เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยแกว่งตัว 1,555-1,570 จุด รับแรงซื้อกลุ่ม domestic play ก่อนเลือกตั้ง

09 พ.ค. 2566 | 09:12น.
หุ้น หุ้นไทย

หุ้น หุ้นไทย

บล.กรุงศรี พัฒนสิน ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว 1,555-1,570 จุด ได้แรงซื้อกลุ่ม domestic play ก่อนเลือกตั้งของไทย 14 พ.ค.นี้ ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น เตือนระวังแรงขายลดความเสี่ยงตามสัญญาณเทคนิคช่วงดีดตัวขึ้น กดดันดัชนีสลับย่อตัวลง

วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี พัฒนสิน รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนี SET Index วานนี้พุ่งกว่า 29 จุด นักลงทุนคาดหวังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอขึ้นดอกเบี้ย และซื้อดักธีมเลือกตั้ง อีกทั้งมีแรงซื้อคืนจาก Cover Short ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมินดัชนีแกว่งตัว 1,555-1,570 จุด โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากกลุ่ม Domestic play ก่อนการเลือกตั้งของไทย 14 พ.ค.นี้

ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่งประกอบกับแรงซื้อ Cover Short หลังปรับตัวลงแรงมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายลดความเสี่ยงตามสัญญาณเทคนิคในช่วงดีดตัวขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีสลับย่อตัวลง

ประเด็นสำคัญคือ จับตาตัวเลขส่งออก/นำเข้าของจีน บ่งชี้ทิศทางการส่งออกของไทย เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของไทย หากภาคการค้าของจีนฟื้นตัวจะส่งผลบวกต่อยอดส่งออกของไทยโดยตรง เบื้องต้น Consensus คาดยอดส่งออกเดือน เม.ย.ของจีน จะเพิ่มขึ้น 14.8% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ส่วนยอดนำเข้าคาดทรงตัว YOY แต่ดีขึ้นจาก มี.ค.ที่หดตัว 1.4% YOY

และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ มีแนวโน้มลดลงแต่ไปอย่างช้า ๆ โดย Consensus คาดอัตราเงินเฟ้อ (Headline CPI) ของสหรัฐเดือน เม.ย.จะทรงตัวที่ระดับ 5% เหมือนกับเดือน มี.ค. ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.5% จาก 5.6% ในเดือน มี.ค. (อัตราเงินเฟ้อที่ลดช้าเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าและค่าจ้างแรงงานซึ่งต้องใช้เวลา)

นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบบวกต่อเนื่องนักลงทุนคลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.82 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่ 73.16 ดอลลาร์/บาร์เรล ปัจจัยบวกยังเป็นเรื่องเดิมคือ นักลงทุนคลายกังวลกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือน เม.ย. ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ปัจจัยนี้จะยังช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนของหุ้นในกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมีต่อเนื่อง

แนะนำหุ้นเด่นวันนี้ KBANK (ปิด 129.50 บาท ซื้อ/เป้า 160 บาท) เป็นเป้าหมายของการเข้าซื้อของฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ราคาหุ้นยัง Laggard หากเทียบกับกลุ่ม โดย YTD ของ KBANK -12% ขณะที่ BBL +9.5%, KTB +5.6%, SCB -1.4% รวมถึง GPSC (ปิด 66 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 79 บาท) แจ้งงบฯไตรมาส 1/66 มีกำไรดีเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิที่ 1,118 ล้านบาท จากขาดทุน 436 ล้านบาท ในไตรมาส 4/65 เพิ่มขึ้น 257% YOY และมากกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 967 ล้านบาท