Skip to content

สุรชาติ โยน 10 โจทย์ความมั่นคง การเมือง-เศรษฐกิจ รัฐบาลเพื่อไทย

26 ส.ค. 2566 | 14:12น.
สุรชาติ โยน 10 โจทย์ความมั่นคง การเมือง-เศรษฐกิจ รัฐบาลเพื่อไทย

เศรษฐา ทวีสิน ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 แบกความหวังคนไทย 60 กว่าล้านคน ที่จะเข้ามาคลี่คลายวิกฤตทั้งการเมือง-เศรษฐกิจปากท้อง โดยเฉพาะรัฐบาลเพื่อไทย ที่สร้างคำจำกัดความขึ้นมาใหม่ว่า เป็นรัฐบาลสลายความขัดแย้ง

ทว่า รัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การนำของ เศรษฐา ตั้งขึ้นมาบนความผันผวนการเมืองไทย การเมืองโลก “ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข” นักรัฐศาสตร์ด้านความมั่นคง จึงวิเคราะห์โจทย์ใหญ่-โจทย์ใหม่ 10 ความท้าทาย และ 10 แนวโน้ม การเมืองไทย ผ่านเวทีสัมมนา Talks for Thailand รัฐ ลวง ลึก ที่จัดขึ้นโดยเครือมติชน

10 ความท้าทายรัฐบาลใหม่

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวอีกว่า คู่ขัดแย้งใหม่ ผลประโยชน์ใหม่ พันธมิตรใหม่ ปัญหาใหม่ ตัวแสดงใหม่ และปัญหาการเมืองระหว่างประเทศใหม่ เริ่มจากชุดที่เราเห็น ในสภาวะอย่างนี้หนีไม่พ้นว่า แล้วอะไรคือความท้าทายในมิติความมั่นคง แต่ละยุคอาจจะดูยาว แทบจะเป็นหนังสือเล่มโต ๆ แต่พอเราดูความท้าทายในภาพรวม ในยุคใหม่ที่เราอยู่

1.รัฐไทยกำลังเผชิญกับสงครามเย็นครั้งใหม่ คำถามคืออะไรคือผลกระทบของสงครามเย็น หรือการแข่งขันระหว่างประเทศที่กำลังเกิดกับรัฐไทยในปัจจุบัน โจทย์ปัจจุบันย้อนยุคอยู่พอสมควร ยังเป็นสงครามเย็น ชุดที่ใหม่ที่สุด คำถามคือ ผลกระทบด้านความมั่นคงต่อรัฐไทย

2.ในผลกระทบ บทบาทของรัฐไทยในเวทีสากล จะกำหนดอย่างไร วันนี้รัฐบาลใหม่ สำหรับผมตั้ง 2 คำถามคือ 1.ถ้าวันนี้ยูเอ็นโหวตยูเครน รัฐไทยจะดำเนินนโยบาย แบบยุคนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ คือไทยงดออกเสียง หรือจะปรับทิศทางใหม่ 2.ปัญหาเมียนมา เราจะเอาอย่างไร จะบอกว่าเวลาเครื่องบินเมียนมาล้ำแดน เราจะบอกไหมว่าเหมือนรถไอติมผ่านสนามหน้าบ้านเรา

3.โจทย์ที่กังวลมานาน คือเศรษฐกิจกำลังร่วง และเศรษฐกิจร่วงหนัก ใครที่ยังคาดหวังนักท่องเที่ยวจีน เตรียมเลิกคิด แต่ปัญหาที่กลัวในมิติคนทำงานความมั่นคง ตกลงสี จิ้นผิง จะบุกไต้หวันหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น โจทย์ใหญ่ของเอเชียรวมถึงไทย เลือกข้างไหมไม่รู้ แต่เราจะถูกบังคับให้เลือกข้าง เหมือนยุคจอมพล ป. และสงครามโลกครั้งที่ 2

และวิกฤตเศรษฐกิจ ปีนี้หนัก ตนพูดเสมอว่าปีปัจจุบันหนักกว่า 2022 แต่คนไทยหวังว่า โควิดจบ ปี 2022 แล้ว 2023 เราหวนกลับมาสู่ภาวะปกติ คำตอบคือไม่จริงเลย ยูเครน ปัญหาราคาน้ำมัน คือตัวอย่าง ดังนั้น วิกฤตเศรษฐกิจโลก กับวิกฤตเศรษฐกิจไทยเป็นโจทย์ด้านความมั่นคงอีกชุดหนึ่ง

4.ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมี 4 ประเด็น 1.เราต้องยอมรับว่า สงครามก่อความสงบในภาคใต้ ยังไม่จบ แล้วต้องการกระบวนการแก้ปัญหาจริงจังมากขึ้น 2.ปัญหาการบริหารพื้นที่และการกระจายอำนาจ 3.ปัญหาการสูญเสียชีวิต ทั้ง 2 ฝั่ง พี่น้องชาวมุสลิม และพี่น้องชาวพุทธ 4.ปัญหาความเชื่อมั่นต่อรัฐ

5.ปัญหาสถานะของกองทัพในสังคมไทย จะจัดความสัมพันธ์ของพลเรือน-ทหารอย่างไร กองทัพจะมีบทบาท ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือของกองทัพ และการปฏิรูปกองทัพ

6.ปัญหาความแตกแยกและเห็นต่าง อยู่กับ 3 ประเด็นคือ สงครามความคิด สงครามความเชื่อ และสงครามความศรัทธา ผนวกกับการต่อสู้ทางการเมือง เป็นโจทย์ที่อยู่กับยุคสมัย

7.ผลกระทบของ climate change ที่วันนี้ในรายงานของ UN ตั้งแต่ปี 2022 ใช้คำว่า climate security ยกระดับเป็นปัญหาใหญ่ warning ไม่ใช่ warming น่ากลัวกว่าโควิดคือ PM 2.5 อยู่ กับเราเกินกว่า 6 เดือน เริ่มมีคนป่วยมะเร็งโดยไม่สูบบุหรี่ มาจากฝุ่น PM 2.5 หรือไม่ เป็นโจทย์ความมั่นคงอีกชุด

8.ปัญหาการฟื้นฟูสังคมหลังโควิด หลัง 5 พฤษภาคม ปีนี้ WHO ประกาศโควิดหมดสถานะของการเป็นโรคระบาด จบ post COVID world หรือโลกหลังโควิดมาแล้ว จะฟื้นความมั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทยจะอย่างไร

9.ปัญหาการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของไทย สิ่งที่เราเห็น เราอาจจะหงุดหงิด แต่ตนมองในมุมทฤษฎีรัฐศาสตร์ ผมว่าเราเห็นเราการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยที่มีปัญหาเท่านั้น

10.ไทยจะสร้างศักยภาพ ทั้งรัฐ และสังคม และการรับ ในการเตรียมรับ global disruption ได้อีกไหม ซึ่งในยุคเรามี 2 เรื่องใหญ่คือ โควิด และสงครามยูเครน คำถามคือ ถ้าไต้หวันเกิดเป็น disruption ใหญ่ หรือแม้กระทั่งไม่เกิด ถ้าเศรษฐกิจจีนวันนี้ ฟองสบู่จีนแตก หรืออยู่ในภาวะถดถอย เศรษฐกิจเอเชียทั้งหมดรวมทั้งไทย ต้องคิดใหม่

ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

10 แนวโน้มรัฐไทย

ศ.ดร.สุรชาติกล่าว ถึงแนวโน้มรัฐไทยในวันข้างหน้า 1.เรากำลังเห็นเงื่อนไขความขัดแย้งชุดใหม่ ความขัดแย้งชุดเดิมลดความเข้มข้นลงแล้ว 2.การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ที่เริ่มเห็นบทบาทการเลือกตั้ง ผลอาจไม่ถูกใจเรา แต่ปัญหาใหญ่คือ การเปลี่ยนผ่านทั้งโลก จบลงที่การประนีประนอม ถูกใจไม่ถูกใจไม่รู้ แต่เป็นเงื่อนไขทั่วโลกที่เราเห็น

3.การเปลี่ยนผ่านนี้มีความเปราะบาง นี่คือปัญหา การเปลี่ยนผ่านทั่วโลกมีความเปราะบางหมด ในอียิปต์หลังจากอาหรับสปริงส์ อยู่ได้แค่ 2 ปี แล้วจบลงด้วยการรัฐประหาร

4.เรากำลังจะเห็นการเมืองแบบเปิด สมมุติถ้าเราเดินต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่มีการรัฐประหาร การเมืองไทยจะเป็นอย่างโลกตะวันตก ผมว่าการเมืองไทย เหมือนอิตาลี ล้มลุกคลุกคลาน

5.ถ้ากลุ่มปีกขวา ตัดสินใจยกเลิกจินตนาการ และยอมทิ้งวาทกรรมและชุดความคิดเรื่องรัฐประหาร เราจะเกิดนักการเมืองปีกขวา ถ้าเกิดอย่างนั้นได้ เราจะจัดพื้นที่การเมืองของความเป็นประชาธิปไตยกันใหม่ ไม่ใช่การถกเถียงว่าประชาธิปไตยหรือไม่ประชาธิปไตย แต่จะเหมือนยุโรป การเมืองไทยจะมี 4 โซน ปีกโซนหนึ่งคือ ปีกก้าวหน้า อาจจะซ้ายสุด กับซ้ายกลาง, ปีกอนุรักษ์ ขวาสุด และขวากลาง

“ผมไม่เคยคิดว่าประชาธิปไตยต้องปฏิเสธการดำรงอยู่ของพรรคอนุรักษนิยม แต่การดำรงอยู่ของพรรคอนุรักษนิยม ต้องไม่เป็นเงื่อนไขของการทำรัฐประหาร”

7.บทบาทของกลุ่มจารีต ต้องควบคุม ทุกสังคมเผชิญไม่ต่างกัน ซึ่งมีโอกาสสะวิงเป็น ประชานิยม

8.กลุ่มจารีตมีโอกาสสะวิง กลายเป็น populist ประชานิยม เหมือนโดนัลด์ ทรัมป์ กลุ่มประชานิยมปีกขวา มีโอกาสสวิงจากทิศทางการเมืองแบบจารีต หรือแบบเวเนซุเอลา ทำอย่างไรที่เราจะคอนโทรลปีกจารีต หรือแม้แต่อาจจะถอยไปสู่ประวัติศาสตร์ฮิตเลอร์ ที่คือต้นแบบของ populist ปีกขวา

9.ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น พรรคที่ชนะเลือกตั้งอาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่การตั้งรัฐบาลปรากฏในรูปแบบรัฐบาลผสม นี่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย การเมืองในแคนาดา เป็นการเมืองรัฐบาลผสม พูดง่าย ๆ วันนี้การเมืองโลกในหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่การเมืองของพรรคที่ชนะขาด มองแนวโน้มระยะยาว ไม่รู้ว่าการเมืองในรอบหน้าเป็นอย่างไร อาจจะอยู่ในการเมืองโลก

10.ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก จะมีมากขึ้นในอนาคต

คนตกงานยังเป็นปัญหาใหญ่

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ตนคิดว่าการเป็นรัฐบาลไม่มีสิ่งที่เรียกว่า อะไรก่อน เพียงแต่มีปัญหาใหญ่ ๆ มากองหน้าประตูทำเนียบ ปัญหาต่างประเทศ เราอาจจะรู้สึกว่าไกลตัว แต่ตนว่าไม่ ไทยจะมีบทบาทอย่างไร

“ปัญหาใหญ่เฉพาะหน้าวันนี้คือเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดูดีต้นปี แต่หลังกลางปีไปต้องระวัง วันนี้ราคาน้ำมันก็เริ่มผันผวนแต่ข้อดีคือ ฤดูหนาวที่แล้วในยุโรปไม่หนาวจัด รัสเซียมีความคาดหวังกองทัพที่ใหญ่ที่สุด คือ ‘นายพลในฤดูหนาว’ general winter ที่เคยปราบฮิตเลอร์ นโปเลียน แต่ปรากฏทำงานไม่ได้ เพราะยุโรปอุ่น ราคาพลังงานถึงไม่สูง แต่กลางปีนี้จะเริ่มเห็น ผลพวงโควิด ผมว่าไม่ฟื้น”

“นอกจากนี้โจทย์ใหญ่ คือความมั่นคงของมนุษย์ คนตกงาน ตกลงคนตกงานหลังโควิด มีตัวเลขไหม เขาบอกให้ดูตัวเลขคนขอประกันสังคม แต่ไม่ใช่ตัวเลขคนตกงานจริง ๆ ช่วงโควิด ผมหยุดสอนหนังสือ ต้นเดือนมีนาคม 2020 ถามว่าพี่น้องเรากระทบเท่าไหร่”

“โจทย์คือเสถียรภาพทางการเมือง ของ 2 ระดับ คือรัฐไทยและรัฐบาลไทย ความไร้เสถียรภาพของรัฐไทย จะทำซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้ ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้เกิดจากปลากุเลา แต่เกิดบนเงื่อนไข ประเทศมีเสถียรภาพ แล้วชักชวนให้คนสนใจเรา เหมือนเกาหลี อินโดนีเซีย เวียดนาม”

หวังทหารคิดได้ ไม่ปฏิวัติ

จากนี้ไป 20 ปีข้างหน้า ไทยจะเจอรัฐประหารโดยทหารอีกหรือเปล่า ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ตนสอนหนังสือในโรงเรียนทหารมานาน ก็ยังมีความหวัง เพราะฝ่ายขวายกเลิกแนวคิดรัฐประหารและเล่นการเมืองในระบบ ทิ้งชุดความคิดเรื่องรถถัง

“ผมเชื่อว่าทหารรุ่นใหม่หลายส่วนไม่อยากอยู่การเมือง เพราะเป็นภาระ เพราะเขาอยู่ในสังคมออนไลน์เหมือนเรา ในอดีต ยุคโบราณเวลาเขาตั้งค่ายทหาร ตั้งแบบยุโรป ไม่ตั้งอยู่ในเมืองเพราะเขาเห็นว่าเป็นเชื้อโรค ภัยคุกคามรุนแรง ไม่ใหญ่ จนไปล้มระบบการเมือง เปิดการจัดความสัมพันธ์การเมืองทหาร”