Skip to content

“ช็อปหมู” ผุดขายทั่วภาคอีสาน รายย่อยร้องแข่งสู้ราคาไม่ไหว

28 มิ.ย. 2566 | 07:22น.
“ช็อปหมู” ผุดขายทั่วภาคอีสาน รายย่อยร้องแข่งสู้ราคาไม่ไหว

ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยภาคอีสานระส่ำหนัก ถูก “หมูกล่องเถื่อน” ตีตลาด บริษัทปศุสัตว์ใหญ่รุกคืบ เพิ่มผลิตแม่พันธุ์หมูพรวดเดียวเกือบ 400,000 แม่ ขายเนื้อผ่านช็อปตัวเองทั่วภาคอีสาน ทำฟาร์มรายเล็กขาดทุนทันทีตัวละ 2,000-3,000 บาท ต้นทุนสู้รายใหญ่ไม่ได้ วิ่งโร่พบสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดโต๊ะคุยรายใหญ่ ขอดันปริมาณหมูที่เพิ่มขึ้นส่งขายต่างประเทศ

ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก 2 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหมูเป็นลดลง ได้แก่ ปัญหาการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนที่ทำกันเป็นกระบวนการใหญ่โต กับการขยายการเลี้ยงของบริษัทปศุสัตว์รายใหญ่ของประเทศ ที่ทำตลาดครบวงจรตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงไปจนกระทั่งถึงการจำหน่ายปลีกผ่านทางช็อปของตัวเองที่กำลังเพิ่มจำนวนช็อปขายหมูออกไปทั่วประเทศ

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ตอนนี้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหา “หมูเถื่อน” ที่เข้ามาตีตลาดราคาถูก กับการขยายการเลี้ยงของบริษัทปศุสัตว์รายใหญ่ 3 รายในพื้นที่ภาคอีสาน ภายหลังการเกิดโรคระบาดสัตว์อหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF)

โดยเพิ่มปริมาณแม่พันธุ์หมูขึ้นมารวมกันเกือบ 400,000 แม่ ขณะที่ผู้เลี้ยงรายย่อยและรายกลางในภาคอีสานมีแม่พันธุ์หมูรวมกันประมาณ 100,000 แม่ หรือเท่ากับบริษัทปศุสัตว์รายใหญ่ 3 รายมีการเลี้ยงหมูเพิ่มขึ้นมากกว่ารายย่อยหลายเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนผู้เลี้ยงหมูรายย่อยในภาคอีสานขณะนี้หายไปกว่า 50%

เท่าที่ทราบทั้ง 3 บริษัทปศุสัตว์รายใหญ่จะใช้ภาคอีสานเป็น “ฐานการผลิตแม่พันธุ์หมู” เพื่อส่งป้อนไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ภาคอีสานตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ที่มีพ่อแม่พันธุ์หมูมากที่สุดในประเทศไทย ขณะที่จำนวนหมูเถื่อนที่ลักลอบเข้ามาในประเทศก็ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก มีผลทำให้ปริมาณหมูภายในประเทศเพิ่มขึ้นมาก โดยมีข้อน่าสังเกตว่า 1 ใน 3 บริษัทปศุสัตว์ยังทำการตลาดเชิงรุกด้วยการตั้งช็อปขายหมูขยายไปยังอำเภอต่าง ๆ เกือบทั้งภาคอีสาน โดยเนื้อหมูที่ขายในช็อปมีการตั้งราคาใกล้เคียงกับราคาหมูเถื่อนที่มีการลักลอบนำเข้ามา

“หากขายหมูราคาถูกกันอย่างนี้แล้วรายย่อยจะอยู่กันอย่างไร ตอนนี้ผู้เลี้ยงก็ขาดทุนกันตัวละ 2,000-3,000 บาทอยู่แล้ว ผมจะขอให้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเชิญ 3 บริษัทปศุสัตว์รายใหญ่เข้ามาหารือเพื่อขอความร่วมมือให้พยายามผลักดันหมูที่เพิ่มการเลี้ยงขึ้นมาส่วนหนึ่งให้ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อช่วยกันในเบื้องต้น รวมถึง ขอให้ลดการขยายช็อปหมูในภาคอีสานลง เพราะตอนนี้ขยายไปเกือบทุกอำเภอของทุกจังหวัดแล้ว ในภาคอีสานตอนนี้มีช็อปขายหมูพอ ๆ กับร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้คนเลี้ยงและเขียงหมูอยู่กันอย่างยากลำบากขึ้น” นายสิทธิพันธ์กล่าว

ช็อปหมูกระจายทั่วภาคอีสาน

ด้านนายเดือนเด่น ยิ้มแย้ม เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดวันวิสาข์ฟาร์ม ต.ศรีสว่าง อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งประกอบกิจการทำฟาร์มเลี้ยงสุกร โรงเชือดและเขียงครบวงจร ในฐานะรองประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในภาคอีสานประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักจาก 4 ปัจจัยหลักคือ

1) หมูเถื่อนราคาถูกเข้ามาแย่งตลาดหายไปประมาณ 75% 2) บริษัทปศุสัตว์รายใหญ่ได้ขยายการเลี้ยงหมูเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว 3) การเปิดร้านช็อปหมูลงมาเกือบทุกอำเภอ บางอำเภอมีช็อปของทั้ง 3 บริษัทมาเปิดขายหมูแข่งขันกันเองและยังแข่งกับเขียงหมูรายย่อย โดยช็อปเหล่านี้ขายหมูชำแหละในราคาใกล้เคียงกับราคาหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศ

4) ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงหมูอยู่ที่ 80-90 บาท/กก. แต่กลับขายหมูเป็นได้ 58-60 กว่าบาท/กก. ก็ยังหาคนซื้อยากและมีแนวโน้มราคาหมูเป็นจะปรับลดลงอีก ส่วนราคาเขียงหรือร้านขายปลีกหมูชำแหละตามสูตรปกติคูณ 2 เนื้อแดงประมาณ 150-160 บาท/กก. แต่ตอนนี้ขายสู้หมูเถื่อนและหมูช็อปที่ขายกันประมาณ 110 บาท/กก.ไม่ได้

“ที่ฟาร์มผมมีหมูแม่พันธุ์ 300 แม่ หมูขุน 2,000 ตัว เข้าโรงเชือดส่งหมูขายให้กับเขียงในพื้นที่ อ.โพนทราย กับ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งปกติผมเชือดเองและขายส่งในพื้นที่ก็อยู่ได้ แต่ตอนนี้หลายเขียงลดการซื้อลงหรือหยุดซื้อหมูชำแหละไปเลย โดยเขียงบางรายซื้อหมูกล่องลักลอบนำเข้ามาในราคาถูกเพียง 80 บาท/กก.มาขาย โดยหมูกล่องเถื่อนเหล่านี้มีการสวมใบเคลื่อนย้ายหมูถูกต้องด้วย เราไม่สามารถกดราคาหมูขายถูกเท่ากับหมูเถื่อนและหมูช็อปได้ ซึ่งผมก็เข้าใจเศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของทุกอย่างแพง ชาวบ้านต้องประหยัดซื้อหมูที่ราคาถูกกว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปอีก 3-4 เดือน คนเลี้ยงหมูคงอยู่กันไม่ได้” นายเดือนเด่นกล่าว

ดังนั้นจึงอยากขอให้รัฐบาลช่วยในเรื่องของ 1) กรมปศุสัตว์ต้องควบคุมจำนวนพ่อแม่พันธุ์หมู หากขยายการเลี้ยงเพื่อการส่งออกสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่เพิ่มปริมาณการเลี้ยงหมูแล้วมาขายตลาดภายในประเทศในปริมาณมากจนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยไม่มีที่จะยืน กับ 2) ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาตรวจสอบควบคุมราคาขายหมูชำแหละในร้านช็อปหมู

ก่อนหน้านี้ นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี กล่าวถึงราคาหมูชำแหละตอนนี้ขึ้นกับจำนวนหมูเถื่อนที่ลักลอบเข้ามา หากมีหมูเถื่อนเข้ามามากราคาก็จะถูกกดไว้ ประกอบกับปริมาณหมูในระบบของคนเลี้ยง ตอนนี้มีหมูแม่พันธุ์ยื่นอุ้มท้องเกินกว่า 1 ล้านตัว ซึ่งจะคลอดช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2566 จะทำให้ปริมาณหมูภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาหมู หมูเถื่อน