เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
HR ประกันสังคมปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ลดภาระนายจ้าง 1,700 ล้านต่อปี
ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
Finance ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
Finance เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
Automotive ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
Business GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
Politics อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Biz Movement ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
Columns Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
Automotive เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
Finance QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท.ห่วงงบประมาณ 2567 ช้ากระทบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

03 พ.ย. 2566 | 10:32น.
มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์

ส.อ.ท. กังวลงบประมาณ 2567 ล่าช้า กระทบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะรัฐใช้งบฯพัฒนาเทคโนโลยีแบบมุ่งเป้า เร่งลงทุนน้ำทั้งระบบ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 34 ในเดือนตุลาคม 2566 ภายใต้หัวข้อ “เรื่องใดที่ภาคอุตสาหกรรมอยากเห็นในแผนการใช้งบประมาณปี 2567” พบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท.มีความกังวลต่อผลกระทบของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ล่าช้า และอาจส่งผลกระทบต่อการนำงบประมาณไปดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ซึ่งที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวแล้ว จากการประเมินของ สศช. GDP ไตรมาสที่ 2/2566 ที่ผ่านมา ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.8 ชะลอลงจากร้อยละ 2.6 ในไตรมาสที่ 1/2566 แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาและเงื่อนไขต่าง ๆ อาจทำให้การจัดสรรงบประมาณ ไม่สามารถตอบโจทย์ในการลงทุนสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวได้

จากผลสำรวจยังพบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณใช้จ่ายที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว อาทิ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมแบบมุ่งเป้าทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมทั้งการลงทุนด้านการจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งน้ำแล้งและอุทกภัยในระยะยาว ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

เมื่อถามถึงสิ่งที่ภาครัฐควรปรับการจัดทำงบประมาณและการใช้จ่ายงบประมาณในระยะยาว พบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท. แนะนำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการวางแผนงบประมาณเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน มีการพัฒนาและนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการติดตามวัดผลประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลให้มากขึ้น รวมถึงเร่งพัฒนากลไกการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ เช่น ปรับโครงสร้างภาษี, สร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาในระบบภาษี (E-Tax Invoice, E-Withholding TAX) เป็นต้น

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 243 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 46 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 34 จำนวน 5 คำถาม ดังนี้

1.ภาคอุตสาหกรรมมีความกังวลต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้าในเรื่องใด (Multiple choices)

  • อันดับที่ 1 : ความล่าช้าในการนำงบประมาณมาดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 63.4%
  • อันดับที่ 2 : การจัดสรรงบประมาณไม่ได้ตอบโจทย์ในการลงทุนสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว 56.8%
  • อันดับที่ 3 : การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐจะไปเร่งและกระจุกตัวอยู่ในช่วงไตรมาส 3, 4 46.5% และส่งผลให้เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกหดตัว
  • อันดับที่ 4 : โครงการลงทุนใหม่ ๆ ของภาครัฐ ต้องหยุดชะงักหรือชะลอออกไป 44.4%

2.รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณใช้จ่ายในเรื่องใดเพื่อให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม (Multiple choices)

  • อันดับที่ 1 : ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม แบบมุ่งเป้า 63.0%
  • อันดับที่ 2 : ลงทุนด้านการจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งน้ำแล้งและอุทกภัย 52.7%
    ในระยะยาว
  • อันดับที่ 3 : ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้บริโภค 51.9%
  • อันดับที่ 4 : พัฒนาระบบการศึกษาและบุคลากรรับรองความต้องการในอนาคต 48.6%
    และยกระดับระบบสวัสดิการแรงงาน

3.ภาครัฐควรจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างไร (Multiple choices)

  • อันดับที่ 1 : มาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับ SMEs 71.6% เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น
  • อันดับที่ 2 : จัดตั้งกองทุนเพิ่มผลิตภาพการผลิตสำหรับ SMEs ในการใช้ระบบ 53.9% Automation & Robotics และส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • อันดับที่ 3 : ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในการซื้อสินค้าจาก SMEs ให้เพิ่มขึ้น 51.4% จาก 41% เป็น 50% ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างฯ ในแต่ละปี
  • อันดับที่ 4 : เพิ่มวงเงินการส่งเสริมให้ SMEs ค้าขายระหว่างประเทศผ่านโครงการ 40.7% SMEs Pro Active

4.ภาครัฐควรปรับการทำงบประมาณและการใช้จ่ายงบประมาณในระยะยาวเรื่องใด (Multiple choices)

  • อันดับที่ 1 : บูรณาการวางแผนงบประมาณเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน 68.7% ระหว่างหน่วยงาน
  • อันดับที่ 2 : นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการติดตามวัดผลประสิทธิภาพ 62.6% ของการใช้จ่ายงบประมาณ และเปิดเผยข้อมูลให้มากขึ้น
  • อันดับที่ 3 : พัฒนากลไกการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ เช่น ปรับโครงสร้างภาษี, 56.4% สร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาในระบบภาษี เป็นต้น
  • อันดับที่ 4 : วางแผนในการลดความเสี่ยงจากภาระผูกพันงบประมาณ 38.3% และให้ Outsource งานให้เอกชนดำเนินการ

5.หน่วยงานใดควรได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว (Multiple choices)

  • อันดับที่ 1 : กระทรวงอุตสาหกรรม 68.3%
  • อันดับที่ 2 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 51.0%
  • อันดับที่ 3 : กระทรวงพาณิชย์ 42.8%
  • อันดับที่ 4 : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 41.6%
  • อันดับที่ 5 : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 36.6%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท.