาการซึมเศร้าก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม TikTok ยืนยันกับสื่อว่า บริษัทพยายามพัฒนาเครี่องมือเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของเยาวชน เช่น จำกัดเวลาการใช้งาน และเครื่องมือที่ให้ผู้ปกครองควบคุมการใช้งานของเด็ก ๆ ได้ นอกจากนี้ บริษัทยังกำจัดวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายออกจากระบบไปแล้ว 94.3% ระหว่างเมษายน-มิถุนายน 2022

แม้ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียได้เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมากมาย ซึ่งรวมถึงเยาวชนด้วย

โดยเฉพาะเด็ก Gen Z ที่เกิดและโตมาพร้อม TikTok ยังพบโอกาสสร้างรายได้ใหม่ ๆ ผ่านแพลตฟอร์มนี้ เช่น ฮันนาห์ วิลเลี่ยมส์ ที่โด่งดังจากการทำคอนเทนต์ภายใต้ชื่อ Salary Transparent Street ที่ถามคนบนท้องถนนว่าทำงานอะไรและได้เงินเดือนเท่าไหร่ เพื่อจะได้รู้รายได้เฉลี่ยของอาชีพนั้น ๆ ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการสร้างความโปร่งใสในแง่ของรายได้ทางหนึ่ง ปัจจุบันฮันนาห์มีคนติดตามกว่า 1 ล้านคน หลังจากตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเริ่มทำช่อง TikTok ของตัวเอง และมีรายได้กว่า 6 แสนเหรียญแล้ว

ในขณะที่การถกเถียงเรื่องข้อดีข้อเสียของโซเชียลมีเดียยังคงดำเนินต่อไป สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ความอดทนของผู้ปกครองและโรงเรียนกำลังลดลงเรื่อย ๆ

การตอบโต้ที่พวกเขาทำได้คือ การแบนโซเชียลมีเดียในโรงเรียน (ซึ่งใช้ไม่ได้ผลในความเป็นจริง) และการฟ้องร้องซึ่งจะได้ผลกว่าหรือไม่ก็ยังเป็นคำถาม เพราะขนาดโดนปรับเป็นเงินรวมกันกว่า 3 พันล้านเหรียญเมื่อปีก่อน (ส่วนมากในประเด็นผูกขาดการแข่งขันและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค-ข้อมูล : Proton.com) บริษัทอย่าง Google Meta Apple และ Amazon ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนเท่าไร

แม้การต่อสู้อาจไม่สามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงใด ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเครื่องมือที่คนธรรมดาจะใช้ต่อกรกับบิ๊กเทคจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กเทค โซเชียลมีเดีย