เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงรัฐหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนันสต็อป

19 ม.ค. 2566 | 10:53น.
ห้างสรรพสินค้า

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชี้ดัชนีค้าปลีก ธ.ค. โตน้อย คาดปี 2566 ฟื้นตัวไม่สมดุล เหตุปัจจัยรุมเร้า ทั้งกำลังซื้อฐานรากอ่อนแอ ค่าครองชีพพุ่งจากราคาสินค้า-ค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวเพิ่มสูง แนะรัฐอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ เน้นเพิ่มกำลังซื้อผู้บริโภคฐานราก

วันที่ 19 มกราคม 2566 สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจความเชื่อมั่น (Retail Sentiment Index) ของผู้ประกอบการค้าปลีกประจำเดือนธันวาคม 2565 พบว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.2 จุด จากปัจจัยสนับสนุนชั่วคราวของช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการเน้นชูกลยุทธ์อัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างหนัก รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ดัชนี RSI ระยะ 3 เดือนจากนี้ (ม.ค.-มี.ค.) อาจลดลง เนื่องจากกำลังซื้อฐานรากยังอ่อนแอ, ต้นทุนค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มสูง, ค่าสาธารณูปโภค และความกังวลต่อความไม่ชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวอาจไม่เป็นไปตามเป้า

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า “ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index-RSI) เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.2 จุด เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการโควิดและเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG), ยอดใช้จ่ายต่อครั้ง (Spending Per Bill หรือ Per Basket Size) และความถี่ของผู้ใช้บริการ (Frequency) ปรับเพิ่มขึ้น”

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

โดยเมื่อพิจารณาตามประเภทร้านค้า พบว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการร้านค้าประเภทภัตตาคาร ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้านค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีความเชื่อมั่นลดลงหลังมีการเร่งซื้อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทางด้านดัชนี RSI ใน 3 เดือนจากนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีแนวโน้มปรับลดลง แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 จากปัจจัยกดดันทั้งภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูง กำลังซื้ออ่อนแอ หนี้ครัวเรือน มาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐที่ทยอยหมดลง แนวโน้มต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นทั้งจากค่าวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังพบว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีลักษณะไม่สมดุล ( K-shape Recovery) สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยธุรกิจร้อยละ 30 ยังไม่ฟื้นตัวและคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ในปี 2567 ในขณะที่ร้อยละ 11 ฟื้นตัวแล้วในปี 2565 ส่วนที่เหลือคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวและขยายตัวได้ในปี 2566

ทางสมาคมจึงมีความเห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่จะเข้ามาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจต้องมีความหลากหลาย ตรงเป้าหมาย ไม่ซับซ้อน เน้นการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้บริโภคฐานรากที่ยังอ่อนแอเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย ในขณะที่ผู้บริโภคระดับบน, ผู้มีรายได้ประจำที่มีกำลังซื้อต้องใช้มาตรการต่างชุดกัน โดยเน้นย้ำว่ารัฐต้องคลอดมาตรการที่ต่อเนื่องและระยะยาวจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจที่ชัดเจน

Advertisement

ทั้งนี้ยังมีบทสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “ประเมินการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก” ของผู้ประกอบการที่สำรวจระหว่างวันที่ 18-24 ธ.ค. 2565 ดังนี้

1.ประเมินการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ปรับดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อนหน้า โดยธุรกิจมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และธุรกิจ

  • 57% มีสภาพคล่องเพียงพอมากกว่า 12 เดือน
  • 62% ของผู้ประกอบการ ระบุว่า ธุรกิจขยายตัว
  • 5% ของผู้ประกอบการ ระบุว่า ธุรกิจทรงตัว
  • 33% ของผู้ประกอบการ ระบุว่า ธุรกิจหดตัว

2.ประเมินเป้าหมายยอดขาย ปี 2566 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% และคาดว่ารายได้จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดในปี 2567 และผู้ประกอบการ 22% (กลุ่ม 20% และ 2%) ตั้งเป้ายอดขายปี’66 ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ 5%

  • 41% ตั้งเป้ายอดขาย มากกว่า 10%
  • 37% ตั้งเป้ายอดขาย ระหว่าง 5-10%
  • 20% ตั้งเป้ายอดขาย ระหว่าง 1-5%
  • 2% ตั้งเป้ายอดขาย เท่าเดิม

3.ประเมินรายได้สู่ภาวะปกติของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการ ร้อยละ 30 คาดว่าธุรกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องใช้เวลาถึงปี 2567 ธุรกิจถึงเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเกิดโควิด

  • 11% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ ตั้งแต่ปี 2565
  • 11% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ Q1 2566
  • 24% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ Q2 2566
  • 11% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ Q3 2566
  • 13% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ Q4 2566
  • 30% คาดเข้าสู่ภาวะปกติ ปี 2567

4.ปัจจัยความกังวลที่มีต่อการฟื้นตัวของธุรกิจในปี 2566

อันดับที่ 1 ต้นทุนสูงขึ้น
อันดับที่ 2 กำลังซื้อเปราะบาง
อันดับที่ 3 เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และนักท่องเที่ยวมาต่ำกว่าที่คาด
อันดับที่ 4 มาตรการรัฐที่ทยอยหมดลง

“สรุปภาพรวมการค้าปลีกไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่ไม่เท่ากันหรือขาดสมดุล (K-Shaped Recovery) อีกทั้งต้องเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจอย่างน้อย 5 ลูก ประกอบด้วย 1) ภาวะเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยเพิ่มสูง 2) ภาวะหนี้ครัวเรือนสูงที่เป็น ตัวฉุดการบริโภค 3) ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้นสูงต่อไป 4) การกลับมาระบาดของโควิด-19

5) การปรับเพิ่มของ ค่าแรง-แรงงานขาดแคลน ซึ่งมรสุมเศรษฐกิจดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงที่ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กำลังซื้อยังคงอ่อนแรง ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมความพร้อมในการรับมือ ถอดรหัสการทำธุรกิจด้วยการลงมือปฏิบัติทันที พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนหรือ ESG เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ เพราะอนาคตของค้าปลีกไทยในอีก 3 ปีข้างหน้าเราอาจไม่เห็นภาพค้าปลีกยุคเดิมอีกต่อไปแล้ว” นายฉัตรชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย