นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวมเดือนมกราคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 51,453 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10.44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 13,463 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 37,990 ล้านบาท โดยมีอัตราความคงอยู่ 88% ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตที่เติบโตเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงบวกที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
โดยมุ่งเน้นผู้เอาประกันภัยเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามามีส่วนช่วยในการดำเนินการ การที่ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการทำประกันชีวิต การวางแผนทางการเงิน การตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ และมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ ที่ให้ผู้เอาประกันภัยสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงสิ้นปี ส่งผลให้ประชาชนให้ความสนใจซื้อประกันชีวิตควบคู่กับความคุ้มครองประกันสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญประชาชนมีความเชื่อมั่นในการประกันชีวิตว่าบริษัทประกันชีวิตสามารถให้ความคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้

“สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันภัยที่ถือครองกรมธรรม์ฯอยู่แล้ว หรือที่กำลังจะเลือกซื้อประกันชีวิตที่เหมาะสมต่อตนเอง มีวินัยในการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอก่อนครบกำหนดสัญญา และตรวจสอบสถานะของกรมธรรม์ฯ ให้มีผลบังคับอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ” นายพิชากล่าวทิ้งท้าย