อิสราเอลใช้ทุนสำรองปกป้องค่าเงินเชเกลที่ร่วงลงหลังเกิดสงคราม ทำให้ทุนสำรองลดลง 7,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 259,400 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คงเหลือเป็นระดับต่ำสุดในรอบปี
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2023 ว่า เงินสำรองระหว่างประเทศ หรือ “ทุนสำรอง” ของอิสราเอลลดลงกว่า 7,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 259,400 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจาก “แบงก์ ออฟ อิสราเอล” (Bank of Israel) ธนาคารกลางของประเทศอิสราเอลพยายามปกป้องค่าเงินเชเกล (Shekel) ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับต่ำในสุดในรอบเกือบ 8 ปี หลังเกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส
ตามข้อมูลของธนาคารกลางอิสราเอล เมื่อสิ้นเดือนตุลาคม เงินสำรองของอิสราเอลลดลง 7,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 191,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,795,200 ล้านบาท) ซึ่งทุนสำรองที่เหลือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ธนาคารกลางอิสราเอลกล่าวว่า การลดลงของทุนสำรองส่วนใหญ่มาจากยอดขายเงินตราต่างประเทศที่ขายไป 8,200 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2023 ธนาคารกลางอิสราเอลประกาศแพ็กเกจหนุนค่าเงินเชเกลด้วยเงินมูลค่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้คำมั่นว่าจะขยายทุนสำรองมากถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ และขยายเพิ่มอีก 15,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านการทำธุรกรรมสวอป
แต่หลังจากการประกาศดังกล่าว ค่าเงินเชเกลก็ยังร่วงลงจนไปถึงระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 และนั่นทำให้ต้นทุนของอิสราเอลในการปกป้องค่าเงินเพิ่มสูงขึ้น ราคาหุ้นและพันธบัตรของอิสราเอลก็ร่วงลงอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากผู้ค้าเกรงว่าสงครามจะบานปลายจนกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม สินทรัพย์ของอิสราเอลรวมทั้งค่าเงินเชเกลปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความช่วยเหลือจากทั่วโลก และมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าการต่อสู้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฉนวนกาซา ซึ่ง ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน ค่าเงินเชเกลได้ฟื้นคืนเกือบจะชดเชยมูลค่าที่สูญเสียไปได้ทั้งหมดแล้ว