เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เก็ง กนง.เบรกขึ้นดอกเบี้ย Wait & See ลุ้นตั้งรัฐบาลใหม่ชัด

31 พ.ค. 2566 | 06:59น.
เบรกขึ้นดอกเบี้ย

ว่ากันว่า วัฏจักรดอกเบี้ย “ขาขึ้น” น่าจะใกล้จบแล้ว ทั้งดอกเบี้ยของโลก และดอกเบี้ยของไทย โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 31 พ.ค.นี้ น่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น

“ดร.เชาว์ เก่งชน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย รอบนี้คงปรับขึ้นอีก 0.25% แล้วหลังจากนั้น กนง.น่าจะรอดูสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อน ที่มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ซึ่งหลังจากนั้นอาจจะไม่ปรับดอกเบี้ยอีกไปจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระดับ 2% เป็นระดับที่เพียงพอแล้ว เพราะเงินเฟ้อก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะลงมาที่ระดับกว่า 2% ในปีหน้าได้

“ผมมองว่า กนง.น่าจะให้น้ำหนัก 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก คงดูสถานการณ์การเมืองในประเทศ ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเรียบร้อยหรือไม่ และงบประมาณจะล่าช้าแค่ไหน กับอีกเรื่อง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจบดอกเบี้ยสูงสุดที่ 5.5% หรือไม่ แต่ตอนนี้ตลาดมองกันว่า อาจจะขึ้นไปได้อีก ซึ่ง 2 เรื่องนี้ไปกันคนละทาง ผมคิดว่า กนง.จะให้น้ำหนักกับการเมืองในประเทศมากกว่า” ดร.เชาว์กล่าว

ดร.เชาว์ เก่งชน
ดร.เชาว์ เก่งชน

ขณะที่ “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า เชื่อว่าประชุม กนง.รอบนี้ น่าจะขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 2% จากนั้นครั้งต่อไปในการประชุมเดือน ส.ค. อาจจะปรับขึ้นอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ ต้องดูพัฒนาการของเศรษฐกิจกับเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อลงต่อเนื่อง เศรษฐกิจไม่ได้ดีอย่างที่คาด หรือมีความเสี่ยงมาจากข้างนอก ก็มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2%

“คือน่าจะขึ้นอีก 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ส่วนครั้งที่ 2 ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่เชื่อว่าไม่ขึ้นเกิน 2.25% แน่นอน ซึ่งที่ผ่านมา เงินเฟ้อไทยลดลงมาตลอด เงินเฟ้อพื้นฐานเหลือแค่ 1.6% ลงมาได้ค่อนข้างเร็ว ซึ่งอาจจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีเหมือนต่างประเทศ” ดร.พิพัฒน์กล่าว

ฟาก “ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 2% ต่อปี และหลังจากนั้น กนง.จะหยุดขึ้นดอกเบี้ย อีก 3 เดือนข้างหน้า เพื่อรอดูสถานการณ์ (wait & see) ดูความเรียบร้อยการจัดตั้งรัฐบาล และการดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อปรับนโยบายการเงินในการประชุมรอบถัดไป

“ปัจจุบันแรงกดดันในมิติอัตราเงินเฟ้อทยอยลดลง และไม่ได้น่าเป็นห่วงเมื่อเทียบในอดีต ทำให้ กนง.ไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยอีก อย่างไรก็ดี ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นยังไม่จบ และหาก GDP เติบโตได้ดี และความเชื่อมั่นกลับมา ก็มีความเป็นไปได้ที่ กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี”

สำหรับทิศทางค่าเงินบาท ในระยะสั้น จะเห็นการเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน ในระดับ 34.60-34.70 บาทต่อดอลลาร์ ขยับอ่อนค่าเข้าใกล้ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากไทยมีปัจจัยภายในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้มีแรงเทขายจากนักลงทุน ประกอบกับเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จากปัจจัยเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ

“ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ประเมินว่า ค่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่า ณ สิ้นปี 2566 คาดจะอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ จากความเชื่อมั่นที่จะเริ่มกลับมา จากความไม่แน่นอนที่ทยอยหมดลง รวมถึงปัจจัยพื้นฐานของไทยที่แข็งแกร่ง จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวหนุนดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก และการนำเข้าพลังงานที่ลดลง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ขึ้นดอกเบี้ย