ยื่นนายกฯสั่ง กกพ.ทบทวนค่าไฟงวด 2 บิ๊ก ส.อ.ท.ชี้ปัจจัยหนุนค่าไฟลดลง 37 สตางค์/หน่วย จากมติ กกพ. 4.77 บาท เหลือ 4.40 บาท ได้ กพช.ต้องยืนระยะแผนคืนหนี้ กฟผ. 3 ปีเท่าเดิม-ปรับสูตรคำนวณใช้ราคา LNG เฉลี่ยจริงช่วง พ.ค.-ส.ค. 66 แทนราคาเฉลี่ย ม.ค. 66 ช่วยให้ต้นทุน LNG ลดลง 7 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในฐานะประธาน การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า วันที่ 7 เมษายน 2566 กกร.ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตามข้อสรุปของ กกร.ซึ่งยื่นโดยผ่านระบบราชการเข้าไป
โดยหนังสือจะเป็นการขอให้ทบทวนค่า Ft งวดที่ 2 ซึ่งมีผลต่อราคาค่าไฟ และพิจารณาแนวทางการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดภาระภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะจากสถานการณ์ราคาพลังงานทั่วโลก มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การเร่งคืนหนี้ค่าไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จากเดิมที่มีแผนคืนให้ในระยะเวลา 3 ปี (ตามงวด 1/2566) และเปลี่ยนเป็น 2 ปี (ตามงวด 2/2566) อาจเร็วเกินไป จนส่งผลกระทบต่อภาระของประชาชน และต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ กกร.จึงเสนอให้คงระยะเวลาการคืนหนี้ให้ กฟผ. เป็นระยะ 3 ปี ตามงวด 1/2566 เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุนให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
พร้อมทั้งขอให้พิจารณาปรับวิธีประมาณการราคาต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและราคา LNG ที่ใช้คำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้า โดยใช้ราคาที่สะท้อนแผนการนำเข้า LNG ในช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 แทนการใช้ข้อมูลราคาของเดือนมกราคม 2566 ซึ่งมีราคาที่สูงกว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบราคาไฟฟ้าของทุกภาคส่วนลงได้
นอกจากนี้ ขอให้ภาครัฐเร่งจัดตั้ง กรอ.พลังงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมให้ความเห็นในการกำหนดนโยบายด้านพลังงาน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบรรเทาผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างแท้จริง และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ด้าน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อัตราค่าไฟฟ้างวดที่ 2 เดือนพฤษภาคม-ควรจะอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 4.40 บาท/หน่วย ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ลดลงจากเดิม งวดแรก (ม.ค.-เม.ย.) 2566 ที่อัตรา 4.77 บาท และลดลงจากข้อเสนอแรกที่ขอให้อยู่ในระดับ 4.72 บาท เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ น่าจะดำเนินการได้ภายใต้รัฐบาลรักษาการ
“เหตุที่มองว่าค่าไฟลดลงได้อีก 37 สตางค์ เพราะ ส.อ.ท.อยากให้ภาครัฐช่วยพิจารณา 4 ประเด็นที่เกี่ยวข้อง คือ สมมุติฐานการเร่งคืนหนี้ กฟผ. ทำไมต้องเร่งจาก 3 ปี เป็น 2 ปี ภาวะพลังงานเป็นขาลงทั่วโลกเช่นนี้ มั่นใจว่าภาระหนี้ กฟผ.จะหมดเร็วกว่ากำหนดแน่นอน 2.เร่งช่วยลดต้นทุน ควรจะลดสัดส่วนนำเข้า LNG
เพราะภาครัฐเคยแจ้งว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีราคาถูกกว่าจะเข้าสู่ระบบปกติมากขึ้นตั้งแต่ปี’66 เรื่องที่ 3 ความชัดเจนของตัวเลขต้นทุน LNG การใช้ราคา LNG นำเข้าควรใช้ราคาตามแผนช่วง พ.ค.-ส.ค. 66 ไม่ควรใช้ราคาเฉลี่ยของเดือน ม.ค. 66 ที่ 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูมาคำนวณ เพราะราคาต่างกัน 7 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
และประเด็นที่ 4 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ควรมีการกำหนดนโยบาย หรือแนวทางเพื่อให้ กกพ.ดำเนินการทบทวนราคาค่าไฟฟ้างวด 2/2566 โดยจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งยังมีเวลาเพียงพอในการดำเนินการทบทวน และตัวเลขสมมุติฐานทุกตัวที่จัดทำโดยหน่วยงาน operator ที่เกี่ยวข้อง ในการนำมาคำนวณควรมองภาพในทิศทางที่เป็นบวกต่อประชาชนและประเทศให้เต็มที่ และควรเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะเป็นระบบ cost plus ต่อค่า Ft ถือเป็นภาระของทุกคน”