เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เปิดตำนานบ่อน “อีเลิ้ง” ก่อนจะกลายเป็น “นางเลิ้ง” ย่านของกินแสนอร่อย !

06 เม.ย. 2561 | 14:30น.

ตลาดนางเลิ้ง เป็นตลาดเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนับร้อยปี อาจารย์ ดร.นนทพร อยู่มั่งมี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี) เล่าว่า ที่บริเวณนี้แต่เดิมไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่อง “ตลาด” หรือ “ย่านของกิน” แต่อย่างใด กลับเป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องของ “บ่อนการพนัน” ที่อยู่มานานและเป็นบ่อนแห่งท้ายๆ ของกรุงเทพฯ ที่ถูกยุบ ด้วยเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญ (ให้กับทั้งรัฐและเอกชน)

ส่วนชื่อ “นางเลิ้ง” นั้น ว่ากันว่าเดิมที่มาจากคำว่า “อีเลิ้ง” ซึ่งคุณเอนก นาวิกมูล นักสะสมของเก่าตัวยง ก็ไปพบความหมายจากหนังสืออักขราภิธานศรับท์ ของ หมอบรัดเลย์ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2416 ว่า “อีเลิ้ง”  หมายถึง “ม่อใหญ่สำหรับใส่น้ำนั้น” ส่วนพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายว่า อีเลิ้งหมายถึงตุ่มหรือโอ่งใหญ่ เรียกกันว่า ตุ่มอีเลิ้ง หรือตุ่มนางเลิ้ง หรือโอ่งนครสวรรค์

ที่ได้ชื่อนี้มาก็คงเพราะย่านนี้แต่เดิมเป็นแหล่งขึ้นตุ่มอีเลิ้งจากคลองผดุง ก่อนหน้าที่กิจกรรมอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นบ่อน ตลาด หรือสนามม้าจะตามมาในภายหลัง แต่คำว่า“อี” คนเมืองอาจจะฟังแล้วอาจจะไม่สบายหูนักจึงเปลี่ยนไปใช้คำว่า “นาง” แทน

ส่วนการเปิดตัวตลาดนางเลิ้งนั้น คุณเอนก เล่าว่า หนังสือพิมพ์ “บางกอกสมัย” ฉบับวันที่ 30 มีนาคม ร.ศ. 118 หน้าที่ 13 บอกว่า เปิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ร.ศ. 118 หรือ พ.ศ. 2442 (แต่สมัยนั้นขึ้นปีใหม่ตอนเดือนเมษายน ถ้านับเปลี่ยนพ.ศ.ตอนเดือนมกราคมอย่างปัจจุบันก็จะตรงกับปี พ.ศ.2443)

และในหนังสือพิมพ์บางกอกสมัยก็มีข่าวเกี่ยวเนื่องกับตลาดนางเลิ้ง ในวันเปิดตัวที่น่าสนใจข่าวหนึ่งที่ขึ้นพาดหัวว่า “เจ้าคณเหนจะไม่ห้าม” (เจ้าคณะเห็นจะไม่ห้าม) เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นพระสงฆ์องค์เจ้ามาร่วมวงพนันขันต่อกับชาวบ้านในงานนี้ด้วย
เนื้อข่าวดังกล่าวที่คุณเอนกนำมาลงไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กุมภาพันธ์ 2543 โดยไม่เปลี่ยนวิธีการเขียนใดๆ เลยมีความว่า

“เมื่อวันที่ ๒๙ เดือนนี้ซึ่งเปนวันประชุมเปิดตลาดนางเลิ้งวันแรกนั้น บันดาผู้ที่พอใจพากันไปเที่ยว ณ ที่ตลาดนั้น มิใช่แต่มหาชนชาวบ้านเมื่อไร พระสงฆ์อารามต่างๆ ก็ได้พากันไปดูและเล่นการพนันเป็นหมู่ๆ ขณะพระสงฆ์แทงไม้หมุนเล่นการพนันนั้น พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตรเหน แลรับสั่งว่า ‘ว่าแกเตมทีนัก’ แล้วก็ได้เสดจพระราชดำเนินประพาศต่อไป”

ข่าวนี้ทำให้เราจินตนาการเห็นบรรยากาศที่คึกคักของบ้านเมืองสมัยนั้น ซึ่งการพนันยังไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย ชาวบ้านรวมไปถึงพระก็ยังมาร่วมเสี่ยงดวงกันในย่านนางเลิ้ง ในวันที่มีงานอีเวนต์ใหญ่ระดับที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาร่วมงามด้วย ขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้ว่าคำว่า “นางเลิ้ง” นี้เรียกกันมานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว มิใช่ว่าเพิ่งมาเปลี่ยนจาก “อี” เป็น “นาง” เอาเมื่อสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม