เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ดูทั้งหมด

SCB EIC วิเคราะห์ จับตาเหล็กนอกไหลเข้าไทย หลังทรัมป์เรียกเก็บ safeguard

09 มี.ค. 2561 | 17:42น.

ประธานาธิบดี ทรัมป์ ลงนามอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 มีนาคม 2018 อนุมัติให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากทุกประเทศ (safeguard) ในอัตรา 25% เพิ่มเติมจากมาตรการภาษีทั้งหมดที่มีการเรียกเก็บอยู่ก่อนแล้วในปัจจุบัน โดยจะมีผลภายใน 15 วันหลังจากนี้ มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกดดันการนำเข้าเหล็กให้ลดลงราว 13 ล้านตัน และกระตุ้นอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้หันมาใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศมากขึ้นตามนโยบาย “American Frist” โดย ในระยะแรกการนำเข้าเหล็กจากแคนาดา และเม็กซิโกจะได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าวก่อนเพื่อรอดูผลการเจรจา NAFTA ครั้งใหม่

เหล็กกึ่งสำเร็จรูป เหล็กแผ่นเคลือบ และท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสหรัฐฯมีปริมาณนำเข้าเหล็กทั้ง 3 ประเภทสูงที่สุดกว่า 5.2 ล้านตัน 3.6 ล้านตัน และ 3.1 ล้านตัน หรือราว 15%, 19% และ 9% ของปริมาณนำเข้าเหล็กทั้งหมดในปี 2017 ตามลำดับ ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบรองลงมา ได้แก่ ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ เหล็กเส้น เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กแผ่นรีดร้อน และเหล็กกล้าเส้น ทั้งนี้ ประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ บราซิล เกาหลีใต้ รัสเซีย ตุรกี และญี่ปุ่น ซึ่งมีปริมาณส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 15 ล้านตัน หรือคิดเป็น 40% ของปริมาณนำเข้าเหล็กทั้งหมดของสหรัฐฯ

อีไอซีประเมินว่าปริมาณส่งออกเหล็กของไทยไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง 2 แสนตัน หรือเพียง 9% ของปริมาณเหล็กส่งออกทั้งหมดของไทยในปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐฯไม่ได้เป็นตลาดส่งออกหลักของไทย โดยผลิตภัณฑ์เหล็กของไทยที่คาดว่าจะสามารถส่งออกไปสหรัฐฯได้น้อยลง ประกอบไปด้วย ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ เหล็กแผ่นเคลือบ และเหล็กแผ่นรีดเย็น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าส่งออกโดยรวมเพียง 7 พันล้านบาท หรือประมาณ 0.07% ของมูลค่าส่งออกสินค้าและบริการทั้งหมดของไทยในปี 2017 เท่านั้น

ในด้านผลกระทบทางอ้อม ผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศต่างๆ ที่ไม่สามารถนำเข้าไปในสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะถูกส่งออกมาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเหล็กกึ่งสำเร็จรูปจากรัสเซีย เหล็กเส้นจากตุรกี และลวดเหล็กจากจีน ที่ในปัจจุบันไทยยังไม่มีการใช้มาตรการป้องกันทางการค้าเพื่อปกป้องผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ เช่น ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บจากเกาหลีใต้ และเหล็กเคลือบจากเวียดนาม อีไอซี ประเมินว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่ไหลเข้าไทยในปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากไทยมีการเรียกเก็บ AD อยู่แล้วในปัจจุบัน

อีไอซีแนะผู้ประกอบการไทย มุ่งหาตลาดส่งออกใหม่เพื่อชดเชยการซื้อจากสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะหดตัวลง สำหรับตลาดท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ ผู้ประกอบการควรพิจารณาโอกาสในการขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์และกัมพูชา ที่มีการนำเข้าสูงถึง 2.4 แสนตันในปี 2017 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ขณะที่ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเลียม ผู้ประกอบการควรพิจารณาโอกาสในการส่งออกไปยังแอลจีเรีย ที่กำลังมีการลงทุนเพื่อขยายโรงกลั่นน้ำมันดิบในประเทศ และสุดท้ายสำหรับเหล็กแผ่นเคลือบ อีไอซี มองว่าผู้ประกอบการควรมองหาโอกาสที่จะส่งออกไปยังเมียนมา และลาว ที่มีปริมาณนำเข้าในระดับสูงถึง 5 แสนตันต่อปี ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องกว่าปีละ 10%CAGR ในช่วง 5 ปีหลังสุด

นอกจากผลิตภัณฑ์เหล็กแล้ว ผู้ประกอบการไทยควรจับตามองมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ กับสินค้าอื่นๆ อีกด้วย ปัจจุบัน ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการทางภาษีสำหรับยางวง (rubber band) และกรดซิตริก (critic acid) ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดและประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2018 ตามลำดับ ซึ่งย่อมส่งผลต่อผู้ประกอบการไทย