“นายกฯ” แจงปฏิรูปการเกษตร “อย่าแก้แค่ปลายทาง” พร้อมกำชับพัฒนาแรงงานมีฝีมือ
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ในวันนี้ ถึงกรณีการปฏิรูปการเกษตร เเละวันผู้สูงอายุแห่งชาติที่กำลังจะมาถึงนี้ว่า
ช่วงนี้กำลังจะเป็นช่วงวันดอกลำดวน หรือวันผู้สูงอายุแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผู้สูงวัยส่วนใหญ่หน้าตาดูมีความสุข ได้รับการดูแลดีพอสมควร ไม่ว่าจะอยู่ในศูนย์ไหนก็ตาม เเต่ที่ต้องไปดูคือคนที่อยู่ในพื้นที่ เรามีผลประกอบการเกษตร หรืออะไรก็เเล้วเเต่ มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณกว่า 40 ล้านคน แต่อยู่จริงๆ มีเเค่ 10 ล้าน ซึ่งเป็นเเรงงานที่มีสิทธิน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นพ่อเเม่ที่ทำนาอยู่ หรือผู้มีอายุ
“ทำอย่างไรให้มันเพิ่มขึ้น ต้องไปดูในหลายๆ เรื่อง แก้ปัญหาตั้งเเต่ต้นทางผู้ผลิต เเละจะทำอย่างไรให้ลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่นกลับมาทำตรงนี้ จะได้ไม่ขาดเเรงงานภาคการเกษตร ไม่ต้องเสียต้นทุนการผลิต ต้องเเก้ทั้งระบบ นี่คือการปฏิรูประบบการเกษตร ปฏิรูปครบวงจร ไม่ใช่ไปดูปลายทาง สนเเต่ราคาอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ วันนี้ต้องสนใจเรื่องการสร้างยุ้งฉางให้มากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณข้าวที่บางเวลามันมาก มันน้อยจะทำอย่างไร ซึ่งจะเกี่ยวข้องไปกับการขายพืชผลทางการเกษตรให้กับต่างประเทศด้วย ไม่ซื้อเขาเลยก็ไม่ได้ เพราะเป็นพันธสัญญากัน แต่ต้องดูว่าจะซื้อขายอย่างไรไม่ให้กระทบกับราคาเกษตรในประเทศของเรา ต้องไปหารือกันในเวทีพหุภาคี ทวิภาคีกันต่อไป”
นอกจากนี้ในการประชุมกับกลุ่มจีเอ็มเอส ได้พูดกับลาว เวียดนาม กลุ่มทวิภาคี นอกนั้นก็พูดเป็นการส่วนตัวกับผู้นำทุกประเทศ เพื่อหารือว่าจะทำกันอย่างไร โดยมีการนำเอาปัญหาของประเทศไทยไปพูดด้วย
ทั้งนี้เรื่องของเเรงงานที่มีฝีมือ คนที่เคยทำงานมามีความพร้อมที่จะเป็นหัวหน้า ต้องมีการพัฒนาฝีมือเเรงงานส่วนนี้ ซึ่งมีสถานที่ให้ทดสอบ ในอนาคตถ้าเรามีคนกลุ่มนี้มากพอ เเละใช้พอเเล้ว อาจส่งออกเเรงงานเหล่านี้ได้มากขึ้น นำมาซึ่งรายได้