เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ดูทั้งหมด

ไทยสูญ 10,479 ล้านบาท หลัง “ทรัมป์” ขึ้นภาษีเหล็ก !

12 มี.ค. 2561 | 01:26น.

ไทยโดนหางเลข หลัง “ทรัมป์” ประกาศสงครามการค้าขึ้นกำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมนำเข้าร้อยละ 25-10 กระทบส่งออกสหรัฐ-เหล็กจีนทะลักเข้าไทย ทั้งเหล็กเส้น-เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี/ดีบุก/โครเมียม “สมคิด” สั่งกระทรวงพาณิชย์หาช่องเจรจา USTR ขอยกเว้นเก็บภาษี อ้างเป็นพันธมิตรความมั่นคงร่วมสงครามเวียดนาม หวั่นมะกันขอแลกเปิดตลาดสินค้าบางรายการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามอนุมัติการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมตามที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยสหรัฐจะจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และภาษีนำเข้าอะลูมิเนียม 10% จะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน

มาตรการขึ้นภาษีดังกล่าวจะใช้บังคับกับทุกประเทศ “ยกเว้น” แคนาดากับเม็กซิโก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวเข้ามาว่า สหรัฐอาจจะยกเว้นการขึ้นภาษีให้กับประเทศ “พันธมิตรของสหรัฐบางประเทศด้วย” โดยญี่ปุ่นน่าจะเป็น 1 ในประเทศที่ถูกยกเว้น แต่อาจจะต้องเจรจาข้อตกลงบางอย่างร่วมกับผู้นำสหรัฐ

ขณะที่ “ซาราห์ แซนเดอร์ส” โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า มาตรการขึ้นกำแพงภาษีนี้จะส่งผลแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศนั้น ๆ โดยจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมเรื่องความสมดุลทางการค้า

หวั่นสหรัฐขอแลกเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการประชุมระหว่างกรมการค้าต่างประเทศ กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย-สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย-ผู้ผลิตส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียม เพื่อหารือถึงผลกระทบและการแก้ไขปัญหาสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ (national security) ภายใต้มาตรา 232 ผู้ของกฎหมาย Trade Expansion Act of 1962

ในระยะสั้น (1-3 เดือนข้างหน้านี้) ที่ประชุมประเมินว่า การส่งออกเหล็กยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะสินค้าเหล็กที่กำลังอยู่ระหว่างการขนส่งไปสหรัฐ เนื่องจากราคาเหล็กในสหรัฐได้ปรับตัวไปแล้วร้อยละ 30 แม้เหล็กที่ส่งออกจากประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี “แต่ก็ยังแข่งขันได้” เพราะผู้ผลิตสหรัฐยังอยู่ระหว่างการปรับตัวและยังไม่สามารถขายเหล็กในราคาที่ต่ำลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผู้นำเข้ายังมีความต้องการสินค้าอยู่ แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมเหล็กไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอน เมื่อผู้ผลิตเหล็กสหรัฐปรับตัวได้โดยเฉพาะรายการสินค้าท่อเหล็กและเหล็กแผ่นรีดเย็น

“ที่ประชุมมีทางเลือก 2 ทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ 1) ให้โรงงานผู้ผลิตเหล็ก-ผู้ส่งออกไทย ร่วมกับผู้นำเข้าเหล็กสหรัฐ อ้างถึงความเดือดร้อนที่เกิดจากการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กในรายการนั้น ๆ กับ 2) เปิดการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อขอให้สหรัฐยกเว้นการเก็บภาษีเหล็กจากประเทศไทย แต่ประเด็นหลังนี้เชื่อว่า สหรัฐต้องขอแลกเปลี่ยน อาจจะเป็นการเปิดตลาดให้กับสินค้าส่งออกของสหรัฐเป็นบางรายการ เพราะการเจรจาขอยกเว้น ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นอกเหนือไปจากการอ้างเรื่องความมั่นคงของสหรัฐ กับเรื่องของความเดือดร้อนของผู้ใช้เหล็กในสหรัฐเอง” แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยจะดำเนินการเจรจากับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เพื่อขอ “ยกเว้น” การใช้มาตรการ 232 เป็นรายพิกัดสินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการขอยกเว้นเป็นรายพิกัด ภายในวันที่ 19 มีนาคม 2561 นี้ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังสามารถใช้เวทีเจรจาในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Framework Agreement : TIFA) ไทย-สหรัฐ กำหนดจัดในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เป็นเวทีหารือกับสหรัฐเพื่อยกเว้นได้ โดยสหรัฐเปิดช่องสำหรับประเทศที่มี security relationship ในการหารือเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

ส่วน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ต้องตกใจ” กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กได้รับผลกระทบ
แน่นอน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ต้องไปช่วยหาช่องเจรจากับสหรัฐ ตั้งแต่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐดีขึ้นเป็นลำดับ และสหรัฐเข้าใจบริบทภายในของประเทศไทย

ผลพวงเหล็กจีนทะลักเข้าไทย

นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ส่งออกไทยกังวลและมีความเป็นห่วงก็คือ หลังจากมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก อาจจะมีเหล็กกลุ่มหนึ่งที่เคยส่งเข้าไปตลาดสหรัฐไหลเข้าสู่ตลาดอาเซียน (รวมทั้งประเทศไทย) มากขึ้น โดยประเทศผู้ส่งออกเหล็กไปต่างประเทศสูงสุดในแถบเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น ในขณะที่ประเทศไทยมูลค่าการส่งออกน้อยมาก “ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง แม้ว่าประเทศดังกล่าวจะไม่ส่งออกสินค้าเหล็กมาในภูมิภาคอาเซียนมากนักก็ตาม” นายวิกรมกล่าว

ล่าสุด สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ได้ระบุไว้ในรายงานผลกระทบจากมาตรา 232 ของสหรัฐ ที่มีต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยว่า มีกลุ่มสินค้าหลักของ 8 ประเทศผู้ส่งออกเหล็กเข้าไปจำหน่ายในสหรัฐ เมื่อถูกเรียกเก็บภาษีสูงขึ้นแล้วมี “ความเสี่ยง” ที่จะส่งเหล็กรายการเหล่านี้เข้ามายังประเทศไทยแทน ได้แก่ เหล็กเส้น, เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี, เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม เนื่องจากเหล็กรายการเหล่านี้ ประเทศไทยไม่มีการใช้มาตรการทางการค้า (AD-saveguard) ปกป้องตลาดภายใน

โดยสถาบันเหล็กฯประเมินว่า ผลกระทบทางตรงจากการขึ้นภาษี ประเทศไทยจะสูญเสียการส่งออกเหล็กไปตลาดสหรัฐ ประมาณ 383,496 ตัน มูลค่า 10,479 ล้านบาท ส่วนผลกระทบทางอ้อมกรณีเหล็กที่เข้าไปจำหน่ายในสหรัฐไม่ได้ล้นตลาดและอาจจะทะลักเข้ามายังอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย ในส่วนนี้จะมีเหล็กล้นตลาดอยู่ประมาณ 27.03 ล้านตัน

ขณะที่ นายกรกฎ ผดุงจิตต์ รองประธานกลุ่มเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยังไม่สามารถประเมินราคาเหล็กได้ในขณะนี้ หลังจากที่ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560-มีนาคม 2561 จีนหยุดการผลิตไป ทำให้มีการอั้นปริมาณเหล็กจำนวนมาก และในเดือนเมษายนนี้ การผลิตเหล็กในจีนจะเริ่มกลับมา ทำให้ปริมาณเหล็กล้นจนต้องส่งออกทะลักเข้ามาไทยแน่นอน คาดการณ์ประมาณ 100 ล้านตัน ส่งผลต่อการ dump ราคาที่จะลดลง แต่ประเมินไม่ได้ว่าจะมากขนาดไหน

นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ นายกสมาคมการค้าเหล็กลวดไทย กล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐเพื่อขอยกเว้นการเก็บภาษีจะอยู่ภายใต้ 2 เงื่อนไข คือ 1) ประเทศไทยเคยเป็นประเทศที่เคยร่วมปกป้องความมั่นคงร่วมกับสหรัฐ ในสมัยสงครามเวียดนาม กับ 2) ไทยเป็นธุรกิจที่ยังสร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทของสหรัฐอยู่