คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
มีข้อมูล 4 เรื่องอยากเล่าให้ฟัง
เรื่องแรก เป็นข้อมูลจากศูนย์การค้าใหญ่
สินค้าแบรนด์เนมที่ขายดี ยอดเริ่มตกลง
ไม่รู้ว่าเพราะกลุ่มทุนสีเทาทั้งหลาย ไม่ว่าพนันออนไลน์ หรือทุนจีนสีเทาลดน้อยลง หรือระมัดระวังตัวมากขึ้น
หรือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อไม่เป็นตามเป้าหมาย
หรือกลุ่มไฮโซเมืองไทยเริ่มคุมค่าใช้จ่ายตัวเอง
ระมัดระวังไม่ลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนมแล้ว
ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดี สินค้าที่ขายกลุ่มระดับบนไม่มีปัญหา
เพราะคนรวยยังมีเงิน
บ้านที่ขายดีที่สุดในช่วงโควิดเป็นต้นมา คือ บ้านระดับราคา 30-40 ล้านบาท
สินค้าแบรนด์เนมก็ขายดีในช่วงนั้น
เพิ่งมาตกลงในช่วงนี้
ไม่แปลกที่จะมีคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่าความซบเซาของเศรษฐกิจเริ่มมีผลกระทบต่อคนระดับบนแล้ว
เรื่องที่สอง ตลาดหุ้นไทยร่วงหนักมาก จนมีคนบ่นว่าอยากให้ดัชนีหุ้นไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้หนัง “สัปเหร่อ”
เพราะกราฟรายได้ของ “สัปเหร่อ” พุ่งชันขึ้นเรื่อย
แต่หุ้นไทยกลับดิ่งลงเรื่อย ๆ
“ใกล้ลงหลุมให้สัปเหร่อฝังแล้ว”
ตลาดหุ้นเป็นตลาดของคนมีเงิน
“คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น”
เมื่อดัชนีตลาดหุ้นร่วงแบบนี้ ชนชั้นกลางและกลุ่มทุนใหญ่เดือดร้อนแน่นอน
เหมือนเงินในกระเป๋าหายไป
เรื่องที่สาม ยอดหนี้บัตรเครดิตพุ่งสูงขึ้น
แสดงให้เห็นว่าคนมีเงินเดือนประจำหรือระดับล่างเริ่มมีปัญหา
หมุนเงินไม่ทันแล้ว
เรื่องที่สี่ สงครามตะวันออกกลางอาจบานปลายใหญ่กว่าที่คาดคิด
ผมเพิ่งฟัง ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายที่โครงการ HOW
เป็นการบรรยายที่เปิดโลกมาก
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ การวิเคราะห์เรื่องสงครามอิสราเอล-ฮามาส ที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่าประเทศต่าง ๆ ที่สนับสนุนปาเลสไตน์จะมีท่าทีกับเรื่องนี้อย่างไร
จะถึงขั้นเปิดศึกกับอิสราเอลหรือไม่
แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ คนที่สนับสนุนปาเลสไตน์เริ่มออกมาชุมนุมในหลายประเทศ
“ผมกลัวว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3”
แต่เป็นสงครามในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่การยกกองทัพขยายอาณาเขตเหมือนในอดีต
ไม่ได้รบกันระหว่างประเทศ
แต่อาจเป็นสงครามก่อการร้ายกระจายไปทั่วโลก
ครับ ตอนนี้ในแถบตะวันออกกลาง “จีน” ก็เข้าไปมีบทบาทมาก
เป็นคนที่ทำให้ “ซาอุดีอาระเบีย” กับ “อิหร่าน” ประสานมือกันได้
สหรัฐอเมริกาก็หนุนอิสราเอล
รัสเซียก็ยังรบกับยูเครน ที่สหรัฐและยุโรปหนุนหลัง
อะไรก็เกิดขึ้นได้
แต่ผมนึกถึงคำพูดของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ท่านบอกว่า “สันติภาพ เกิดจากความกลัว”
เท่าที่ดูตอนนี้ มหาอำนาจทั้งหลายก็ได้แต่ฮึ่ม ๆ และทำสงครามตัวแทน
ไม่กล้าชนกันตรง ๆ
ถ้ายัง “กลัว” กันอยู่
สงครามก็อาจไม่ขยายวงไปมากกว่านี้