เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
Real Estate ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
Finance กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
News ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
Real Estate ‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
Economic GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
Economic บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
Finance บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
World เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
ดูทั้งหมด

รุมจีบนักธุรกิจจีน ขยายลงทุนในไทย เปิดประตูสู่อาเซียน

25 มิ.ย. 2566 | 18:27น.
นักธุรกิจ

นักธุรกิจ

เวทีการค้าการลงทุนไทย-จีนสุดคึก เอกชน ส.อ.ท.-หอการค้า รุมจีบ บิ๊กธุรกิจจีน ตั้งฐานผลิตในไทยเป็น gateway สู่อาเซียนตอกย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น คู่ค้า-นักลงทุนอันดับ 1 กว่า 11 ปี ด้าน ธปท.หวังปั๊มรายได้นักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคนปีนี้ แบงก์กรุงเทพ-ICBC ย้ำความพร้อมด้านการเงิน เชื่อมโยง eec-GBA ด้าน BOI โชว์จุดขาย งัดทุกมาตรการดึงลงทุน มั่นใจทศวรรษแห่งนักลงทุนจีน

วันที่ 25 มิถุนายน 2566 ในการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก (WCEC) ครั้งที่ 16 ช่วงบ่ายในเวทีการเสวนาหัวข้อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ซึ่งมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาพธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

เริ่มด้วยนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยตั้งแต่โควิดในปีแรกเราได้รับผลกระทบ GDP ขยายตัว 1.5% พอมาปีถัดมาขยายตัว 2.6% และในปีนี้ในช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 2.7% คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวอยู่ประมาณ 3.6 ถึง 3.7% เป็นผลจากรายได้ของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ

“ถ้าดูแล้วประเทศไทยมีการฟื้นตัวช้ากว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน เป็นผลมาจากการท่องเที่ยว ไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นหลัก ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 29 ล้านคน เป็นจะเป็นชาวจีน 5 ล้านคน จนถึงปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาแล้ว 1.5 ล้านคน แม้จะห่างไกลเป้า แต่เราก็ยังมั่นใจว่าจนถึงสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนได้ ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งหมด 35 ล้านคน”

ซึ่งการฟื้นตัวของประเทศไทยหลังจากโควิดการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดี ในส่วนของ sme ยังต้องอาศัยมาตรการของภาครัฐในการขับเคลื่อน ขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.1% ส่วนปีนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2566 เหลือเพียง 0.5% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และเกือบต่ำที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ระบบการเงินของไทยมีความเข้มแข็ง จะเห็นว่าในช่วงโควิดหลายประเทศมีปัญหาแต่ไทยยังคงไปได้ใครมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 1.7 เท่าของ GDP และมีสัดส่วนของหนี้ต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 40% ของ GDP เป็นหนี้ระยะสั้น ซึ่งจากตัวเลขทุนสำรองนี้ ทำให้เราคิดว่าในอนาคตไทยคงจะไม่มีปัญหาเช่นเดียวกับบางประเทศที่ประสบปัญหาจากที่มีเรื่องเงินกู้จำนวนมาก และอัตราดอกเบี้ยสูง

ความท้าทาย 2 เรื่อง

นายเมธีกล่าวว่า เรื่องที่เป็นปัญหาที่มีความกังวลแต่ยังสามารถแก้ไขได้ของไทย คือปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันไทยมีสัดส่วน 86.7% ของ GDP แต่สัดส่วนของหนี้ครัวเรือนนี้กระจายไปในระดับที่ไม่เท่ากันโดยผู้ที่มีรายได้น้อยจะประสบปัญหามากกว่าทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการแก้ไขเรื่องหนี้ครัวเรือนมาโดยตลอดในหลาย ๆ ด้าน อาทิการปรับโครงสร้างหนี้ การให้ความรู้เรื่องการเงิน เป็นต้น

อีกด้านหนึ่งเรามีความห่วงเรื่องเศรษฐกิจของในต่างประเทศที่จะชะลอตัวจากนโยบายการเงินที่จะใช้นโยบายการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อที่จะมาดูแลเงินเฟ้อ อาจจะมีผลทำให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง

ไทยไม่มีนโยบายขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง

แต่ทว่าในส่วนของไทย ในส่วนของนโยบายการเงินของไทยไม่มีนโยบายที่จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง ส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยจะมาจากรายได้จากการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ ในการซื้อสินค้าคงทนสินค้ารถยนต์อสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ภาคการส่งออกอาจจะติดลบลงต่อเนื่องโดยคาดว่าทั้งปีอาจจะลดลงเล็กน้อยจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าผันผวน เราไม่รู้ว่าทิศทางเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรในเรื่องของนโยบายการเงินเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ส่วนความเสี่ยงในเรื่องของการปรับขึ้นค่าจ้าง ซึ่งถ้าเพิ่มขึ้นเร็วจะมีผลกดดันทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและอีกด้านก็จะมีผลต่ออัตราการอยู่รอดของธุรกิจ

เปิดมาตรการระยะยาว

พร้อมกันนี้นายเมธีกล่าวว่า ในระยะยาวไทยมีการดำเนินการในเรื่องของดิจิทัลโดยเฉพาะภาคธุรกิจการเงินซึ่งจะเห็นได้จากการวางระบบ payment การใช้ระบบ QR เชื่อมต่อกับสถาบันการเงินต่าง ๆ รายการจัดทำ central  Bank digital currency (cbdc) ภายในและข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความร่สมหลายประเทศ ระหว่างธนาคารกลางจีนธนาคารกลางฮ่องกง ขณะเดียวกันเราก็ได้มีการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสีเขียวซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากและมีการปรับปรุงกิโยตินกฎหมายที่ล้าสมัยหลาย ๆ ฉบับ

4 เหตุผลที่นักลงทุนจีนต้องมองไทย

นายหลี่ เสี่ยวป้อ นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร ICBC กล่าวว่า การที่นักลงทุนจีนจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทยเขาก็จะมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีนมีความมั่นคงในระยะยาวมากน้อยเพียงใดไทยได้ร่วมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับจีนยาวนาน ที่ผ่านมาไทยและจีนมีการทำความตกลงอาเซียนจีนครบรอบ 20 ปี สะท้อนว่าความสัมพันธ์ของไทยจีนใช่อื่นไกลเหมือนพี่น้อง

2) ธนาคารโลกจัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับต้น ๆ ของโลกปัจจุบันเศรษฐกิจไทยฟื้นจากโควิด GDP คาดว่าจะขยายตัว 3.6 ถึง 3.7% มีทุนสำรองมากเป็นอันดับที่ 14 ของโลกมีความสามารถในการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนที่จะลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน

3) ไทยมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ eec ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบาย 1 แถม 1 เส้นทางหรือ BRI ของจีน ปัจจุบันดำเนินการมาครบ 10 ปีมีการดำเนินโครงการกว่า 3,000 โครงการ สามารถดึงดูดการลงทุนและสร้างความสัมพันธ์ 3 ใน 4 กลุ่มประเทศทั่วโลก

4) จีนมาลงทุนในไทยมีความพร้อมในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมมีความสมบูรณ์ ซึ่งไทยมีสิทธิพิเศษด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนจีนทั้งยังช่วยให้เปิดโอกาสให้สินค้าจีนสามารถขายไปในระดับโลก โดยไทยมีความพร้อมทั้งมีนิคมอุตสาหกรรม ที่เป็นที่นิยมของจีนอย่างเช่นนิคมอุตสาหกรรมไทยจีนที่จังหวัดระยองมีบริษัทจีนเข้ามาลงทุนมากกว่า 200 บริษัทนอกจากนี้ไทยยังใช้ระบบอีคอมเมิร์ซและระบบชำระเงิน อิเล็กทรอนิกส์

และที่สำคัญเมื่อเร็ว ๆ นี้ไทยและจีนมีความตกลง MOU ที่จะชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นโดยได้เริ่มตั้งแต่ปี 2021 และได้มีการชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นไปแล้ว 70,000 ล้านหยวน

จีนคู่ค้าเบอร์ 1 ต่อเนื่องยาวนาน 11 ปี

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมาจีนสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจจีนจากประเทศที่เคยมีอาหารบริโภคไม่เพียงพอจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ในทุกมิติของโลก

“ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันยาวนานมาตั้งแต่อดีตตั้งแต่สมัยสุโขทัยเมื่อ 700 ปีที่แล้วจีนให้ความช่วยเหลือไทยในด้านต่าง ๆ อย่างมาก และยังมีความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติมีคน

จีนที่ใช้แส้ เปลี่ยนมาใช้เป็นนามสกุลไทยจำนวนมาก”

ส่วนความสัมพันธ์ในด้านการค้าและการลงทุน จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่อง 11 ปี ปีที่แล้วไทยส่งออกสินค้าไปจีน 1.19 ล้านล้านบาทและนำเข้าสินค้าจากจีน 2.49 ล้านล้านบาทโดยไทยเสียดุลการค้าให้กับจีนอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท แต่สินค้าที่เราเสียดุลการค้าให้กับจีนนั้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้นำมาผลิตเพื่อการส่งออก ในด้านการลงทุนจีนเข้ามาลงทุนโดยมายื่นขอรับการสนับสนุนจาก boi และ eec จำนวนมาก

“ในปีที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนไปยังประเทศจีนได้เป็นจำนวนมากโดยได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลของจีน ซึ่งการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ก็หวังว่านักธุรกิจจีนจะมีโอกาสได้ชิม

ทุเรียนของไทยที่เป็นทุเรียนคุณภาพดีซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถส่งออกทุเรียนไปยังตลาดอื่นทั่วโลกได้”

นายสนั่นกล่าวว่าในปีที่ผ่านมาไทยจีนยังมีความร่วมมือในการจัดตั้งคณะทำงานที่เรียกว่า tarsforce โดยฝ่ายไทยให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยยูนนานของจีนเพื่อกำหนดแนวทางในการสร้างความร่วมมือใน 5 ด้านร่วมกัน

ส.อ.ท.อ้อนจีนลงทุน อุตสาหกรรมเป้าหมาย เชื่อมโยงนโยบาย China 2025

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการที่ ทั่วโลกเผชิญความท้าทายจากหลายๆปัจจัยโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (digital.transformation) ลูกเคยพูดถึงเรื่อง

ของโลกาภิวัตน์ หรือ Globalization แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนมาเป็น De Globalization การเกิดการเคลื่อนย้ายซัพพลายเชนของทั่วโลก

ทั้งยังมาเจอกันแพร่ระบาดของโควิดปัญหาสงครามการค้าและสงครามระหว่างรัสเซียยูเครนที่ทำให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบกับตัวสูงขึ้นจนเป็นเหตุให้เกิดเงินเฟ้อกระทั่งหลาย ๆ ประเทศต้องใช้นโยบายทางการเงินด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดดันเงินเฟ้อและก็นำมาสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและสุดท้ายทั่วโลกอย่างต้องเผชิญกับปัญหาเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีก

ขณะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย 2 เรื่องในขณะนี้คือไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยประชากรทั้งหมด 67 ล้านคนแต่ในปี 2565 มีอัตราถึงเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่าอัตราผู้เสียชีวิตซึ่งหากยังเป็นอย่างนี้ต่อเนื่อง คนไทยจะเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยที่มีจำนวนคนแก่มากขึ้นและจำนวนประชากรจะลดลงเหลือ 33 ล้านคนในปี 2085

2) ไทยติดกับดักประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลางส่งผลให้จะต้องเร่งเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ

ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมของประเทศไทยนะใน สทท.แบ่งเป็น 45 กลุ่มรวมทั้งหมด 11 คลัสเตอร์ ซึ่งยุทธศาสตร์ของ ส.อ.ท.ได้มีการแบ่งประเภทอุตสาหกรรมออกเป็น 2 กลุ่ม คืออุตสาหกรรมที่มีการพัฒนามาก่อนหน้านี้ (first industry) และอุตสาหกรรมที่เรียกว่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next Gen Industry) ซึ่งในกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อยคืออุตสาหกรรม s curve อุตสาหกรรม BCG และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ climate change

“ในการประชุมครั้งนี้เรามุ่งหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ของเราทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 5G พลังงานหมุนเวียน automation และ biotechnology โดยในส่วนของ ส.อ.ท.ได้มีการจัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยจีน (TCEII) ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทยจีน โดยเราหวังว่าในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายนโยบาย China 2025 ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไฮเทคสอดคล้องกันกับเรา จะมี partner ที่มาร่วมสร้างและพัฒนาทักษะแรงงาน อุตสาหกรรมร่วมกัน”

แบงก์กรุงเทพย้ำสัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้น

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ไทยและจีนเป็นคู่ค้าที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยจีน

เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยมายาวนานถึง 11 ปีมีมูลค่าการค้าร่วมกัน 3.9 ล้านล้านบาท และจีนยังเป็นประเทศที่มีนักธุรกิจมาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดเพิ่มขึ้นถึง 30% จากปีก่อนหน้านอกจากนี้ยังมีความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมต่างๆร่วมกัน

“ไทยมีการขับเคลื่อนนโยบาย eec เชื่อมโยงกับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกวางตุ้งฮ่องกงมาเก๊า (GBA)ซึ่งไทยก็นับว่าเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียนในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ไทยเป็นประตูที่สามารถเชื่อมโยงสู่อาเซียนหากจีนและไทยร่วมมือกันจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วอีกมาก เช่น ในด้านการขนส่ง และไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจจีนที่ต้องการจะสร้างฐานผลิตให้ขยายไปทั่วโลกโดยปัจจุบันนี้ไทยได้มีการเปิดประเทศ 100% แล้วหลังจากโควิดและยังมีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมใน sector ใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ eec”

ในส่วนของธนาคารกรุงเทพได้ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับจีนตั้งแต่สมัยคุณปู่ ชิน โสภณพนิช ได้ไปตั้งสาขาของธนาคารกรุงเทพที่ฮ่องกงในปี 1954 และเป็นธนาคารแห่งแรกที่ไปเปิดสาขาที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ในเวลาต่อมา ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ธุรกิจเราเกี่ยวข้องกับคนจีนเยอะและมีความเหมือนกันในหลายด้าน

สุดท้ายได้เน้นย้ำว่าจีนฮ่องกงมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับไทยไทยพร้อมที่จะเป็นสปริงบอร์ดเป็นเกตเวย์ให้กับจีนในการขยายการค้าการลงทุนไปสู่อาเซียน

BOI ชูจุดแข็งดึงนักลงทุนจีน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ไทยเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่ดีที่สุดของจีนในอาเซียน โดยไทยมีจุดแข็งจากการเป็นศูนย์กลางของประเทศในอาเซียนสามารถเป็นสปริงบอร์ดให้กับจีน ใครมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน eec ที่มีความสมบูรณ์ ทั้ง ท่าเรือ สนามบิน ถนนและนิคมอุตสาหกรรม 

เพียงเท่านั้นไทยยังมีความพร้อมในด้านซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ไฟฟ้าไทยมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง boi มีสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุนจากการที่เรามีการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ที่มีการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด 9 ด้าน

นอกจากนี้ไทยยังสามารถตอบโจทย์การลงทุนของอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพราะไทยมีการส่งเสริมอุตสาหกรรม BCG และมีแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เพียงพอสามารถจัดหาพลังงานหมุนเวียนรองรับนักลงทุนได้

และที่เป็นไฮไลต์อย่างยิ่งคือเรื่องของความปลอดภัย (safety) และยืดหยุ่น (resilience) โดยเฉพาะในสภาวะของโรคที่มีความขัดแย้งไทยนับได้ว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปราศจากความขัดแย้ง (conflict free zone) ลงทุนมาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยและสามารถส่งออกไปทั่วโลกได้โดย ไทยเป็นประเทศที่ไม่มีความขัดแย้งและไม่มีปัญหาในเรื่องของภัยธรรมชาติต่างๆที่รุนแรง

“99% ของนักลงทุนจีนที่มาลงทุนในประเทศไทยประสบความสำเร็จเพราะเรามีความเข้าใจนักลงทุน”

นอกจากนี้ไทยยังมีความพร้อมสำหรับใช้เป็นฐานผลิตเพื่อใช้ประโยชน์จากการทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ปัจจุบันมีถึง 14 ฉบับรวม 18 ประเทศและในอนาคตจากนโยบายของกระทรวงพาณิชย์จะมีการขยายการทำความตกลงถึง 20 ฉบับรวม 53 ประเทศ ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

สถานะการลงทุนล่าสุด

นายนฤตม์กล่าวว่า ในทศวรรษน่าจะเป็นทศวรรษที่มีการลงทุนจากนักลงทุนจีนเข้ามาในไทยเติบโตมากที่สุด โดยยังเชื่อว่าฐานการลงทุนของจีนที่นอกประเทศน่าจะเป็นประเทศไทยปัจจุบันในช่วงไตรมาส 1 มีนักลงทุนจีนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยแล้วหลายราย โดยเฉพาะนักลงทุนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเช่น ฉางอันและอีกรายที่ตัดสินใจลงทุนล่าสุด

“อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีนโยบายสนับสนุนคือนโยบาย 30@30 มีเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะมีการผลิตรถยนต์ ZEV 30% จากการผลิตรถยนต์ทั้งหมดและมีการให้สิทธิประโยชน์ทั้งในด้านของ demand และซัพพลายมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ผ่านมามียอดจองรถ EV 42,000 คันซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถ EV ของค่ายจีนทั้ง 4 ค่ายที่เข้ามาลงทุนในไทยคิดเป็น 1 ใน 4 ของยอดจองทั้งหมด”

ขณะที่นโยบายการส่งเสริมเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งไทยมุ่งส่งเสริมทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ เช่นเดียวกับนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลซึ่งปัจจุบันมี

นักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนหลายรายไม่ว่าจะเป็น huawei alibaba และ tensen โดยไทยมีมาตรการส่งเสริมไม่ใช่แค่การลงทุนซอฟต์แวร์แต่ยังรวมไปถึงสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น data center นอกจากนี้ boi ยังมีมาตรการส่งเสริมเรื่องลองเทอมเรสซิเดนซ์วีซ่า (LTV) ให้ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้นานขึ้น

สำหรับภาพรวมขอรับส่งเสริมการลงทุนจากจีน มีจำนวน 38 โครงการมูลค่าการลงทุน 25,000 ล้านบาท จากปี 2565 ที่มียอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากจีน 158 โครงการมูลค่าการลงทุน 77,381 ล้านบาท