Skip to content

ชาวไร่อ้อยบุก ก.พาณิชย์พรุ่งนี้ ขู่ปิดโรงงาน หลังเบรคขึ้นราคา ระส่ำน้ำตาลขาดตลาด

01 พ.ย. 2566 | 22:11น.
ชาวไร่อ้อยบุก ก.พาณิชย์พรุ่งนี้ ขู่ปิดโรงงาน หลังเบรคขึ้นราคา ระส่ำน้ำตาลขาดตลาด

ชาวไร่อ้อย เตรียมบุก ก.พาณิชย์ ถามเหตุผล ‘ภูมิธรรม’ พรุ่งนี้ ไม่ให้ขึ้นราคา ขู่ปิดโรงงานทั่วประเทศ 5 พ.ย.นี้ ร้านอาหาร-เครื่องดื่มระส่ำ สินค้าเริ่มขาดตลาด ผู้ประกอบการอ้างประกาศทำสับสน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 นายปารเมศ โพธารากุล ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 2 พ.ย.2566 ตัวแทนชาวไร่อ้อยประมาณ 8-10 คน จะเดินทางเข้าพบหารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เพื่อขอรับฟังเหตุผลในการควบคุมราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานให้คงเดิม และการกำหนดให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม รวมถึงแนวทางในการช่วยเหลือต้นทุนชาวไร่อ้อยว่าจะดำเนินการอย่างไร

หากการหารือไม่มีแนวทางหรือเหตุผลที่เพียงพอชาวไร่ก็พร้อมที่จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการปิดโรงงานผลิตน้ำตาลทั่วประเทศ พร้อมกันในวันที่ 5 พ.ย.2566 นี้ เพื่อไม่ให้นำน้ำตาลในส่วนของชาวไร่อ้อยตามระบบแบ่งปัน 70% ขนออกมาเพราะขายไปแล้วจะขาดทุน

ทั้งนี้ ราคาน้ำตาลทรายที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) ประกาศขึ้นราคาหน้าโรงงาน 4 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) นั้น เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ที่มีตัวแทนทุกส่วนรวมถึงกระทรวงพาณิชย์ และตามระเบียบใหม่เพื่อนำราคาดังกล่าวไปคำนวณราคาอ้อยฯปี 2566/67 ให้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ราคาชายปลีกได้มีการปรับขึ้นไปแล้ว เพราะน้ำตาลเป็นสินค้าลอยตัว ภายใต้พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายปัจจุบัน

“กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ดูแลราคาปลายทาง แต่เมื่อกระทรวงพาณิชย์ลงมาคุมตั้งแต่ต้นทางแบบนี้ จึงย้อนกลับไปสู่จุดเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พาณิชย์ก็เป็นฝ่ายผลักดันให้ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อไม่ให้บราซิลฟ้องร้องกับองค์การการค้าโลก(WTO)”

รายงานข่าวจากโรงงานน้ำตาลระบุว่ามีความกังวลหลังจากที่รัฐบาลประกาศให้น้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม อาจทำให้เกิดการลักลอบส่งออกน้ำตาลตามแนวชายแดนมากขึ้น หากรัฐบาลควบคุมการส่งออกไม่ได้ จะทำให้น้ำตาลในประเทศขาดแคลน

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำตาลในต่างประเทศสูงกว่าราคาขายในประเทศมาก เนื่องจากภาวะภัยแล้งทั่วโลก ประกอบกับอินเดียลดส่งออก ทำให้ตลาดเกิดการชะงักงัน เหลือประเทศหลักๆ ที่ส่งออกไม่กี่ราย ได้แก่ ไทยและบราซิล ปัจจุบันราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกอยู่ที่ 25-27 เซ็นต์ต่อปอนด์ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ราคาอยู่ประมาณ 16-17 เซ็นต์ต่อปอนด์

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าจากการสำรวจความต้องการน้ำตาลในร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มหลายแห่ง พบว่าหลายกิจการที่ต้องใช้น้ำตาลปริมาณมากกำลังเดือดร้อนปั่นป่วนอย่างหนัก เพราะไม่มีวัตถุดิบมาทำเครื่องดื่มหรืออาหาร เนื่องจากห้างค้าปลีก-ค้าส่งหลายแห่งไม่มีน้ำตาลวางจำหน่ายเลย

“เจ้าของกิจการบางรายให้ความเห็นว่า ถ้าจะปรับราคา แต่มีของจำหน่าย ผู้ประกอบการยังรับได้ ดีกว่าปล่อยให้สินค้าขาดแคลนแบบนี้ ส่วนร้านค้าตามตลาดสดหลายพื้นที่ยังจำหน่ายน้ำตาลทรายถุงละ 1 กก. ในราคา 28-30 บาท ยังไม่เห็นการปรับราคาลดลงแต่อย่างใด”

ด้านผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย ยอมรับว่าโรงงานน้ำตาลทรายยังสับสนกับประกาศการนำน้ำตาลทราย เป็นสินค้าควบคุม ของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ (กกร.) ของกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากในประกาศราชกิจจานุเบกษา ไม่มีการระบุถึงราคาควบคุมใหม่ ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่ยกเลิกประกาศการคำนวณราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน ประจำฤดูการผลิตปี 66/67 ในราคากก.ละ 23-24 บาท จากเดิมอยู่ที่ 19-20 บาท

“โรงงานน้ำตาลเกรงว่า ถ้าจำหน่ายราคาใหม่ ที่คาดว่ากลับไปใช้ราคาเดิม 19-20 บาท แล้วสอน. ใช้การคำนวณราคาที่ยังไม่ยกเลิกกก.ละ 23-24 บาท โรงงานจะขาดทุนหนักทันที แต่ถ้าคิดตามราคาหน้าโรงงานแบบประกาศเดิม ก็เกรงว่าจะผิดกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ ที่เข้ามาควบคุมราคาน้ำตาลทรายแล้ว ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการรอความชัดเจนให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาควบคุมใหม่ และให้สอน.ยกเลิกประกาศคำนวณราคาหน้าโรงงานก่อน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาวไร่อ้อย อ้อย เศรษฐกิจ