คอลัมน์ : สัมภาษณ์
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “กสิณพจน์ รอดโค” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน “ไทยซีเพลน” ถึงเหตุผลในการเปิดสายการบินซีเพลน และแผนการให้บริการในอนาคตว่า ในปี 2567 อุตสาหกรรมการบินของไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว
โดยได้รับประโยชน์จากการออกเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับภาครัฐยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานอย่างสนามบิน โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งตรงกับพื้นที่เป้าหมายของ “ไทยซีเพลน”
หลงใหลในธุรกิจการบิน
“กสิณพจน์” บอกว่า ตนเองและทีมมีความหลงใหล (Passion) ในธุรกิจการบิน โดยในอดีตตนก็เคยเป็นนักบินของสายการบินแห่งหนึ่ง และที่เลือกก่อตั้งสายการบินไทยซีเพลนนั้นเพราะว่าต้องการเป็นผู้สถาปนาธุรกิจซีเพลนในประเทศไทย หลังจากซีเพลนห่างหายจากน่านฟ้าประเทศไทยไปนับ 20 ปี
“บริษัทได้เปลี่ยนชื่อจากบริษัท อวานติ แอร์ ชาร์เตอร์ จำกัด เป็นบริษัท ไทย ซีเพลน จำกัด โดยผมเป็นผู้ลงทุนแต่เพียงรายเดียว ซึ่งในอดีตสายการบินอวานติให้บริการเที่ยวบินเพื่อชมภูมิทัศน์ เช่น กระบี่ เกาะพีพี อ่าวพังงา แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ได้คืนเครื่องบิน 1 ลำ ที่มีแก่ผู้เช่าไป ส่วนพนักงานได้โอนย้ายมายังบริษัทใหม่”
พร้อมบอกว่า ปัจจุบัน “ไทยซีเพลน” มีพนักงานรวมกันประมาณ 20 คน มีนักบินจำนวน 6 คน มีทีมที่ปรึกษาซึ่งเคยปฏิบัติงานในธุรกิจซีเพลนจากประเทศมัลดีฟส์ และมีพันธมิตรกับสายการบิน Hai Au Aviation ประเทศเวียดนาม

แก้ Pain-point นักท่องเที่ยว
“กสิณพจน์” บอกด้วยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางระหว่างพื้นที่ท่องเที่ยว อาจเจอปัญหาการเดินทางที่ใช้ระยะเวลานาน เช่น ภูเก็ต-เกาะพีพี แต่แม้การเดินทางไปเกาะพีพีจะมีอุปสรรคเรื่องระยะทางและตารางเวลาการเดินเรือ แต่เกาะพีพีก็เคยต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึงหลักล้านคนมาแล้ว
“เลยตั้งคำถามว่านักท่องเที่ยวจำนวนดังกล่าวสะท้อนดีมานด์ที่แท้จริงแล้วหรือไม่ หรือจำนวนดังกล่าวยังถูกจำกัดจากซัพพลายอยู่”
ประกอบกับประเมินว่าในอนาคตสายการบินขนาดใหญ่อาจกลับมาเปิดเส้นทางบินรับผู้โดยสารจากภูเก็ตสู่ต่างประเทศ เช่น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ปลายทางในยุโรปมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าในเส้นทางจังหวัดภูเก็ต ความต้องการเดินทางยังมากกว่าซัพพลายที่มีอยู่ จึงเล็งเห็นโอกาสของตลาด “ซีเพลน”

เพราะ “ซีเพลน” มีข้อได้เปรียบคือ สามารถขึ้นบิน-ลงจอดบนผิวน้ำ ทำให้เข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากได้ง่ายขึ้น และการสร้างจุดบินขึ้นลงของซีเพลนก็มีข้อจำกัดน้อยกว่าการสร้างสนามบินขนาดใหญ่
อีกทั้งประเทศในภูมิภาคอาเซียนและใกล้เคียงต่างมีการให้บริการซีเพลนกันแล้ว ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ออสเตรเลีย ขณะที่ไทยยังไม่มี ทั้ง ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางระดับโลก
ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
“กสิณพจน์” บอกอีกว่า ใน 1-3 ปีแรกที่เริ่มให้บริการ บริษัทตั้งเป้ามีเครื่องบินในฝูงบินทั้งสิ้น 4-5 ลำ ลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยใช้เครื่องบิน Cessna 208 ติดตั้งทุ่นลอยน้ำของ Wipline 8750 ของบริษัท Whipaire ปัจจุบันมีเครื่องบินประจำการ 1 ลำ ทะเบียน HS-TSP ได้รับการติดตั้งทุ่นลอยน้ำ (Float) เรียบร้อยแล้ว

สำหรับเส้นทางบินนั้น “ไทยซีเพลน” จะทำการบินในเส้นทางบินไม่เกิน 1.30 ชั่วโมง ให้บริการในโซนพื้นที่อันดามันก่อน หลังจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบินขึ้น-ร่อนลงบนผิวน้ำบังคับใช้ บริษัทตั้งเป้าเปิดเส้นทางบินภูเก็ต-กระบี่ (ไม่ผ่านสนามบิน), ภูเก็ต-เกาะพีพี, กระบี่-เกาะพีพี, ภูเก็ต-เกาะสิมิลัน และภูเก็ต-เกาะหลีเป๊ะ
“ปัจจุบันเราได้เปิดให้บริการบินชมทิวทัศน์แล้ว และคาดว่าในไตรมาสที่ 3/2567 หรือเร็วกว่านั้น น่าจะสามารถทำการบินขึ้น-ลงจากพื้นน้ำได้”
จากนั้นในระยะต่อ ๆ ไป สายการบินจะพิจารณาเส้นทางอื่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่น กระบี่-เกาะพะงัน, เกาะหลีเป๊ะ-เกาะสมุย, กระบี่-หมู่เกาะอ่างทอง เป็นต้น
เจาะต่างชาติ ลักชัวรี
“กสิณพจน์” อธิบายว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายจะโฟกัสลูกค้าลักชัวรีที่ต้องการออกผจญภัย (Luxury Explorer) โดยคาดว่าใน 3 ปีแรก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 70% จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และชาวไทย 30% เนื่องจากชาวไทยอาจยังไม่คุ้นชินกับการเดินทางด้วยเครื่องบินทะเลนัก
ทั้งนี้ มองว่าธุรกิจซีเพลนสามารถเชื่อมต่อกับธุรกิจอื่น ๆ ได้ โดยสายการบินอาจใช้โมเดลข้อตกลงธุรกิจกับพันธมิตรรายอื่น โดยปัจจุบันได้มีการพูดคุยร่วมกับหอการค้าระดับจังหวัด หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นบางส่วนแล้ว
“ไทยซีเพลนสามารถปรับตัวให้พร้อมรับกับสภาพเศรษฐกิจที่มีความท้าทายได้ ผ่านการนำเสนอบริการ เช่น เที่ยวบินที่ออกแบบเส้นทางโดยเฉพาะ หรือ Tailor-made Routes นำเสนอประสบการณ์ที่ได้รับมากขึ้น เป็นต้น”
เสนอรัฐพัฒนาอุตฯการบิน
ซีอีโอ “ไทยซีเพลน” ยังเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนตัวอยากเสนอให้ภาครัฐพิจารณา เรื่องการส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจความหลากหลายในอุตสาหกรรมการบิน และเข้าใจว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่ใกล้ตัวมากแค่ไหน

โดยนอกเหนือจากสนามบิน สายการบินขนาดใหญ่ ศูนย์ซ่อมอากาศยาน อุตสาหกรรมยังมีสายการบินขนาดเล็ก การบินทั่วไป (General Aviation) บริการที่ใช้อากาศยานมาเกี่ยวข้อง เช่น ด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย กิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
และย้ำว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโต เมื่อมุมมองเปิดกว้างมากกว่าเดิม ก็อาจจะช่วยสร้างงานหรือซัพพลายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการบินมากขึ้น