เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ขอกรรมสิทธิ์ ให้บ้านคนจน กคช.

07 ก.ย. 2566 | 10:46น.
วราวุธ ศิลปอาชา

วราวุธ ศิลปอาชา

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

5 กันยายน 2566 welcom รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คนใหม่

วันนี้ที่รอคอย อยากฟ้องนายกรัฐมนตรีคนใหม่เกี่ยวกับบ้านผู้มีรายได้น้อย หรือที่เรียกกันลับหลังว่า บ้านคนจน

กฎหมายจัดตั้งการเคหะแห่งชาติ หรือ กคช. สังกัดกระทรวง พม. เขียนไว้ชัดเจนว่า สร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพราะถือเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ซึ่งความมั่นคงในชีวิตที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ มีองค์ประกอบ 4 เรื่องที่เรียกว่า ปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค

กระทรวง พม. ตอนตั้งชื่อกระทรวงก็มีการอัญเชิญคำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า “ความมั่นคงของมนุษย์” ขึ้นไปสถิตบนป้ายชื่อทุกป้าย เป็นเหมือน dash board เตือนตาเตือนใจข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจทุกท่านทุกนาม

ปัญหาบ้านผู้มีรายได้น้อยอยู่ตรงไหน

ประเด็นหลักใหญ่ใจความอยู่ตรงที่ การเคหะแห่งชาติ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ จากบ้านโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นบ้านเช่า

ถัวเฉลี่ย กคช.สร้างบ้านกรรมสิทธิ์ขายผู้มีรายได้น้อยปีละ 20,000 หน่วย ยุครัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกสั่งให้เปลี่ยนทำบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อยแทนทั้ง 20,000 หน่วย

กระทรวง พม. ภายใต้พรรคประชาธิปัตย์ ที่มี “ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” ผู้ว่าการการเคหะฯ บุตรชาย ดร.ธวัช วิชัยดิษฐ ผู้ล่วงลับ ผู้เป็นอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในยุครัฐบาล ชวน หลีกภัย กลายเป็น ผู้ว่าการ กคช. ที่ตีปี๊บบ้านเช่าคนจน ในนามโครงการ “บ้านเคหะสุขประชา”

เคยสอบถาม “ผู้ว่าการทวีพงษ์” ทำบ้านกรรมสิทธิ์อยู่ดี ๆ ทำไมเปลี่ยนหน้ามือหลังมือขนาดนี้ คำตอบคือ บ้านเช่าคนจน นายกฯประยุทธ์สั่งการมาอย่างนี้ การเคหะฯสนองนโยบายนายกรัฐมนตรี

ทำให้ต้องใช้ verb to เดา ว่า ลุงตู่คงเป็นห่วงข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย เกษียณจากกองทัพแล้วไม่มีที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่เช่าบ้าน แต่ก็หาบ้านเช่าราคาถูกไม่ง่าย เห็นการเคหะฯมีหน้าที่สร้างบ้านผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ก็เลยให้มาสร้างบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อยแทน ค่าเช่า 1,500-2,000 บาท/เดือน

ลุงตู่ลืมนึก หรือบริวารรอบข้างไม่มีคนบอกว่า หน่วยงานรัฐทำบ้านเช่าได้เยอะแยะ ทำออกมาแล้วให้เช่าได้ แต่ขายกรรมสิทธิ์ไม่ได้ แต่การเคหะฯเป็นหน่วยงานเดียวที่มีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ ทำหน้าที่สร้างบ้านถูกขายกรรมสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยมา 30 กว่าปี

ความมั่นคงของมนุษย์ในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ระหว่างบ้านกรรมสิทธิ์กับบ้านเช่า แบบไหนมั่นคงกว่ากัน

บ้านเช่าต่อให้เช่าระยะยาว 30 ปี คนกวาดขยะซื้อสิทธิการเช่าตอนอายุตัว 30 ปี ผ่อนหมดตอนอายุตัว 60 ปี พอเกษียณปุ๊บ ต้องเริ่มต้นผ่อนใหม่อีกรอบ จะตกทอดเป็นมรดกให้ลูกหลานก็ไม่ได้ ระหว่างทางจะนำกรรมสิทธิ์การครอบครองไปทำรีไฟแนนซ์ก็ไม่ได้ ไม่มีสิทธิในหลักทรัพย์บ้านเช่าเลย

บ้านกรรมสิทธิ์ คนกวาดขยะซื้อตอนอายุตัว 30 ปี ผ่อนหมดตอนเกษียณ 60 ปี มีหลักทรัพย์บ้านเป็นของตนเอง ตกทอดมรดกให้ลูกหลานได้ สามารถอยู่อาศัยในที่ของตนเองได้จนวาระสุดท้ายของชีวิต

ส่วนประเด็นการขายบ้านกรรมสิทธิ์ให้ผู้มีรายได้น้อยมีแต่อุปสรรค แบงก์ไม่ปล่อยกู้ สร้างมาแล้วเหลือขายเยอะแยะ เพราะผู้มีรายได้น้อยไม่มีปัญญาซื้อ

ถึงขนาดที่การเคหะฯขยับนิยามผู้มีรายได้น้อยจากรายได้ครัวเรือนละ 25,000 บาท เพิ่มเป็น 40,000 บาทแล้วก็ยังเอาไม่อยู่ จนต้องทำบ้านเช่า ปลดล็อกปัญหาขายบ้านคนจนของการเคหะฯ

เป็นการแก้ปัญหาองค์กร แต่ไปสร้างปัญหาใหม่ให้ผู้มีรายได้น้อยไม่มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอีกต่อไป เพราะขาดตัวช่วยจากรัฐบาลโดยสิ้นเชิง

เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว เปลี่ยน รมว.พม.คนใหม่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ผู้ว่าการ กคช. แค่คืนนโยบายบ้านกรรมสิทธิ์ กคช. ให้ผู้มีรายได้น้อยก็พอค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเคหะแห่งชาติ บ้านคนจน