ใกล้ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สู้รบเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก สำหรับ “รัสเซีย” ซึ่งตกอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร ทำให้ต้องกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายอื่น โดยเฉพาะ “จีน” ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เบอร์หนึ่งของรัสเซีย แทนที่ผู้ผลิตชาติอื่นที่ปรับลดการส่งออก
เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และตุรกี ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของรัสเซียแทนที่ชาติตะวันตก ในสินค้ากลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และอาหาร
รวมถึงอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสำคัญต่อการข้อมูลของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ระบุว่า นับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียเมื่อ ก.พ. 2022 สหรัฐและชาติพันธมิตรได้ออกมาตรการคุมเข้มการส่งออกสินค้าไปยังรัสเซีย โดยเฉพาะเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และผลิตภัณฑ์ด้านการบินและอวกาศ เพื่อปิดกั้นการใช้สินค้าเหล่านี้ในการผลิตเทคโนโลยีด้านการทหาร
แต่แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตร รัสเซียกลับมีการนำเข้าสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น โดยมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-ก.ย. 2022) เพิ่มขึ้นจาก 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2021
ที่สำคัญคือ การนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง รวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ของการนำเข้าทั้งหมดในปี 2022 รายงานของ IIF ระบุว่า “จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นมาแทนที่ประเทศอื่นในฐานะผู้จัดหาชิป เนื่องจากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ได้ปรับลดการส่งออกไปยังรัสเซีย”
ขณะที่ข้อมูลศุลกากรของจีนแสดงให้เห็นว่า ในปี 2022 จีนมีการส่งออกสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และวงจรไอซีไปยังรัสเซียรวมมูลค่าถึง 312.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.9% จากมูลค่า 231.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งออกสินค้าทั้งหมดจากจีนไปยังรัสเซียที่มีมูลค่าสูงถึง 76,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022
นับเป็นความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างจีนกับรัสเซียในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แม้ว่าจีนจะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีการให้ความช่วยเหลือทางการทหารต่อรัสเซีย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของนานาชาติให้จีนดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากการรุกรานยูเครน
อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเซมิคอนดักเตอร์ของจีนที่ส่งออกไปยังรัสเซียนั้น จะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงหรือเทคโนโลยีทางการทหารหรือไม่ เนื่องจากจีนก็อยู่ภายใต้มาตรการปิดกั้นการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงของสหรัฐและชาติพันธมิตรหลายราย
เกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเริ่มจำกัดการส่งออกเครื่องมือสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงไปยังจีน ด้วยการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการส่งออกผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีบางประเภทภายในฤดูใบไม้ผลินี้ และก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ยังได้ตกลงร่วมกับสหรัฐ ระงับการส่งออกเครื่องมือการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง “นิคอน คอร์ป” และ “เอเอสเอ็มแอล โฮลดิงส์”
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสกัดกั้นการพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน ซึ่งอาจถูกใช้งานทางด้านการทหาร น่าจับตาว่าความเคลื่อนไหวนี้จะ ส่งผลให้การส่งออกชิปของจีนไปยังรัสเซียลดลงหรือไม่ หรือจะทำให้ 2 ชาติยิ่งกระชับความสัมพันธ์กันมากกว่าเดิม