Skip to content

คปภ.-สมาคมประกัน แจงปมร้อนข้อมูลลูกค้าประกันหลุดล้านราย

08 พ.ย. 2566 | 08:19น.
คปภ.-สมาคมประกัน แจงปมร้อนข้อมูลลูกค้าประกันหลุดล้านราย

ผู้ช่วยเลขาฯ สายกฎหมายและคดี คปภ. แจงปมร้อน “ตัวแทนประกันแสบ” นำรายชื่อลูกค้าประกันขายให้มิจฉาชีพ ยันข้อมูลล้านรายไม่จริง ตรวจพบแค่ 11 รายเท่านั้น ล่าสุดใช้อำนาจกฎหมายสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ด้านสมาคมประกันวินาศภัยไทย ย้ำชัดธุรกิจประกันวินาศภัยมีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า กรณีข่าว “โบรกเกอร์ของบริษัทประกันภัยชื่อดัง ลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลนับล้านรายชื่อ ขายให้มิจฉาชีพ“
ตามที่ปรากฏในเพจเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลอื่น ๆ ในช่วงค่ำของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566

ทันทีที่สำนักงาน คปภ.ได้รับทราบข่าว ท่านเลขาธิการ (นายชูฉัตร ประมูลผล) ได้สั่งการให้สอบสวนและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบกับสิทธิของผู้เอาประกันภัย กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม และกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมประกันภัย

สายกฎหมายและคดี จึงได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ความว่า กรณีดังกล่าวเป็นการขยายผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งปรากฏว่าเครือข่ายดังกล่าวซื้อข้อมูลมาจากนายพศิน

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในชั้นนี้ พบว่านายพศินเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง อาศัยประโยชน์จากการทำหน้าที่จนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัย และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย

โดยรายชื่อที่มีการขายให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ บางส่วนเป็นข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากการเสนอขายประกันภัยของนายพศินเอง ที่นำมารวมกับข้อมูลส่วนอื่นที่นายพศินได้ซื้อมาจากตลาดมืด เพื่อจะเอามาใช้ในการเสนอขายประกันภัยเพื่อประโยชน์ของตนเอง

สำนักงาน คปภ.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากบริษัทประกันภัย พบว่า ตั้งแต่นายพศินเป็นตัวแทนของบริษัทถึงปัจจุบัน ได้มีการเสนอขายประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเพียงจำนวน 11 รายเท่านั้น

จึงพิจารณาได้ในเบื้องต้นว่า กรณีตามข่าวว่าข้อมูลผู้เอาประกันภัยหลุดจำนวนล้านรายนั้น ตัวเลขดังกล่าว จึงน่าจะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงเป็นจำนวนมาก

สำหรับการกระทำของนายพศิน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกำหนดตามมาตรา 79/1 ในประการที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือประชาชน และเป็นการดำเนินงานที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือประชาชน

อันเป็นความผิดตามมาตรา 81/1 (2) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบข้อ 37 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิตและการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต และธนาคาร พ.ศ. 2563 และมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

นายทะเบียนจึงมีคำสั่งที่ 39/2566 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของนายพศิน ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566

สมาคมประกันฯย้ำมีมาตรการเข้มปกป้องข้อมูล

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ขอชี้แจงว่า ภาคธุรกิจประกันวินาศภัย และบริษัทประกันวินาศภัยแต่ละแห่งนั้นมีการกำหนดมาตรการเข้มข้น มีระบบในการป้องกันและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้เกิดการรั่วไหล

มีการประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (Privacy Notice) ที่เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลและบริหารจัดการการประมวลผลข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่ระบุไว้โดยหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้พนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องของบริษัทยึดถือและปฏิบัติตามให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ดังนั้นการกระทำของนายหน้าหรือโบรกเกอร์ตามที่เป็นข่าวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ทำประกันภัยเป็นจำนวนหลายล้านรายออกไปได้โดยง่าย เพราะบริษัทประกันภัยนั้นให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับเรื่องระบบความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และบริษัทประกันภัยยังมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความเข้มงวดและมีอัตราโทษที่รุนแรงอีกด้วย

อีกทั้งผู้กระทำความผิดรายนี้เป็นเพียงนายหน้าประเภทบุคคลธรรมดาที่มีการขายประกันให้กับลูกค้าไปเพียง 11 รายเท่านั้น ซึ่งทางสำนักงาน คปภ.ก็ได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว

ทั้งนี้ สมาคมมีการจัดทำแนวทางปฏิบัติของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยให้ครอบคลุมทุกด้าน (PDPA Guideline for Non-life Insurance Industry) เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจให้บริษัทสมาชิกทุกบริษัท ซึ่งแนวปฏิบัติฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไทย รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้ธุรกิจประกันวินาศภัยสามารถปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ สมาคมได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทสมาชิกเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและประชาชน

เพราะธุรกิจประกันวินาศภัยถือเป็นธุรกิจที่ให้บริการทางการเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การพิจารณารับประกันภัย การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนไปจนถึงการประกันภัยต่อ การดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล