เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

คลี่ 7 กลไกการให้ทุน NIA เท 300 ล้าน ปลดล็อก SMEs สตาร์ตอัพ

22 ต.ค. 2566 | 17:40น.
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง, ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เงินทุน” เป็นปัจจัยสำคัญของผู้ประกอบการในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะกับสตาร์ตอัพ และเอสเอ็มอี จากการมีข้อจำกัดมากมายในการเข้าถึงแหล่งทุน ทำให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะองค์กรที่มีพันธกิจสนับสนุนผู้ประกอบการในการสร้างนวัตกรรม ลุกขึ้นมาปรับกลไกการให้ทุนสนับสนุนใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ และเพิ่มโอกาสในการผลักดันธุรกิจไทยให้แจ้งเกิด เติบโต เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

บทบาท NIA กับการให้ทุน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า NIA มุ่งพัฒนาการสร้างนวัตกรรมใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.เกษตร อาหาร และสมุนไพร 2.สุขภาพและการแพทย์ 3.พลังงาน สิ่งแวดล้อม และยานยนต์ไฟฟ้า 4.ท่องเที่ยว และ 5.soft power ผ่านแผนปี 2567-2571 ใต้พันธกิจ สร้างและส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างโอกาสการเข้าถึง และใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม ยกระดับทักษะและขีดความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านกลไกการดูแล (groom), การให้ทุน (grant) และผลักดันให้เติบโต (growth)

สำหรับการให้ทุนในปีงบประมาณ 2567 มีกรอบวงเงินรวม 600 ล้านบาท แต่ได้รับมาแล้ว และจะใช้ในระยะแรก 300 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมา NIA ให้ทุนกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ และวิสาหกิจเพื่อสังคมมากมาย ทำให้เกิดแบรนด์ชื่อคุ้นหูโลดแล่นในโลกธุรกิจไม่น้อย เช่น น้ำเต้าหู้โทฟุซัง, แอปพลิเคชั่น QueQ, moreloop, บอทน้อย (Botnoi) เป็นต้น

ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจและสังคม NIA เสริมว่า กลไกการให้ทุนเดิมเป็นแบบ matching fund ให้ทุนสมทบบางส่วน โฟกัสที่การพัฒนาไอเดียให้เป็นผลงานต้นแบบเป็นหลัก ทำให้หลายชิ้นไปไม่ถึงการเป็นธุรกิจจริง เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนในช่วงที่ผลิตภัณฑ์จะเข้าสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานต่าง ๆ หรือการหาตลาดที่เหมาะสม จึงต้องปรับกลไก แก้ pain point เพิ่มจำนวนธุรกิจนวัตกรรมที่สร้างรายได้ และผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (IBEs-innovation-based enterprise) หรือกลุ่มที่สร้างหรือนำนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น

ปรับใหม่แก้ Pain Point

“งานเราตั้งเป้าในปี 2570 ว่าต้องสร้างผู้ประกอบการ IBEs หมื่นราย มีธุรกิจที่อยู่ใน growth stage หรือทำเงินได้จริงพันราย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งการให้ทุนแบบเดิมที่จบแค่การทำ prototype บรรลุเป้าหมายได้ยาก จึงขยับมาให้ทุนในช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งผู้ประกอบการแต่ละรายยังมีความต้องการแตกต่างกัน บางรายอาจต้องการแค่ช่วงทดสอบตลาด บางรายต้องการที่ปรึกษาเพื่อขยายตลาดต่างประเทศ การออกแบบกลไกการให้ทุนจึงเจาะตามความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น”

และว่า การที่ NIA ตัดสินใจปรับรูปแบบการให้ทุนมีปัจจัยมาจากเป้าหมายของหน่วยงานที่เป็นต้นทางของแหล่งเงินทุน อย่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ สกสว. ต้องการให้ NIA นำนวัตกรรมจากห้องทดลองมาพัฒนาเป็นธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ รวมเข้ากับการให้ทุนรูปแบบเดิมทับซ้อนกับหลายหน่วยงาน และพบว่าการให้ทุนในช่วงที่กำลังเข้าตลาดมีน้อย จึงปรับโพซิชั่นมาให้ทุนในช่วงปลายน้ำมากขึ้น ซึ่งในแง่จำนวนเงินไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก

ในปี 2567 NIA จะนำร่องใช้กลไกใหม่กับการดำเนินงานของฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ หรือกลุ่มที่พัฒนาธุรกิจเพื่อหวังผลในเชิงรายได้ 100% ก่อน และในปี 2568 จะนำมาใช้เป็นกลไกการให้ทุนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม หรือกลุ่มที่พัฒนาธุรกิจ และมีการคืนกำไรให้สังคมภายใต้งบประมาณ 300 ล้านบาท แบ่งเป็นการให้ทุนในกลุ่มนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ 250 ล้านบาท และกลุ่มนวัตกรรมเพื่อสังคม 50 ล้านบาท

ฉายภาพ 7 กลไกใหม่

มี 7 กลไก ดังนี้ 1.กลไกการขยายผลนวัตกรรมในระดับภูมิภาคสู่ตลาด (regional market validation) ให้ทุนสมทบไม่เกิน 75% ของมูลค่าโครงการหรือไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สำหรับการทดสอบตลาด ปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการนวัตกรรม ให้ขยายผลในเชิงพาณิชย์และฐานลูกค้าใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

2.กลไกทุนโครงการนวัตกรรมแบบมุ่งเป้า (thematic innovation) ให้ทุนอุดหนุนไม่เกิน 75% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่เกิน 5 ล้านบาทสำหรับทดสอบความเป็นไปได้ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมาย เป็นต้น

3.กลไกการสนับสนุนที่ปรึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรม สมทบไม่เกิน 50% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับจ้างที่ปรึกษา ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในองค์กรด้านกลยุทธ์ธุรกิจ การตลาด ทรัพย์สินทางปัญญา บัญชี การเงิน เป็นต้น

4.กลไกการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สมทบไม่เกิน 50% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สำหรับจ้างที่ปรึกษา การวิเคราะห์ทดสอบ การประเมินผล เพื่อขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ หรือขอรับรองมาตรฐาน

5.กลไกการขยายธุรกิจนวัตกรรมให้ทุนทดสอบนวัตกรรมในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการในหน่วยงานภาครัฐ และ 50% กับเอกชน หรือไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี สำหรับขยายธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์

6.กลไกสนับสนุนดอกเบี้ยบางส่วน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ให้ไม่เกิน 75% ของมูลค่าดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม หรือไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี สำหรับเพิ่มสภาพคล่อง เพื่อการเติบโตของธุรกิจฐานนวัตกรรม

และ 7.กลไกการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้มีโอกาสเติบโตและขยายตลาด โดยร่วมมือกับแหล่งทุนภาครัฐและเอกชน (corporate cofunding) กำหนดเงื่อนไขการส่งคืนเมื่อโครงการประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ สัดส่วน 50% ของมูลค่าการลงทุน หรือไม่เกินสิบล้านบาทต่อโครงการ ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

เน้นเปิดกว้างและเติมเต็ม

ดร.กริชผกากล่าวว่า NIA ยังเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเชื่อมต่อการลงทุน และเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจไทย หรือ venture capital (VC) ต่างประเทศที่สนใจลงทุนกับผู้ประกอบการไทย แต่ต้องผ่านการพิจารณาความเห็นชอบจาก NIA และสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) ก่อน

“เรายังไม่ได้ทิ้งการให้ทุนในรูปแบบเดิม แต่อาจมีน้อยลง และต้องมั่นใจว่าเป็นธุรกิจที่เข้าสู่ตลาดได้ หรือถ้ามีผู้ประกอบการ และสตาร์ตอัพที่เข้าข่ายการรับเงินลงทุนรอบ seed เขียน proposal เข้ามาหา NIA ก็สามารถส่งต่อไปให้หน่วยงานที่ต้องการลงทุนในรอบ seed ได้ เป็นการเชื่อมอีโคซิสเต็มการลงทุนให้ไร้รอยต่อมากขึ้น”

ดร.สุรอรรถทิ้งท้ายด้วยว่า ผู้ประกอบการแต่ละรายเลือกรับทุนได้ตามความต้องการของธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหารอาจต้องการทุนสำหรับทดสอบมาตรฐานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ หรือถ้ามีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นก็อาจต้องการเพียงทุนสำหรับทดลองตลาดเท่านั้น ซึ่งจุดสำคัญคือ ต้องมีความเข้าใจก่อนว่าธุรกิจของตนยังขาดอะไร และมีเป้าหมายในอนาคตอย่างไร เพื่อรับการสนับสนุนได้อย่างตรงจุด

“เราเชื่อว่าเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจเข้าสู่ตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืนได้ จึงมี NIA Academy ให้ความรู้ในการทำธุรกิจ และการสร้างนวัตกรรม เติมเต็มในส่วนที่ยังขาด มีคนคอยให้คำปรึกษาและผลักดันให้ธุรกิจทำเงินได้จริง”