Skip to content

ดอลลาร์อ่อนค่า เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้เพียง 3 ครั้ง

22 มี.ค. 2561 | 19:19น.
ดอลลาร์อ่อนค่า เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้เพียง 3 ครั้ง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (21/3) ที่ระดับ 31.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เกี่ยวกับการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ แต่ทางเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และ 2 ครั้งในปี 2563 ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% เฟดยังระบุเพิ่มเติมว่าแนวโน้มเศรษฐกิจได้แข็งแกร่งขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และจะมีเสถียรภาพใกล้กับเป้าหมายของเฟด ในขณะเดียวกันเฟดได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 2.7% จากเดิมที่ 2.5% และได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้า สู่ระดับ 2.9% จากเดิมที่ระดับ 2.7% ส่วนการขยายตัวในปี 2563 คาดว่าจะชะลอตัวสู่ 2% ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 1.8% และคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ระดับ 1.9% ในปีนี้ ส่วนในปีหน้าคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานจะปรับตัวขึ้นสู่ 2.1% จากเดิมที่ระดับ 2.0% และตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ที่ 2.0% ส่วนในปี 2563 คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป และเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 2.1% จากเดิมที่ 2.0% นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวถึงนโยบายการค้าของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับภาคธุรกิจ โดยกล่าวว่ากรรมการเฟดหลายคนในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้หยิบยกประเด็นภาษีศุลกากรขาเข้าขึ้นมาพูดคุยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งสรุปได้ว่า แม้การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่กรรมการเฟดหลายคนเปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับบรรดาผู้นำในภาคธุรกิจทั่วประเทศ พบว่านโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐได้กลายมาเป็นปัจจัยที่สร้างความวิตกกังวลต่อภาคธุรกิจ

ส่วนข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐ ทางสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าภาวะขาดแคลนบ้านยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด ทั้งนี้ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวสูงขึ้น 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.54 ล้านยูนิต จากระดับ 5.38 ล้านยูนิตในเดือนมกราคม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.15-31.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.24/31.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (22/3) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2366/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (21/3) ที่ระดับ 1.2279/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายเงินดอลลาร์จากการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพียง 3 ครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2341-1.2388 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2343/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (22/3) เปิดตลาดที่ระดับ 105.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (21/3) ที่ระดับ 106.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังนักลงทุนผิดหวังจากการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 105.54-105.96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 105.57/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (22/3) อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์ (23/3) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ (23/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.25/-2.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.50/-7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ