“สตีเบล เอลทรอน” ระดมโปรฯถี่รายสัปดาห์ปลุกยอดโค้งท้าย หลังยอดขายทะลุ 1 พันล้านจากอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวแห่รีโนเวตตั้งแต่ต้นปี ส่วนปี’67 เล็งส่งสินค้าระดับไฟติ้งลงตลาดเพิ่ม ย้ำปีหน้ายังตรึงราคาสินค้าต่อเนื่องแม้ต้นทุนพุ่ง 2 ดิจิต พร้อมหาทำเลตั้งโรงงานฮีตปั๊มรับตลาดในไทย-ส่งออก
นางสาววิจิตรา กวีธนโภคิน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2566 นี้ บริษัทมีทำรายได้ทะลุ 1 พันล้านบาท เนื่องจากตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนปีนี้ เติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีจนแม้ช่วงไตรมาส 4 อาจหนาวช้าและหนาวน้อยกว่าปีก่อน ๆ แต่ภาพรวมตลาดจะยังเติบโต
ทั้งนี้เนื่องจากการเปิดประเทศทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัวกระตุ้นให้ผู้ประกอบการที่พักรูปแบบต่าง ๆ ตัดสินใจรีโนเวตที่พักกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้มีดีมานด์เครื่องทำน้ำอุ่นตลอดทั้งปี ช่วยให้ยอดขายกลุ่ม B2B ของบริษัทเติบโตถึงระดับเลข 2 หลัก ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากการแข่งขันที่คึกคักมากขึ้น หลังปีนี้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายราย อาทิ เซฟ (Safe), รินไน (Rinnai) และอื่น ๆ หันมาทำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อนเข้มข้นขึ้นโดยเฉพาะช่องทางโมเดิร์นเทรดทั้งด้วยการโหมโปรโมชั่นและสร้างการรับรู้ ขณะที่อีคอมเมิร์ซมีแบรนด์จากจีนเข้ามามากขึ้นเช่นกัน ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้นตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่า รายได้เฉพาะการจำหน่ายในไทยของบริษัทในปี 2566 นี้จะสามารถไปได้ถึง 1,065 ล้านบาท หรือเติบโต 8% จากปีที่แล้ว ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนจะเติบโตระดับใกล้เคียงกับปี 2565 มีมูลค่า 3.2 พันล้านบาทหรือประมาณ 9 แสนเครื่อง
กระหน่ำสารพัดโปรฯถี่ยิบ
ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ของสตีเบล เอลทรอน อธิบายว่า แม้ขณะนี้รายได้จะทะลุ 1 พันล้านบาทแล้ว แต่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายจะยังเดินหน้าผลักดันยอดขายเต็มที่ด้วยงบประมาณมากกว่าช่วงท้ายของปีที่แล้ว ทั้งเพื่อผลักดันยอดขายกลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนซึ่งเป็นสินค้าตามฤดูกาล จัดโปรโมชั่นแบบคัสตอมไมซ์ตามช่องทางจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นราคาพิเศษ แถมของพรีเมี่ยม รวมถึงผ่อน 0% หมุนเวียนในช่องทางจำหน่ายออฟไลน์และออนไลน์แบบรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับเดินสายเข้าร่วมงานแฟร์และเอ็กซ์โปต่าง ๆ ทุกงานที่จัดในช่วง 2 เดือนนี้ พร้อมแคมเปญกลางย้ำโพซิชั่นผู้นำด้านพัฒนาโซลูชั่นเกี่ยวกับน้ำตามมาตรฐานเยอรมัน ที่สามารถตอบโจทย์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนไทยซึ่งเป็นไฮไลต์และตัวกระตุ้นหลักของปีนี้
โดยเชื่อว่า สินค้าที่จะมีดีมานด์สูงจะยังเป็นกลุ่มระดับกลางถึงบน ราคาประมาณ 3 พันบาทขึ้นไปเช่นเดียวกับที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคยังคงให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในเรื่องความปลอดภัย ทำให้ราคาเป็นปัจจัยตัดสินใจระดับรอง
ทั้งนี้เนื่องจากเริ่มเห็นผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อในช่องทาค้าปลีกโมเดิร์นเทรด หลังยอดขายปลีกทางโมเดิร์นเทรดบางรายโตน้อยกว่าที่ควรโดยมูลค่าการซื้อต่อละครั้งลดลง จึงสะท้อนถึงกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้การเติบโตอยู่ในระดับไม่หวือหวา ขณะที่ช่องทางออนไลน์ยังเติบโตได้ในระดับดีเนื่องจากฐานที่เล็กกว่า
“ช่วงที่ผ่านมาบริษัทรับมือความท้าทายด้านกำลังซื้อด้วยการจัดแคมเปญและกิจกรรมแบบเน้นสร้างสีสันมากกว่าการทำราคา เช่น แถมของพรีเมี่ยม, ผ่อน 0% ซึ่งบางช่องทางสูงถึง 20 เดือนเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้น รวมไปถึงกิจกรรมบริเวณจุดขาย โดยมีการวางแผนแบบรายไตรมาส”
กางแผนเพิ่มรายได้-มาร์เก็ตแชร์
นางสาววิจิตรากล่าวถึง ทิศทางในปีหน้าว่า มีการร่างแผนต่าง ๆ เอาไว้คร่าว ๆ แล้วและจะมีการสรุปอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม โดยการทำธุรกิจจะหันมาผลักดันกลุ่มสินค้าเครื่องกรองน้ำให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้ซึ่งเป็นสินค้าสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการซื้อไส้กรอง หลังปัจจุบันรายได้จากเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนมีสัดส่วน 70% แล้ว และต่อยอดโมเมนตัมของปี 2566 ที่ยอดขายเครื่องกรองน้ำเติบโตมากกว่า 20% จากแนวทางการส่งสินค้าระดับราคาจับต้องได้ประมาณ 4,390 บาท เข้าสู่ตลาด
ด้วยเหตุนี้ด้านสินค้าใหม่ ๆ ในปี 2567 นั้นจะมีสินค้าราคาจับต้องง่ายจากกลุ่มต่าง ๆ ทั้งเครื่องน้ำอุ่น-น้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ รวมถึงเครื่องเป่ามือมาเพิ่มอีกแน่นอน นอกจากสินค้าระดับราคาจับต้องได้แล้ว บริษัทจะยังตรึงราคาสินค้าต่าง ๆ เอาไว้ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นมาในระดับเลข 2 หลักแล้วก็ตาม ตามเป้าหมายสร้างการเติบโตในระดับเลขสองหลัก
ส่วนแคมเปญการตลาดจะมีแคมเปญใหญ่เกี่ยวกับการฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ สตีเบล เอลทรอน โดยรายละเอียดจะมีการประกาศอีกครั้ง
พร้อมกันนี้มีแผนสร้างโรงงานผลิตฮีตปั๊มเพื่อรองรับการจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออก โดยอยู่ระหว่างการหาทำเล ก่อนจะประกาศโครงการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปีหน้า หลังกระแสพลังงานหมุนเวียนเริ่มมาแรงในหลายประเทศทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล
รวมถึงเป็นการสานต่อความสำเร็จในการขยายธุรกิจและฐานการตลาดในประเทศเวียดนามและภูมิภาคอาเซียน และเพื่อครองใจผู้บริโภคได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ซึ่งในเวียดนามได้เปิดโชว์รูมและแต่งตั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับทำการตลาดผ่านทุกช่องทาง ทั้งยังมองว่าเป็นการสนับสนุนประเทศไทย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย