Skip to content

LIMEC 3 ประเทศดันระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมตลาดจีน-อินเดีย สร้างมูลค่าการค้า-ลงทุน

18 ส.ค. 2566 | 12:46น.
LIMEC 3 ประเทศดันระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมตลาดจีน-อินเดีย สร้างมูลค่าการค้า-ลงทุน

LIMEC แห่งประเทศไทย จัดประชุมนานาชาติ (Grand Meeting) ผลักดันระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย ( Luangprabang-Indochina-Mawlamyine-Economic-Corridor หรือ LIMEC หนุนขยายเชื่อมตลาดจีนและอินเดีย พร้อมจัดการท่องเที่ยวปั่นจักรยานระหว่างประเทศเพื่อมรดกโลกสุโขทัย-หลวงพระบาง เร็ว ๆ นี้

วันที่ 17 สิงหาคม 2566 เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายวาทิต ปัญญาคม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ (Grand Meeting) แนวระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย (Luangprabang-Indochina-Mawlamyine-Economic-Corridor หรือ LIMEC ซึ่งเป็นแนวเส้นทางที่เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างของไทย ได้แก่ จังหวัดตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ กับแขวงหลวงพระบาง แขวงไซยะบูลี ของ สปป.ลาว และรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ ของเมียนมา ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสัมมนา

วัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าทางการค้าการลงทุน สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า โดยเฉพาะความร่วมมือตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC และประเทศเพื่อนบ้านทางคู่ขนานเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดและการเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนความร่วมมือตาม MOU ให้เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม ให้เกิดมูลค่าทางการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว

นายวิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ ประธาน LIMEC ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในที่ประชุมจะได้มีการหารือถึงการขยายกลุ่มสมาชิก ให้กลายเป็น “ไลแมค ซีเลค” โดยเชิญชวนประเทศในโซนอาเซียน อาทิ จีน อิน เดีย เข้าร่วมด้วย และยังมีการพูดคุยเรื่องของการจัดการท่องเที่ยวปั่นจักรยานระหว่างประเทศเพื่อมรดกโลก สุโขทัย-หลวงพระบาง ทั้งนี้ ยังได้พูดคุยเรื่องของ 4 ประเด็น คือ 1.การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจการค้าขาย โดยให้มีการขยายพรมแดนทางการค้าออกไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมายใหม่ ได้แก่ จีน อินเดีย และตลาดอาเซียน

2.การอำนวยความสะดวกเรื่องการผ่านแดน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนที่เพิ่มมากขึ้น โดยประเทศไทยได้เสนอขยายเพิ่มมาถึงจังหวัดสุโขทัยเพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงบนระเบียงเศรษฐกิจ เป็นการข้ามแดน โดยใช้ไอดีการ์ดของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตหรือวีซ่า

3.การเชื่อมโยงเรื่องของขนส่งมวลชนจากฝั่งของภูดู่นะ ซึ่งเป็นด้านหลักของระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้จะมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ ในการที่จะทำเส้นทางเดินรถประจำทางจากหลวงพระบางมาถึงอุตรดิตถ์ โดยภาคเอกชนจะทำ MOU ร่วมกันเพื่อให้เกิดการขนส่งทั้งรถโดยสาร ขนาดเล็ก 4.การจัดกิจกรรมจักรยาน 1,500 กิโลเมตร เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ ไทยกับลาว

นายวิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ ประธาน LIMEC ประเทศไทย กล่าวต่อว่า ตามที่รัฐบาลมีวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความแข็งแรงจากการค้าการลงทุน โดยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 จึงกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนา การค้าการลงทุนทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศให้เป็นระบบ โดยการจัดประชุมนานาชาติ (Grand Meeting) ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย

และส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก กับภาครัฐและเอกชนประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา รวมทั้งประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาค GSM BIMSTEC และ AEC เพื่อเป็นการขยายช่องทางการค้า สร้างมูลค่าทางการค้า การลงทุนสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า

โดยเฉพาะความร่วมมือตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ตลอดจนขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม เกิดมูลค่าทางการค้าการลงทุน รวมไปถึงการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว การขนส่ง การสาธารณสุข และการศึกษา