แบงก์ดันลูกค้าใช้เงินสกุลท้องถิ่นทำการค้า เดินหน้าตามนโยบาย ธปท. “FX ecosystem” ลดปม “เงินบาทผันผวน” ตามดอลลาร์ รวมถึงลดต้นทุนบริหารความเสี่ยงค่าเงิน “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เปิดข้อมูลธุรกรรม “ริงกิต-รูเปียห์-เงินบาท” ใช้ชำระแทนดอลลาร์เพิ่มขึ้น
นายภิสัก อึ้งถาวร ผู้บริหารฝ่ายวิจัยตลาดเงินและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารได้รับแต่งตั้งจากธนาคารกลางมาเลเซีย อินโดนีเซีย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ให้บริการการค้าระหว่างประเทศ (ACCD) สกุลเงินริงกิต และรูเปียห์ เพื่อช่วยลดความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนและลดต้นทุนในการทำธุรกรรมในลูกค้าธุรกิจ
และเพื่อสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (local currency) ธนาคารได้โปรโมตให้ผู้นำเข้าและส่งออกชำระด้วยสกุลเงินท้องถิ่น รวมถึงแนะนำผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมระหว่าง 3 ประเทศ เปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม

ขณะที่ในส่วนของลูกค้ารายย่อย ได้เข้าร่วมธุรกรรม QR cross border ระหว่างไทย-มาเลเซีย และไทย-อินโดนีเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางทั้ง 3 ประเทศ โดยเป้าหมายการเพิ่มธุรกรรมสกุลเงินท้องถิ่น ธนาคารพยายามชวนให้ลูกค้าทำธุรกรรมเป็นสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้นที่สุด
“ปัจจุบันลูกค้าเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป สารเคมี แต่หากดูปริมาณและมูลค่าของธุรกรรมที่เปลี่ยนจาก major currency มาใช้ local currency ยังไม่ได้เพิ่มสูง อย่างไรก็ดี ธนาคารเห็นลูกค้าบางส่วน เช่น กลุ่มค่าขนส่งจากสกุลหลักเป็นสกุลท้องถิ่นมากขึ้น”
นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณผู้ประกอบการซื้อขายหลากหลายสกุลเงินมากขึ้น จากเดิมกว่า 90% จะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ซึ่งธนาคารพยายามส่งเสริมลูกค้าหันมาซื้อขายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น
นายนรวิชญ์ เวทไว ผู้บริหารงานขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเพิ่มธุรกรรมซื้อขายในเงินสกุลท้องถิ่นเป็นเป้าหมายที่ธนาคารให้ความสำคัญต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบาย ธปท.
โดยปัจจุบันธนาคารให้บริการการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบเงินสกุลท้องถิ่นในหลายด้าน เช่น บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ (trade service) บริการซื้อขายเงิน บริการสินเชื่อเพื่อการค้า (trade finance) ครอบคลุมเงินสกุลท้องถิ่นหลายสกุล และการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบสาขา สาขาย่อย และสำนักงานตัวแทน

ทั้งนี้ เป้าหมายในการเติบโตของการใช้สกุลเงินท้องถิ่น ธนาคารจะคำนึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ส่งผลต่อการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมการลงทุนระหว่างประเทศ
“เมื่อเทียบการใช้เงินสกุลท้องถิ่นปี 2566 กับปี 2563 พบว่า เงินสกุลท้องถิ่นที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 3 อันดับ คือ เงินหยวน-จีน เงินด่อง-เวียดนาม และเงินรูเปียห์-อินโดนีเซีย ซึ่งการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระ จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากค่าเงินบาทและเงินภูมิภาค มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน”
ล่าสุด ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) เปิดบริการการจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสกุลหยวน “Yuan Pro Rata Forward” โดยผู้ส่งออกและผู้นำเข้าที่มีรายรับและค่าใช้จ่ายในอนาคตเป็นสกุลหยวน สามารถล็อกไว้ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำสัญญาไว้
ซึ่งธนาคารตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และการจัดการความเสี่ยงด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (local currency) โดยจะมีสกุลเงินที่ขยายบริการเพิ่มขึ้นอีก 4 สกุล ในปีนี้ ได้แก่ เกาหลีวอน (KRW) อินโดนีเซียรูเปียห์ (IDR) เวียดนามด่อง (VND) และฟิลิปปินส์เปโซ (PHP)
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการมีมากขึ้น ประกอบกับ ธปท. พยายามส่งเสริมผ่าน FX ecosystem เนื่องจากในระยะหลังสกุลเงินดอลลาร์มีความผันผวนและค่อนข้างสะวิง เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงสถาบันการเงินก็ให้บริการชำระสินค้าและบริการที่ไม่ใช้สกุลหลักมากขึ้น
ทั้งนี้ หากดูโครงสร้างปริมาณธุรกรรมการส่งออกของไทยไปในอาเซียน พบว่า มีการชำระด้วยสกุลเงินดอลลาร์ในไตรมาส 1/66 สัดส่วน 70.5% ลดลงจากปี 2558 ที่เริ่มมีการส่งเสริมใช้สกุลท้องถิ่นมากขึ้น โดยอยู่ที่ 73.4% และเงินบาทจาก 21.7% เพิ่มเป็น 26.4% และส่งออกไปในมาเลเซียปี 2558 ชำระด้วยดอลลาร์ 81% ปัจจุบันเหลือ 73.4% เงินบาทจาก 13.7% เป็น 22.5% และริงกิตจาก 2% เป็น 2.6% และอินโดนีเซียเดิมชำระด้วยดอลลาร์ 79.7% ปัจจุบันลดลงเหลือ 78.9% เงินบาทจาก 13.1% เพิ่มเป็น 17%
ก่อนหน้านี้ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ตอนนี้ได้มีการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดระหว่างสถาบันการเงินในประเทศไทย กับธนาคารของมาเลเซีย 5 แห่งด้วยกัน เพื่อให้ชาวมาเลเซียที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถชำระเงินด้วยระบบคิวอาร์เพย์เมนต์ได้