ชลน่าน เผยก้าวไกลไม่ขอร่วมรัฐบาลกับพรรค 2 ลุง รับสถานการณ์ตอนนี้บีบเพื่อไทยให้ทิ้งพรรคก้าวไกล
วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงการหารือกับพรรคก้าวไกล ในการจัดตั้งรัฐบาล ว่าการหารือกับพรรคก้าวไกลเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เป็นการหารือครั้งแรกภายหลังรัฐสภามีมติกรณีโหวตนายกรัฐมนตรี จึงมีการหารือแนวทางการทำงานร่วมกันจะเป็นอย่างไรต่อไป
พรรคก้าวไกลจะมีท่าทีตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลประกาศไว้หรือไม่ ถือว่าสิ้นสุดหรือยัง พรรคก้าวไกลรับว่า ขั้นตอนนี้ต้องไปประชุมพรรค ประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อนจึงจะตอบพรรคเพื่อไทยได้
พรรคก้าวไกลได้ถามพรรคเพื่อไทยเช่นกันว่า จะมีแนวทางอย่างไรเพื่อประกอบการพิจารณา เช่น จะหาพรรคร่วมเพิ่มหรือไม่ หา ส.ว.ได้เท่าไหร่ พรรคเพื่อไทยบอกว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลถามเป็นเรื่องยากที่จะตอบ เพราะรอพรรคก้าวไกลประกาศชัดเจนก่อนว่าให้พรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาล โดยนัดหมายหารือต่อในวันนี้ 10.00 น.
ผู้ดำเนินรายการถามว่า พรรคเพื่อไทยมองเรื่องการเติมเสียงให้ครบ 376 เสียงอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้าพรรคก้าวไกลไปพิจารณา เขาบอกว่าอยู่บนพื้นฐานถ้าเขาไปไม่ได้จริง ๆ เขาก็ยินดีให้พรรคอันดับสองจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเราจะเติมเสียงอย่างไร เอาเสียงจากไหน เราได้เล่าให้พรรคก้าวไกลฟังพอสมควร เช่น สมมติฐานเดิม 8 พรรค 312 เสียง เราต้องหา ส.ว.มาบวกตามที่ขาด เรารับปากว่าพยายามจะทำตรงนี้
ส่วนที่ ส.ว.บอกว่าถ้ามีพรรคก้าวไกลจะไม่โหวตให้พรรคเพื่อไทย เราก็ต้องการพิสูจน์เหมือนกันว่าจริงหรือไม่ มีกี่คน เราบอกกับพรรคก้าวไกลว่าเราจะหาตัวเลขและไปบอกกับพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลถ้ามีมากกว่า 8 พรรคนั้น พรรคก้าวไกลเห็นอย่างไร เขาก็เสนอมาพอสมควรว่าจะเป็นพรรคไหน โดยเป็นทางเลือกว่า พรรคนั้น พรรคนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองไหนที่พรรคก้าวไกลบอกว่าร่วมกันไม่ได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “แน่นอนอยู่แล้ว เขาประกาศไปแล้วนี่ครับ”
เมื่อถามย้ำว่า พรรค 2 ลุง (พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ) นพ.ชลน่าน ตอบว่า “อันนั้นเขาประกาศในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว และจุดยืนเขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า แล้วพรรคไหนที่พรรคเพื่อไทยไม่เอา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยยังตอบไม่ได้ว่าเอาไม่เอาอย่างไร เพราะเรายังมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสิน โดยคำนึงถึง 8 พรรคร่วมเป็นหลัก สถานการณ์ 8 พรรคร่วมจะต้องตัดสินอย่างไร ถ้าจะต้องมาเพิ่ม หรือไม่มี 8 พรรคร่วมจะทำอย่างไร มันเป็นวิธีคิด
เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บอกว่า ถ้าจะมีพรรคพลังประชารัฐร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะต้องไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร่วมคณะรัฐมนตรี นพ.ชลน่านกล่าวว่า น่าจะเป็นความเห็นที่คุณเศรษฐาตอบคำถามสื่อ แต่เรื่องนี้เรายังไม่คุยกันในระดับผู้บริหารพรรค
เมื่อถามว่า ส.ว.และพรรคอื่น ๆ จะไม่ร่วมกับพรรคก้าวไกล เนื่องจากประเด็นมาตรา 112 เป็นการบีบให้พรรคเพื่อไทยต้องสลัดพรรคก้าวไกลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า สรุปข้อเท็จจริงขณะนี้ได้ตรง เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เราอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกบีบ ว่าจะมีรัฐบาลให้ได้ 375 และมีรัฐบาลได้ เขาวางกฎเกณฑ์ค่อนข้างมีปัญหากับพรรคเพื่อไทยมาก เรายอมรับ ต้องบริหารจัดการด้วยความรอบคอบ ถี่ถ้วน คำนึงถึงประโยชน์โดยรวม ประเทศชาติ และประชาชนโดยรวม
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีทางเลือก ต้องสลัดพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านตอบว่า ยังไม่ถูก วิธีแก้ที่ดีที่สุดและพึงปรารถนาที่สุดคือมีพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเป็นตัวยืนในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมาดูว่ามีทางเลือก ทางออกอย่างไรพอที่จะเป็นที่ยอมรับได้ แน่นอนไม่มีโอกาสตอบสนองความต้องการ ความพึงพอใจของทุกคนได้ มันค่อนข้างยาก แต่การตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน