Skip to content

กรมศุลฯ ยื่นตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีผู้นำเข้า “หมูเถื่อน” ตำรวจยันยังไม่เปิดชื่อ

12 พ.ค. 2566 | 16:07น.
กรมศุลฯ ยื่นตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีผู้นำเข้า “หมูเถื่อน” ตำรวจยันยังไม่เปิดชื่อ

กรมศุลฯ ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารกว่า 4,000 แผ่น ต่อตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิดผู้นำเข้าหมูเถื่อน หลังตั้งคณะตรวจสอบพบหมูเถื่อนกว่า 161 ตู้ พร้อมนำส่งกรมปศุสัตว์ทำลายต่อไป ด้านตำรวจยังเปิดชื่อผู้นำเข้าขอตรวจเอกสารก่อน

วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ยื่นหนังสือและมอบเอกสารจำนวนกว่า 4,000 แผ่น แก่ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในฐานะนิติบุคคลและฐานะส่วนตัว ในความผิดนำเข้าซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

นายพันธ์ทองกล่าวว่า จากกรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทสุกรทั้งมีชีวิต รวมทั้งเนื้อสุกร และ เครื่องในสุกรนั้น กรมศุลกากรได้แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งรัดป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทสุกร

โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้ทำการสำรวจของค้างบัญชีเรือที่อยู่ในอารักขากรมศุลกากรเกินกำหนดเวลา และที่เกินกำหนด 30 วัน จึงได้ออกเอกสารบัญชีของค้างบัญชีเรือ โดยไม่มีใบขนสินค้าอันได้รับรองและไม่ได้เสียอากร หรือวางเงินประกันค่าอากรที่พึงเรียก

รวมทั้งได้แจ้งไปยังตัวแทนเรือและผู้รับตราส่งตามที่ระบุไว้ในบัญชีเรือ เพื่อให้ชำระอากรหรือวางเงินประกันค่าอากร แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงความเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ ตามกำหนดเวลาไว้

กรมศุลกากรจึงได้ทำการสำรวจ พบสินค้าประเภทสุกรแช่แข็งจำนวน 161 ตู้ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้าตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ จึงเป็นการนำเข้าโดยฝ่าฝืน มาตรา 31 แห่ง พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 อันเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ตามมาตรา 244 และเป็นอันพึงริบตามกฎหมายศุลกากร ตามมาตรา 166 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยกรมศุลกากรจะมอบสินค้าเหล่านี้ให้กรมปศุสัตว์ทำลายต่อไป

นายพันธ์ทองกล่าวว่า จากการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็ง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเกิดข้อกังวลใจ โดยอาจจะส่งผลเสียหายต่อกลไกตลาดเนื้อสุกร รวมถึงโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (AFS) ที่จะกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกร ความมั่นคงทางอาหาร และผู้บริโภคที่จะได้รับความเสี่ยงจากด้านสุขอนามัย

ทั้งนี้จากการสอบถามทาง พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรื่องการเปิดเผยชื่อผู้นำเข้านั้น ตามข้อเรียกร้องของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยืนยันว่าจะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา โดยขอตรวจสอบเอกสารจากทางกรมศุลกากรก่อน โดยพร้อมดำเนินคดีหากพบผู้กระทำความผิดชัดเจน

ตำรวจจับมือกรมปศุสัตว์ ทลายแหล่งซุกซ่อนหมูเถื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศและเข้ากระบวนการต่าง ๆ เพื่อนำออกสู่ท้องตลาด โดยมิได้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับสินค้าอันไม่ถูกสุขลักษณะรวมถึงอาจนำโรคระบาดชนิดอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever : ASF) มาแพร่ระบาด ทำให้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสุกรภายในประเทศและเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559, พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองบริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจภูธรภาค 1, 5 และ 7 ร่วมกับ กรมปศุสัตว์เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยทั้งหมด 16 แห่ง ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

จากการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลอาญาทำการตรวจค้น 16 แห่ง พบว่า จังหวัดนครปฐม 1 จุด สามารถอายัดเนื้อสุกรแช่แข็งรวม 4,070 กิโลกรัม และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 จุด สามารถอายัดเนื้อสุกรแช่แข็งรวม 11,100 กิโลกรัม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิด พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน โปรดระมัดระวังในการบริโภคเนื้อสุกร ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่ได้มาตรฐาน และขอความร่วมมือกรณีหากมีเบาะแส / เรื่องร้องเรียนลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน / เบาะแสโดยตรงได้ที่สายด่วน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โทร. 1135 หรือ สายด่วนฉุกเฉิน 191 และสามารถแจ้งผ่านช่องทาง แอปพลิเคชั่น DLD 4.0 ของกรมปศุสัตว์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมูเถื่อน เศรษฐกิจ