เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
DAKS Top Spender ดินเนอร์มื้อพิเศษ by เชฟโบ
Biz Movement DAKS Top Spender ดินเนอร์มื้อพิเศษ by เชฟโบ
FEED X KHAOSODAWARDS 2026 ขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทย
Biz Movement FEED X KHAOSODAWARDS 2026 ขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทย
‘กรุงเทพธนาคม’ เดินหน้าโอนรถไฟฟ้าสีเขียว-สีทองให้ รฟม. วางรากฐานธุรกิจใหม่เพื่อคนกรุง
Economic ‘กรุงเทพธนาคม’ เดินหน้าโอนรถไฟฟ้าสีเขียว-สีทองให้ รฟม. วางรากฐานธุรกิจใหม่เพื่อคนกรุง
GISTDA เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังสูงหลายจังหวัด
News GISTDA เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังสูงหลายจังหวัด
คมนาคมเอาจริง! 1 ต.ค. ผู้ให้บริการแอปเรียกรถ ต้องทำตามกฎหมาย ใช้กติกาเดียวกัน
Tech คมนาคมเอาจริง! 1 ต.ค. ผู้ให้บริการแอปเรียกรถ ต้องทำตามกฎหมาย ใช้กติกาเดียวกัน
พาณิชย์สระแก้วลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลำไย หลังฝนตกต่อเนื่องทำผลผลิตเสียหาย
เศรษฐกิจภูมิภาค พาณิชย์สระแก้วลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลำไย หลังฝนตกต่อเนื่องทำผลผลิตเสียหาย
อยุธยาอ่วม 6 อำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย ชุมชนวัดจุฬามณี น้ำขึ้นสูง 1 เมตร
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาอ่วม 6 อำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย ชุมชนวัดจุฬามณี น้ำขึ้นสูง 1 เมตร
หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
Finance หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

หลายตัวเลขบ่งชี้ เศรษฐกิจจีนอ่อนแรงกว่าที่คาด ฝากความหวังมากไม่ได้

16 พ.ค. 2566 | 18:25น.
ตัวเลขเศรษฐกิจจีน

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดขายปลีก และหลายตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจจีนที่เปิดเผยออกมาในช่วงนี้ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนอ่อนแรงกว่าที่คาด และหากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวไม่ดีตามคาด ผลกระทบทางบวกที่จะกระจายออกไปสู่เศรษฐกิจโลกก็จะไม่เป็นดังที่คาดหวัง

ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเมษายน 2566 ของจีนที่ เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บ่งชี้ว่าจีนเข้าใกล้ภาวะเงินฝืด สร้างความกังวลว่าจะซ้ำเติมให้เศรษฐกิจฟื้นตัวยาก 

ล่าสุด มีข้อมูลเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นอีกว่าเศรษฐกิจจีนกำลังอ่อนแรง ยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยิ่งขึ้นอีก และหากเศรษฐกิจของจีนฟื้นตัวไม่ดีตามคาด ผลกระทบทางบวกที่จีนจะกระจายออกไปสู่เศรษฐกิจโลกก็จะไม่เป็นดังที่คาดและหวัง

สำนักข่าว Reuters รายงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดขายปลีกในเดือนเมษายน 2566 ของจีนเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสูญเสียโมเมนตัมยิ่งกว่าเดิมในช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่สอง และเพิ่มแรงกดดันสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการพยายามทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics : NBS) ของจีน เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2566 ขยายตัว 5.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และโตขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าเดือนมีนาคม 2566 ที่ขยายตัว 3.9% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า 

การเติบโต 5.6% นั้น แม้ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 แต่ยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ตอบแบบสำรวจของ Reuters คาดการณ์ไว้ว่าจะโตขึ้นถึง 10.9% 

ยอดขายของภาคค้าปลีกโต 18.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า เร่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากอัตราการเติบโตของเดือนมีนาคม 2566 ที่ขยายตัว 10.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าจะโตได้ถึง 21.0% 

ข้อมูลจากทางการจีนยังแสดงให้เห็นอีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (fixed asset) ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 ขยายตัว 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 5.5% 

บรูซ ผาง (Bruce Pang) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Jones Lang Lasalle บริษัทจัดการการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกกล่าวว่า ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดการณ์แสดงให้เห็นว่ายากแค่ไหนที่จะทำให้เครื่องจักรการเติบโตของเศรษฐกิจทำงานหลังจากเริ่มสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง

เขาบอกอีกว่า ในไตรมาสที่ 2 จีนจะยังคงมีตัวเลขกิจกรรมการผลิตที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YOY) เนื่องจากฐานการเปรียบเทียบที่ต่ำ แต่จะเติบโตในอัตราที่ช้ากว่าในไตรมาสแรก เนื่องจากเศรษฐกิจอ่อนแรงในการฟื้นตัว 

นอกจากนี้ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เผยแพร่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งการนำเข้าของจีนหดตัวลงในเดือนเมษายน 2566, ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index : PPI) หรือราคาขายส่งหน้าโรงงานหดตัวลงลึกกว่าเดิม และสินเชื่อธนาคารมีดีมานด์ในประเทศน้อยลง ล้วนแต่เพิ่มแรงกดดันต่อผู้กำหนดนโยบายในการพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก

นอกจากสภาวะอุปสงค์ในประเทศและทั่วโลกเปราะบางแล้ว ผู้กำหนดนโยบายของจีนยังต้องต่อสู้กับหลายแรงลมต้าน (headwind) ทั้งการล้มละลายของธนาคารในสหรัฐและยุโรปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นทั่วโลก และสงครามในยูเครน อีกทั้งหนี้ในประเทศที่สูงและวิกฤตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่คลี่คลายก็ยังคงสร้างความกังวล 

ตามการคำนวณของ Reuters การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของเศรษฐกิจจีนในเดือนเมษายน 2566 ร่วงลง 16.2% จากเดือนเมษายนปี 2565 เป็นการลดลงต่อเนื่องจากเดือนมีนาคม 2566 ที่ลดลง 7.2% จากเดือนมีนาคม 2565 เนื่องจากนักลงทุนยังระมัดระวังการใช้เงินในช่วงที่ดีมานด์ยังคงเปราะบาง 

ขณะที่ภาคธุรกิจระวังเรื่องการใช้เงิน ผลกระทบหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือการว่างงาน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนที่เผยแพร่ในวันเดียวกันระบุว่า อัตราการว่างงานของเยาวชน (อายุ 16-24 ปี) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 20.4% ซึ่ง จาง จื้อเหว่ย (Zhang Zhiwei) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน Pinpoint Asset Management บอกว่าเป็น “สัญญาณที่น่าเป็นห่วง”

จางวิเคราะห์อีกกว่า นักวิจัยบางคนในตลาดเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการเชิงนโยบายเพิ่มเติม เช่น ออกคูปองเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลต่อต้านที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ตั้งไว้ที่ระดับต่ำ จึงยังเหลือที่ว่างให้รัฐบาลรอดูสถานการณ์ได้ว่าจำเป็นต้องกระตุ้นอะไรเพิ่มเติมหรือไม่