ยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจง ป.ป.ช. ได้ชี้มูลว่ากรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ผลิตข้าวถุง อ.ต.ก.
วันที่ 10 เมษายน 2566 นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าตามที่มีข่าวหลุดหรือข่าวปล่อย (โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ) ในสื่อฉบับหนึ่งเมื่อ 31 มี.ค. และต่อมา 5 เม.ย. เลขาฯ ป.ป.ช. ก็ออกมายืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลว่าผมและพวกได้กระทำความผิดกรณีการผลิตข้าวถุงของ อ.ต.ก. เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยนํ้าท่วมและอื่น ๆ เมื่อปี 2555 ซึ่งญาติมิตรจำนวนมากได้แสดงความห่วงใยและวิตกกังวลเป็นอันมากนั้น
ผมคิดว่ามีความจำเป็นต้องสรุปเรื่องราวกรณีดังกล่าวเพื่อให้ญาติมิตรได้เข้าใจในตัวผมและเพื่อบรรเทาความเสียหายต่อชื่อเสียงของผมจากการเผยแพร่ข่าวนี้ในสื่อส่วนตัวนี้นะครับ
แจงแจกข้าวถุงผู้ประสบภัยจากสต๊อกรัฐ
ประเด็นหลักที่ผมถูกกล่าวหานี้เกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงข้าวสารให้ อ.ต.ก. นำไปจัดทำข้าวถุงเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยจากสต๊อกข้าวรัฐบาลจากข้าวเก่าปี 2552 เป็นข้าวใหม่ปี 2554 โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนและเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างผลิตข้าวถุงของ อ.ต.ก.
ผมประหลาดใจมากที่ ป.ป.ช. เพิ่งมาชี้มูลเพราะ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2559 โดยไม่มีชื่อผมถูกไต่สวนมาตั้งแต่ต้น ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าผมถูกคณะกรรมการไต่สวนที่ ป.ป.ช. ตั้งขึ้นแทนชุดเก่าเมื่อปี 2563 ได้สอบสวนต่อมาโดยไม่ได้แจ้งให้ผมทราบ เพิ่งมาแจ้งให้ผมทราบเมื่อ 1 ก.ค. 2564 ผมจึงไม่มีโอกาสคัดค้านกรรมการไต่สวนที่ผมมีสิทธิคัดค้านได้ เช่น กรรมการบางคนที่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองและตัดสิทธิผมในการคัดค้านกระบวนการไต่สวนและข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก
5 ข้อ ชี้แจง ป.ป.ช.ไต่สวน
ประเด็นที่ผมได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. สรุปได้ ดังนี้
1.มติของ กขช. ที่อนุมัติให้ อ.ต.ก. เปลี่ยนข้าวเป็นมติที่ถูกต้องชอบธรรมและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้ประสบภัย เหตุผลที่คณะกรรมการ กขช. มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนข้าวเพราะเห็นว่าข้าวเก่าปี 2552 ย่อมเสื่อมสภาพไม่มากก็น้อยเพราะข้าวสารเป็นสินค้าเน่าเสียง่าย แม้ไม่ตรวจสอบก็สามารถคาดการณ์ได้ ประกอบกับช่วงปี 2554 ได้เกิดเหตุการณ์นํ้าท่วมใหญ่ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพของข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่เก็บมาตั้งแต่ปี 2552 ด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมได้ทักท้วงว่าคณะกรรมการไต่สวนนำข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องมากล่าวหาผมโดยอ้างว่าข้าวเก่าปี 2552 มีคุณภาพดีเพราะประมูลขายได้ราคาถึงตันละ 10,000 บาท แต่ความจริงคือราคาข้าวสาร 5% ปี 2552 ราคาขายส่งประมาณตันละ 17,000 บาท ซึ่งสามารถยืนยันในทางตรงกันข้ามได้ว่าข้าวปี 2552 มีคุณภาพตำ่มากกว่าปกติค่อนข้างมาก
ส่วนเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ กขช. ไม่ได้สั่งให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนลงมติอนุมัติก็เพราะว่า กขช. ได้เคยมีมติอนุมัติให้ อคส. เปลี่ยนแปลงข้าวเก่าเป็นข้าวใหม่ไปผลิตข้าวถุงมาก่อนแล้ว ดังนั้น ตามตรรกะธรรมดาถ้า กขช. ไม่อนุมัติให้ อ.ต.ก. เปลี่ยนข้าวต่างหากที่น่าจะผิดปกติ
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือในช่วงปี 2553-2555 มีกระแสข่าวโจมตีรัฐบาลว่านำข้าวเน่าปลากระป๋องเน่าและสิ่งของอุปโภคบริโภคเสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุไปแจกให้ผู้ประสบภัยจนทำให้นักการเมืองและผู้บริหารบางคนถูกโจมตีกล่าวหาและดำเนินคดี ดังนั้น กขช. จึงไม่อยากตกเป็นแพะในลักษณะเดียวกัน
2.การที่ กขช. มีมติอนุมัติให้ อ.ต.ก. เปลี่ยนข้าวก็ไม่ได้ทำให้รัฐเสียหายแต่อย่างใดเพราะข้าวที่อนุมัติให้ อ.ต.ก. เปลี่ยนก็เป็นข้าวชนิดเดียวกันคือข้าวขาว 5% ที่เป็นข้าวที่ประชาชนทั่วไปบริโภคและเก็บอยู่ในคลังที่ อ.ต.ก. รับผิดชอบ คณะกรรมการ กขช. จึงต้องเชื่อว่า อ.ต.ก. เองย่อมรู้ดีว่าข้าวเก่าหรือข้าวใหม่เหมาะสมที่จะนำไปผลิตแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ รัฐบาลก็ยังคงมีข้าวในสต๊อกรัฐบาลในปริมาณเท่ากัน
อีกอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าคณะกรรมการ กขช. ก็ตระหนักดีว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญของรัฐที่จะช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้ประชาชนผู้ประสบภัยประสบปัญหาสุขภาพซ้ำเติม การช่วยเหลือประชาชนไม่ควรคิดเรื่องกำไรขาดทุน รัฐบาลได้มีโครงการจัดทำข้าวถุงเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในลักษณะเดียวกันนี้มากว่า 20 ปีติดต่อกัน
3.นอกจากจะยืนยันว่ามติ กขช. ดังกล่าวถูกต้องชอบธรรมทุกกประการแล้ว ผมก็ได้ชี้แจงว่าผม (และคุณวัชรี วิมุกตายน รวมทั้งกรรมการทุกท่าน) ได้ทำหน้าที่ในฐานะกรรมการเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ กขช. ที่ถูกกล่าวหาได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะดังกล่าวอย่างถูกต้องชอบธรรมทุกประการ
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับฝ่ายเลขานุการ กขช. เช่นได้ส่งระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบรวมทั้งเรื่องที่ อ.ต.ก. ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงข้าวที่เคยได้รับไว้แล้วเป็นข้าวใหม่เพื่อให้คณะกรรมการทุกคนได้พิจารณาล่วงหน้า ดังนั้น กรรมการทุกคนจึงได้รับรู้ประเด็นและข้อมูลละเอียดเพียงพอที่จะเสนอความเห็นและลงมติได้ก่อนเข้าร่วมประชุมอยู่แล้ว นอกจากนี้คณะกรรมการ กขช. ก็ยังได้รับรองรายงานการประชุมดังกล่าวในคราวต่อมาโดยไม่มีการทักท้วงใด ๆ ในประเด็นนี้
4.ผมได้ชี้แจงโดยเน้นว่าการบริหารจัดการและกำกับดูแลสต๊อกข้าวรัฐบาลเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ กขช. ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้น การกำหนดมาตรการหรือสั่งการใด ๆ จึงต้องทำโดยมติของคณะกรรมการ กขช. ดังนั้น ผมหรือกรรมการแต่ละคน (แม้แต่ประธาน) จึงไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการกำกับดูแลหรือกำหนดมาตรการใด ๆ เกี่ยวกับสต๊อกข้าวของรัฐบาลโดยลำพังเพียงคนเดียวแต่อย่างใด
ดังนั้น หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะกล่าวหาผมกระทำความผิดเพราะไม่ได้สั่งให้ตรวจสอบว่าข้าวเก่าเน่าเสียจริงหรือไม่จึงไม่ถูกต้องเพราะผมในฐานะปลัดกระทรวงพาณิชย์และเลขานุการ กขช. ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยลำพังเพียงคนเดียว
ผมขอยืนยันว่าคณะกรรมการ กขช. ได้ดำเนินการในเรื่องนี้โดยถูกต้องชอบธรรมทุกประการ
5.นอกจากนี้ผมก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่คณะกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ข้องใจว่าไม่ได้สั่งให้ผู้รับจ้างบรรจุถุงลดค่าจ้างลงเพราะการปรับปรุงคุณภาพข้าวใหม่ตํ่ากว่าข้าวเก่าว่า ผมในฐานะปลัดกระทรวงพาณิชย์และเลขานุการ กขช.โดยลำพัง ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการนำข้าวไปบรรจุถุงซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ต.ก. ซึ่งเป็นผู้ขออนุมัติและดำเนินการโครงการแต่อย่างใด
ผมขออภัยที่ต้องชี้แจงยืดยาวไปหน่อยแต่ผมจำเป็นต้องให้ข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเพื่อให้ท่านเข้าใจในตัวผมเพื่อจะทำให้ทุกท่านหายข้องใจและคลายกังวล
ขอขอบคุณญาติมิตรทุกท่านอีกครั้งครับ