Skip to content

รู้จัก กลุ่มปลาทิลาเพีย สินค้าสร้างรายได้ ส่งออกปีละ 10,000 ตัน

14 ต.ค. 2566 | 12:34น.
รู้จัก กลุ่มปลาทิลาเพีย สินค้าสร้างรายได้ ส่งออกปีละ 10,000 ตัน

สนค. แนะเพิ่มมูลค่าสินค้ากลุ่มปลาทิลาเพีย อาทิ ปลานิล-ปลาทับทิม-ปลานิล เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีประโยชน์ ไทยส่งออกปีละ 10,000 ตัน แนะผลักดันเป็นสินค้าส่งออกสำคัญไปตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก

วันที่ 14 ตุลาคม 2566 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. เล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในการผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มปลาทิลาเพีย (Tilapia)  และผลิตภัณฑ์ ซึ่งปลาทิลาเพียเป็นปลาน้ำจืดที่เลี้ยงง่ายและโตเร็ว ตัวอย่างปลาทิลาเพียที่เป็นที่รู้จักและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย ได้แก่ ปลานิล และปลาทับทิม โดยเฉพาะปลานิล

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

ซึ่งประเทศไทยมีผลผลิตปลานิลมากกว่า 2 แสนตันต่อปี แต่ส่วนใหญ่จะใช้บริโภคภายในประเทศเป็นหลัก (ส่งออกประมาณ 5,000 – 10,000 ตันต่อปี) จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ

ประเทศนำเข้าสำคัญ

จากการติดตามสถานการณ์การค้าปลาทิลาเพียของโลก ในปี 2565 ในตลาดโลกโลกนำเข้าปลาทิลาเพียเป็นมูลค่า 1,651.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ผู้นำเข้าสำคัญ ได้แก่

(1) สหรัฐอเมริกา (849.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 51.4 ของมูลค่าการนำเข้าของทั้งโลก ขยายตัวร้อยละ 13 จากปีก่อนหน้า) มีสัดส่วนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของมูลค่าการนำเข้าปลาทิลาเพียของทั้งโลก

(2) เม็กซิโก (151.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 9.2 หดตัวร้อยละ 21)

(3) อิสราเอล (103.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 6.3 ขยายตัวร้อยละ 77)

(4) โกตดิวัวร์ (72.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 4.4 หดตัวร้อยละ 12)

(5) แคนาดา (60.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 3.7 ขยายตัวร้อยละ 29)

โดย 5 ประเทศรวมกัน มีการนำเข้าถึงร้อยละ 75 ของมูลค่าการนำเข้าของทั้งโลก

สินค้าปลาทิลาเพียที่โลกนิยมนำเข้าสูงสุด ได้แก่ เนื้อปลาทิลาเพียแบบฟิลเลแช่แข็ง (985.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) ปลาทิลาเพียทั้งตัวแช่แข็ง (365.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) เนื้อปลาทิลาเพียแบบฟิลเลสดหรือแช่เย็น (224.0ล้านเหรียญสหรัฐ) และปลาทิลาเพียทั้งตัวสดหรือแช่เย็น (75.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ เนื้อปลาทิลาเพียแบบฟิลเลสดหรือแช่เย็น มีราคาต่อหน่วยสูงสุด คือ 7,635 เหรียญสหรัฐ/ตัน (ตารางที่ 2)

ปลาทิลาเพีย

ประเทศส่งออกสำคัญ

ประเทศผู้ส่งออกปลาทิลาเพียรายสำคัญของโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (102,034 ตัน) ไต้หวัน (19,323 ตัน) โคลอมเบีย (17,241 ตัน) อินโดนีเซีย (11,418 ตัน) และฮอนดูรัส (10,272 ตัน)

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561-2565) พบว่าส่วนแบ่งตลาดมูลค่าการส่งออกของจีนลดลง (จากร้อยละ 61.9 ในปี 2561 ลดเหลือร้อยละ 33.2 ของมูลค่าการส่งออกปลาทิลาเพียของทั้งโลก ในปี 2565)

ขณะที่โคลอมเบีย (จากร้อยละ 5.5 เพิ่มเป็น 11.8) ฮอนดูรัส (จากร้อยละ 2.3 เพิ่มเป็น 9.9) และอินโดนีเซีย (จากร้อยละ 5.6 เพิ่มเป็น 9.7) มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 8 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาดคงเดิมอยู่ที่ ร้อยละ 1.1 (ตารางที่ 3)

สำหรับการส่งออกปลาทิลาเพียของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม – สิงหาคม) มีมูลค่ารวม 5.11 ล้านเหรียญสหรัฐ (173.6 ล้านบาท) หดตัวร้อยละ 28.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ (1) ปลาทิลาเพียทั้งตัวแช่เย็นจนแข็ง (พิกัดศุลกากร 03032300) มูลค่า 3.27 ล้านเหรียญสหรัฐ (111.11 ล้านบาท) ตลาดส่งออกสำคัญ คือ สหรัฐฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (2) ปลานิลทั้งตัวสดหรือแช่เย็น (พิกัดศุลกากร 03027100001) มูลค่า 1.08 ล้านเหรียญสหรัฐ (36.61 ล้านบาท)

ตลาดส่งออกสำคัญ คือ กัมพูชา และเมียนมา (3) เนื้อปลาทิลาเพียแบบฟิลเลแช่เย็นจนแข็ง (พิกัดศุลกากร 03046100) มูลค่า 0.29 ล้านเหรียญสหรัฐ (9.88 ล้านบาท) (ตารางที่ 4)

ปลาทิลาเพีย

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะปลาทับทิม สินค้าที่มีการส่งออกมากที่สุด คือ (1) ปลาทับทิมทั้งตัวสดหรือแช่เย็น (พิกัดศุลกากร 03027100002) มูลค่า 0.20 ล้านเหรียญสหรัฐ (6.88 ล้านบาท) ตลาดส่งออกสำคัญ คือ มาเลเซีย และ (2) ปลาทับทิมมีชีวิต (พิกัดศุลกากร 03019941002) มูลค่า 0.03 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.03 ล้านบาท) ตลาดส่งออกสำคัญ คือ มาเลเซีย เช่นเดียวกัน

ปลาทิลาเพีย สินค้าศักยภาพ

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปลาทิลาเพียเป็นสินค้าประมงที่มีศักยภาพ อีกทั้งภาครัฐมีการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ อาทิ การเพาะเลี้ยงปลานิลและปลาทับทิม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการติดตามข้อมูลและหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า

ซึ่งปัจจุบัน สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย คือ ปลาทิลาเพียทั้งตัวแช่เย็นจนแข็ง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยต่ำสุด (1,880 เหรียญสหรัฐ/ตัน) แต่ไทยส่งออกเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 64.03 ของมูลค่าการส่งออกปลาทิลาเพียทั้งหมดของไทย

ขณะที่ไทยส่งออกเนื้อปลาทิลาเพียแบบฟิลเลสดหรือแช่เย็น ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยสูงสุด (7,635 เหรียญสหรัฐ/ตัน) ในสัดส่วนค่อนข้างต่ำ โดยประเทศที่นิยมนำเข้าเนื้อปลาทิลาเพียฟิลเลสดหรือแช่เย็น ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา เปรู โดมินิกัน และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 85.4 8.3 0.7 0.6 และ 0.5 ของมูลค่าการนำเข้าของทั้งโลก ตามลำดับ

นอกจากนี้ ปลาทิลาเพียยังสามารถแปรรูปเป็นอาหารพร้อมรับประทาน และหนังปลาซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตก็สามารถแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยวที่มีสารคอลลาเจนให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย