เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

กนง. ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ตลาดจับตาเลือกนายกฯศุกร์นี้

02 ส.ค. 2566 | 18:10น.
กนง ขึ้นดอกเบี้ย

กนง.ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.25% จาก 2.00% เป็น 2.25% ต่อปี มีผลทันที ขณะที่ตลาดจับตาโหวตเลือกนายกฯศุกร์ที่ 4 สิงหาคมนี้

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 2 สิงหาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/8) ที่ระดับ 34.31/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/7) ที่ระดับ 34.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก

หลังคืนวันจันทร์ (31/7) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ได้ทำการเปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.5% ในไตรมาส 3/2566 ขณะที่ตัวเลขประมาณการครั้งแรกสำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 2.4%

ทางด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยในคืนวานนี้ (1/8) ว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 46.4 ในเดือนกรกฎาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46.8 แต่สูงขึ้นจากระดับ 46.0 ในเดือนมิถุนายน ดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9

นอกจากนี้สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ประจำเดือนมิถุนายน พบว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปทานในตลาดแรงงาน ลดลง 34,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 9.582 ล้านตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9,610 ล้านตำแหน่ง และต่ำกว่าระดับ 9,616 ล้านตำแหน่งที่มีการปรับค่าแล้วในเดือนพฤษภาคม

ตัวเลขดังกล่าวเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปีนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2564 และทางเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.0 ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 46.3 ในเดือนมิถุนายน เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด อย่างไรก็ดีดัชนี PMI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะหดตัว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้มีการเปิดเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างพุ่งขึ้น 3.5% ในเดือนมิถุนายน

มติกนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (31/7) ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายนปี 2566 อยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวไทยต่างชาติ รวมทั้งมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมทรงตัว สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากหมวดอาหารสด ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัว -5.9% และหากไม่รวมทองคำ จะหดตัว -4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับเดือนพฤษภาคม มูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% โดยเฉพาะสินค้าเกษตรตามการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังประเทศสหรัฐ และยุโรป

ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าในเดือนมิถุนายน หากไม่รวมทองคำ ลดลงจากเดือนพฤษภาคม ตามการนำเข้าสินค้าทุน หลังมีการเร่งนำเข้าเครื่องบินและคอมพิวเตอร์, วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง จากการนำเข้าเหล็กที่ลดลง และสินค้าอุปโภคบริโภค

อย่างไรก็ดี การนำเข้าเชื้อเพลิงปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และในช่วงบ่ายวันนี้ (2/8) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.00% เป็น 2.25% ต่อปี ตามที่ตลาดคาดการณ์

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.25-34.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.26/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/8) ที่ระดับ 1.0996/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/7) ที่ระดับ 1.1034/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (31/7) ได้มีการเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน ไตรมาส 2 (ประมาณการเบื้องต้น) กลับมาเติบโตอีกครั้ง

โดยไตรมาสที่ 2 ของยูโรโซนขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว และมากกว่าระดับ 0.2% จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อเทียบรายปี GDP ไตรมาส 2 ของยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 0.6% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.5%

ก่อนหน้านี้ GDP ของยูโรโซนในไตรมาสแรกปี 2566 อยู่ระดับ 0% เมื่อเทียบรายไตรมาสและหดตัว-0.1% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 ทั้งนี้ในประเทศกลุ่มยูโรโซนพบว่าฝรั่งเศสและสเปนเติบโตในอัตราที่ต่อเนื่อง ในขณะที่อิตาลีนั้นประสบภาวะหดตัว อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมตามประมาณการ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกับเดือนมิถุนายน

และข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) ของสหภาพยุโรปที่เปิดเผยในวันจันทร์ (31/7) ระบุว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากระดับ 5.5% ของเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ยังคงอยู่ที่ระดับ 5.5% เมื่อเทียบรายปี

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0981-1.1002 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0983/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/8) ที่ระดับ 143.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (31/7) ที่ระดับ 143.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจเมื่อวันศุกร์ว่าจะปรับนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของอัตราเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.39-143.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ (3/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคบริการของสหรัฐ จากสถาบัน ISM (3/08), อัตราว่างงานของสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน (4/8), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือน มิ.ย. (4/8) และการเลือกนายกฯของไทย (4/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.25/-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.95/-9.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ