ทำความรู้จักธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ระบบสะสมหน่วยกิต ส่งเสริมการเรียนรู้คนทุกช่วงวัย มีกี่รูปแบบ มหาวิทยาลัยไหนบ้างที่รองรับ ?
วันที่ 5 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในนโยบายปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาไทย ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือการจัดตั้ง “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” (National Credit Bank) ขึ้นมาเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย (Lifelong Learning)
ตามนโยบายที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อนำไปต่อยอดการทำงาน พัฒนาตนเอง ตลอดจนสามารถสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ ได้
ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติจะทำหน้าที่ในการรับฝากหน่วยกิตของผู้เรียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่เป็นใครก็ได้ที่เมื่อไปเรียนในหลักสูตรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร หลักสูตร Nondegree หรือหลักสูตรการฝึกอบรมทั่วไป ก็จะสามารถนำหน่วยกิตมาเก็บสะสมไว้ได้ในธนาคารกลางแห่งนี้ ถือว่าค่อนข้างเป็นระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่ยืดหยุ่น ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส ฝึกสมรรถนะบุคคลจากการศึกษาด้วยตนเอง ประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม ฝึกอาชีพ การประชุมเชิงปฏิบัติการ
ซึ่งการฝากและสะสมหน่วยกิตจะเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก อว. โดยเมื่อสะสมหน่วยกิตได้ถึงระดับหนึ่งจะสามารถนำไปเทียบโอน หรือขอรับใบประกาศนียบัตรความเชี่ยวชาญ หรือปริญญาบัตร เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้และทักษะในด้านนั้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและการทำธุรกิจต่อไปได้
ธนาคารหน่วยกิต มี 5 รูปแบบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบสะสมหน่วยกิตการเรียน เมื่อเก็บสะสมหน่วยกิตได้ในระดับหนึ่ง ผู้เรียนสามารถนำไปเทียบโอนได้ตามเงื่อนไข เพื่อรับใบประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรได้ สามารถนำไปเทียบโอนได้ 5 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไรนั้น “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บไซต์ของกระทรวง อว.ดังต่อไปนี้
- Credit from Standardize (CS) แบบมีใบรับรองที่องค์กรมาตรฐานวิชาชีพ หรือวิชาการเป็นผู้มอบให้ คือ การเทียบโอนหน่วยกิตจากใบรับรองที่ได้จากการฝึกอบรม การเรียน และอื่น ๆ ที่องค์กรมาตรฐานวิชาชีพหรือวิชาการเป็นผู้มอบให้ โดยหลักสูตรหรือหน่วยงานนั้นเป็นที่ยอมรับ หรือได้รับการรับรอง หรือเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการให้มาตรฐาน
- Credit from Nondegree (CN) แบบไม่มีการให้ปริญญา แต่ใบรับรองจากสถานศึกษามีการสอบ หรือการวัดองค์ความรู้ คือ การเทียบโอนหน่วยกิตจากใบรับรองที่ได้จากการฝึกอบรม การเรียน และอื่น ๆ ที่ไม่มีการให้ปริญญา อาจมีใบรับรองก็ได้ แต่สถานศึกษา/ผู้รับผิดชอบหลักสูตรสามารถที่จะวัดองค์ความรู้ หรือสมรรถนะ หรือทดสอบใด ๆ เพื่อยืนยันว่า ผู้เรียนสามารถเทียบโอน Nondegree นั้นกับรายวิชาได้
- Credit from Training (CT) แบบได้ใบรับรองจากการฝึกอบรมหรือฝึกปฏิบัติ คือ การเทียบโอนหน่วยกิตจากใบรับรองที่ได้จากการฝึกอบรมหรือฝึกปฏิบัติ โดยผู้รับผิดชอบหลักสูตรสามารถที่จะวัดทดสอบใด ๆ เพื่อยืนยันองค์ความรู้ของผู้เรียนซึ่งอาจจะเทียบโอนได้บางส่วน
- Credit from Portfolio (CP) คือ การเทียบโอนหน่วยกิตจากประสบการณ์ ซึ่งหลักสูตรต้องสร้างเกณฑ์ประเมินเพื่อวัดสมรรถนะหรือแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานตาม Port Folio ว่าจะสามารถเทียบโอนกับรายวิชาได้อย่างไร
- Credit from Examination (CE) คือ การเทียบโอนหน่วยกิตจากการสอบ โดยหลักสูตรจะสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดความรู้ หรือสมรรถนะ แล้วจึงพิจารณาเทียบโอนกับรายวิชา
25 สถาบันเข้าร่วมธนาคารหน่วยกิต
ทั้งนี้ แต่ละแบบมีเงื่อนไขการเทียบโอนหน่วยกิตแตกต่างกัน ปัจจุบันเปิดให้ผู้ที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการผ่านระบบลงทะเบียนของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม 25 แห่ง มีดังนี้
-
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยทักษิณ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยนเรศวร
- มหาวิทยาลัยบูรพา
- มหาวิทยาลัยพะเยา
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
- สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อย่างไรก็ดี ระบบธนาคารหน่วยกิต เป็นหนึ่งในการส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้ จากวิทยานิพนธ์ “ระบบธนาคารสะสมผลการเรียนรู้สำหรับการศึกษาตลอดชีวิตของประเทศไทย” โดยอรุณี ตระการไพโรจน์ สะท้อนว่า สาธารณรัฐเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้ ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนากำลังคน แรงงาน และพัฒนาประเทศ ด้วยการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
เปิดโอกาสการเรียนรู้ให้ประชาชนอย่างกว้างขวางด้วยการใช้ “ระบบธนาคารหน่วยกิต” เช่นกัน เป็นการวางแผนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพและความสนใจ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตของประชาชนได้โดยตลอด ตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมและระบบมหาวิทยาลัยตามปกติไม่สามารถให้ได้