เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
กยศ. เปิดแผนแก้ปัญหาสภาพคล่อง หนุนลดดอกเบี้ยลูกหนี้ดี ดึงผู้ผิดนัดกลับเข้าระบบ
Finance กยศ. เปิดแผนแก้ปัญหาสภาพคล่อง หนุนลดดอกเบี้ยลูกหนี้ดี ดึงผู้ผิดนัดกลับเข้าระบบ
น้ำระลอกใหญ่จ่ออ่างทอง คาดแม่น้ำน้อย-เจ้าพระยาเพิ่มสูง 1.8 เมตร
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำระลอกใหญ่จ่ออ่างทอง คาดแม่น้ำน้อย-เจ้าพระยาเพิ่มสูง 1.8 เมตร
ทีมไทยแลนด์ vs ‘น้ำท่วม’
Columns ทีมไทยแลนด์ vs ‘น้ำท่วม’
‘เอกนิติ’ ชี้ไทยโตต่ำเรื้อรัง 3% ยังยาก เร่งลงทุนคน-AI ปั้นเครื่องยนต์ใหม่
Finance ‘เอกนิติ’ ชี้ไทยโตต่ำเรื้อรัง 3% ยังยาก เร่งลงทุนคน-AI ปั้นเครื่องยนต์ใหม่
กรรมการสรรหา สั่ง “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น
Tech กรรมการสรรหา สั่ง “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น
พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
Economic พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
“Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค “Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
Politics สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ดูทั้งหมด

ม.33 เตรียมจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่ม หลัง สปส.จ่อปรับฐานคำนวณ

09 ก.พ. 2566 | 13:01น.
ชดเชย ประกันสังคม

สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับฐานในสูตรคำนวณเงินสมทบ หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว คาดเริ่มใช้จริง 1 ม.ค. 2567 เพิ่มเป็นไม่เกิน 875 บาท ภายใน 7 ปี ไม่เกิน 1,150 บาท 

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังพิจารณาการกำหนดค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ของผู้ประกันตนมาตรา 33 อัตราใหม่

เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกองทุนในการรองรับรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานเพดานค่าจ้างขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ขั้นตอนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อกลางปี 2565 จากนั้นกระทรวงแรงงานได้ยกร่างกฎกระทรวง และนำร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ครั้งที่ 1 ผ่านทางระบบกลางทางกฎหมาย (LAW.co.th) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 โดย ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 มีผู้ร่วมเสนอความเห็นแล้วมากกว่า 2,414 คน

สำหรับจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ข้อมูลอัพเดต ณ เดือนมกราคม 2566 คือมีจำนวน 11,618,874 คน

เหตุผลปรับฐานคำนวณเงินสมทบ

ทั้งนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้กำหนดค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 ไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2538 จนถึงปัจจุบัน

โดยเหตุผลสำคัญของร่างกฎหมาย หรือกฎหมายใหม่ที่ สปส.นำมารับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย

  • เพื่อสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานเพดานค่าจ้างขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
  • เพื่อความเพียงพอของสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้
  • เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกองทุนรองรับรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
  • เพื่อการกระจายรายได้จากผู้มีรายได้มากไปสู่ผู้มีรายได้น้อย ภายในระบบประกันสังคม
  • เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคม

อัตราใหม่เท่าไหร่ เริ่มเมื่อไหร่?

โดยร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. …. จะมีการปรับฐานค่าจ้างขั้นสูงจาก 15,000 บาท อย่างค่อยเป็นค่อยไป 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท

จากเดิมฝั่งลูกจ้างผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 5% ของค่าจ้าง แต่สูงสุดไม่เกิน 750 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท) จะเพิ่มเป็นจ่ายเงิน 875 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 17,500 บาท)

ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572 จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 20,000 บาท

จากเดิมฝั่งลูกจ้างผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 5% ของค่าจ้าง แต่สูงสุดไม่เกิน 750 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท) จะเพิ่มเป็นจ่ายเงิน 1,000 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 20,000 บาท)

ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 เป็นต้นไป จำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และไม่เกิน 23,000 บาท

จากเดิมฝั่งลูกจ้างผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 5% ของค่าจ้าง แต่สูงสุดไม่เกิน 750 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท) จะเพิ่มเป็นจ่ายเงิน 1,150 บาท (คำนวณจากฐานค่าจ้าง 23,000 บาท)

ประโยชน์จากการปรับฐาน

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับผู้ประกันตนคือ ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น เนื่องจากฐานที่ใช้ในการคำนวณเพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะคำนวณจากค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ดังนี้

1.เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน

2.เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ 70% หรือ 30% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน

3.เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน

4.เงินสงเคราะห์กรณีตาย 50% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน

5.เงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีว่างงาน 50% หรือ 30% ของค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุน

6.เงินบำนาญชราภาพไม่ต่ำกว่า 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่นำส่งเข้ากองทุน โดยผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบ 15 ปี จะได้รับบำนาญ 20% ของค่าจ้าง ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับบำนาญเพิ่มอีก 1.5% ทุกการส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน

สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพจะได้รับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีการนำส่งเงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพเพิ่มขึ้น จากการปรับฐานที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบ

ตัวอย่างผลต่อผู้ประกันตน ดังนี้

ในปี 2567 ผู้ประกันตนที่ค่าจ้างมากกว่า 17,500 บาทต่อเดือน จะส่งเงินสมทบเดือนละ 875 บาท (เดิม 750 บาท) และจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น เงินทดแทนขาดรายได้กรณีว่างงานเพิ่มเป็นเดือนละ 8,750 บาท (เดิม 7,500 บาท) เป็นต้น