Skip to content

NIA ผนึกกำลังพันธมิตร ปั้นฮับนวัตกรรม Smart IOT

07 ก.ย. 2566 | 11:50น.
NIA ผนึกกำลังพันธมิตร ปั้นฮับนวัตกรรม Smart IOT

“NIA” ร่วมกับ “ม.บูรพา” และหน่วยงานในพื้นที่ EEC พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรม Smart IOT เป็นสนามทดลองให้รายเล็ก ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในไทย

วันที่ 7 กันยายน 2566 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่และภูมิภาคของ NIA เป็นหนึ่งในการพัฒนาที่มุ่งนำเอาสินทรัพย์ทางนวัตกรรมผนวกกับศักยภาพของพื้นที่นั้น ๆ มาใช้ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของพื้นที่ โดยในปี 2570 NIA มีเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ จำนวน 10 จังหวัดศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรม และ 10 ย่านนวัตกรรม

ซึ่งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของการพัฒนาที่มีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมในการส่งเสริมการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ด้าน Smart IOT ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม 4.0 ได้

“NIA เพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมให้กลายเป็นชาตินวัตกรรมได้ ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร 10 หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ EEC จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติ โดย NIA มีกลไกในการสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทักษะด้านกำลังคนและเพิ่มจำนวนองค์กรนวัตกรรม (Groom) การสนับสนุนด้านการเงิน (Grant) และการทำให้ธุรกิจนวัตกรรม สินค้าและบริการนวัตกรรม เป็นที่ยอมรับและรู้จัก (Growth) ทั้งหมดจะเป็นแรงผลักดันในการยกระดับเอสเอ็มอี (SMEs), สตาร์ตอัพ และ Social Enterprise เป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่จะสามารถยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่”

ดังนั้น NIA จึงลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา บริษัท เซนโกรท จำกัด และบริษัท แวมสแตค จำกัด เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นเมืองศูนย์กลางนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้าน Smart IOT ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจที่จะช่วยยกระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมและสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (IBE) ควบคู่กับการส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC ซึ่งประกอบไปด้วย 10 หน่วยงานร่วม ดังนี้

    1. เขตส่งเสริมรถไฟความเร็วสูง (EECh)
    2. นิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้
    3. มหาวิทยาลัยบูรพา
    4. คูโบต้าฟาร์ม
    5. เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd)
    6. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)
    7. เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจรธรรมศาสตร์ (พัทยา) หรือ EECmd
    8. เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้างฉาง (EEC STP)
    9. เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa)
    10. เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi)

ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ผู้รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประธานคณะกรรมการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า พื้นที่ EEC มีศักยภาพพร้อมรองรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

โดยมีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง มีโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นทั้งสถาบันวิจัยและการศึกษาชั้นนำทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่พร้อมสนับสนุนด้านองค์ความรู้ให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมเชิงลึก อีกทั้งยังมีนโยบายพิเศษของภาครัฐที่สนับสนุนด้านการลงทุน ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่เหมาะสมสำหรับการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเชิงลึกชั้นนำระดับโลก

“เราเริ่มจัดตั้งศูนย์กลางการสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้าน Smart IOT ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกลไกและเครื่องมือสนับสนุนในการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเชิงลึก และเป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจได้เข้ามาใช้บริการและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม เพราะล้มกับเราที่นี่ยังดีกว่าต้องไปล้มแล้วเจ็บตัวหนักข้างนอก”

โดยมหาวิทยาลัยบูรพามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมให้บริการ ดังนี้

    1. EEC Genomic Center
    2. EEC NET : Tourism Innovation Lab
    3. EEC Automation Park
    4.  EEC EV Conversion
    5. EAST PARK BUU: พื้นที่ Co-working, Co-office และ Co-lab เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของบริษัทด้าน Smart IOT พร้อมด้วยการบ่มเพาะธุรกิจแบบเร่งอัตราการเติบโตที่สามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ได้

นายภานุวัฒน์ พรหมศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนโกรท จำกัด ในฐานะตัวแทนของบริษัทเอกชนที่ได้ spin off ออกมาจากมหาวิทยาลัยบูรพา โดยให้บริการในการพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำ จากการใช้ AI Machine Vision ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม IOT สำหรับ Smart Living, Smart Care, Smart Health เพื่อการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วย

โดยการเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างทันถ่วงที ที่มีชื่อว่า “กิน-อยู่-ดี แพลตฟอร์ม” กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวบริษัทให้การสนับสนุนในการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรม IOT การดำเนินชีวิตอัจฉริยะ การทดสอบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาความรู้ในการดำเนินธุรกิจนวัตกรรมเพื่อต่อยอดธุรกิจสู่ภาคอุตสาหกรรม

“มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้สนับสนุนพื้นที่ทดสอบ และเชื่อมโยงองค์กรขนาดใหญ่ในการนำแพลตฟอร์มไปใช้งาน โดยคาดหวังในการเชื่อมโยงและเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเชิงลึกกับหน่วยงานร่วมในพื้นที่ EEC ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเริ่มต้นในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจและการใช้ข้อมูลร่วมกัน”

นายธนินท์ อินทรมณี ผู้จัดการ บริษัท แวมสแตค จำกัด กล่าวว่า ในการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบบริการ AI และ IOT เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในอนาคตอย่างยั่งยืน เราให้การสนับสนุนและส่งเสริมการบ่มเพาะธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงสนับสนุนการฝึกงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา สนช. และเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทรัพยากรในโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ IOT

“เราต้องการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้าน IOT และเทคโนโลยีเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ IOT, ดิจิทัล และ AI ซึ่งเป็นความต้องการของภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้เติบโตและเชื่อมโยงกับตลาดโลกได้เช่นกัน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ณยศ กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้าง “IOT Playground” หรือพื้นที่บ่มเพาะความรู้และพัฒนาเทคโนโลยี IOT ซึ่งจะมีการจัดทำ accelerator program หรือโครงการเร่งการเติบโตของสตาร์ตอัพที่จะมีเมนเทอร์คอยให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุนด้านเงินทุน โดยมีการตั้งเป้าที่จะพัฒนาสตาร์ตอัพให้ได้ 5 บริษัทในปีหน้า และจะเพิ่มจำนวนเป็นปีละ 10 บริษัทต่อไป

“เรามองว่าเทคโนโลยี IOT มีความสำคัญมาก เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยในช่วงแรกจะโฟกัสที่ 2 ส่วน คือ IOT สำหรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ และ IOT ที่ใช้งานภาคอุตสาหกรรม เพราะเป็นส่วนที่เราเห็นความต้องการของตลาดอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สตาร์ตอัพอยู่รอดได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NIA